รัสเซีย ยูเครน : ปูตินบอกเลขายูเอ็นหวังบรรลุข้อตกลงผ่านการทูต เยอรมนีส่งรถถังช่วยรบ

ที่มาของภาพ, Hans-Hermann Bühling
เยอรมนี 1 ใน 40 ชาติที่ร่วมหารือกับสหรัฐฯ เรื่องการรุกรานของรัสเซีย ประกาศเมื่อ 26 เม.ย. จะมอบรถถังต่อสู้อากาศยาน 50 คัน แก่ยูเครน และช่วยฝึกทหารให้ในดินแดนเยอรมนี ถือเป็นการกลับลำเรื่องนโยบายไม่ส่งอาวุธหนักที่เคยประกาศก่อนหน้านี้
คำประกาศของเยอรมนี สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร มีขึ้นวันเดียวกับที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เยือนกรุงมอสโก เพื่อพบกับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน
หลังการหารือของรัฐมนตรีกลาโหม 40 ชาติ ที่ฐานทัพอากาศแรมสไตน์ของสหรัฐฯ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ กล่าวว่า "ยูเครนมีความเชื่อมั่นที่เด่นชัดว่าสามารถชนะศึกนี้ได้ และทุกคนที่นี่ก็เชื่อเช่นนั้น" และสหรัฐฯ สัญญาว่า จะ "พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน" เพื่อช่วยยูเครนชนะรัสเซีย
คริสติน แลมเบรชต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเยอรมนี กล่าวว่า รถถังจำนวน 50 คันซึ่งเก็บอยู่ในคลังมา 1 ทศวรรษจะได้รับการปรับปรุงด้านเทคนิคก่อนส่งไปให้ยูเครน และให้คำมั่นว่าเยอรมนีจะ "มองหาทุกความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนยูเครนในการต่อสู้ที่ห้าวหาญและสำคัญยิ่งต่อเสรีภาพและสันติภาพ"
เมื่อ 24 เม.ย. นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ย้ำกับเลขาธิการสหประชาชาติระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ถึงความจำเป็นที่โลกต้องร่วมมือกันช่วยให้ยูเครนสามารถปกป้องตัวเองให้ได้ ทั้งสองได้พูดคุยถึงความกังวลต่อพื้นที่ต่าง ๆ ในยูเครนที่ถูกโจมตี อาทิ เมืองมาริอูโปล และพูดถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการประกาศหยุดยิง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ที่มาของภาพ, Reuters
เลขายูเอ็นเยือนรัสเซีย
เมื่อเดินทางมาถึงกรุงมอสโก นายกูเตร์เรส กล่าวกับนายลาฟรอฟ ที่มาต้อนรับเขาว่า จำเป็นต้องทำทุกวิถีทางให้สงครามในยูเครนสิ้นสุดลงให้ได้
นายกูเตร์เรสบอกว่า เขาอยากจะช่วยให้สองฝ่ายมาเจรจาพูดกันคุย ให้มีการประกาศหยุดยิง และนำไปสู่สันติภาพในที่สุด
เลขาธิการสหประชาชาติบอกว่า ต้องการให้มีการประกาศหยุดยิง "เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" โดยบอกว่าสิ่งสำคัญลำดับแรกคือทำบรรเทาความเจ็บปวดของผู้คนในยูเครนให้มากที่สุด
เขาย้ำถึงจุดยืนของสหประชาชาติว่าสงครามนี้คือการรุกล้ำอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน และผิดต่อกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ และแสดงความกังวลต่อรายงานเรื่องอาชญกรรมสงครามในยูเครน

ที่มาของภาพ, Sputnik via Reuters
ด้านประธานาธิบดีปูติน บอกนายกูเตร์เรสว่าตัวเขา มีความหวังและความคาดหมายว่าจะมีทางออกด้านการทูตต่อวิกฤตความขัดแย้งนี้ และปฏิเสธว่ารัสเซียไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่พลเรือนในเมืองบูชา
ส่วนโฆษกของสหประชาชาติแถลงว่า ประธานาธิบดีเห็นพ้อง "ในหลักการ" ที่จะให้สหประชาชาติและหน่วยงานกาชาดสากลเข้าไปช่วยอพยพพลเรือนออกจากโรงงานเหล็กในเมืองมาริอูโปล
การเยือนรัสเซียของนายกูเตร์เรสถูกวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับชาติผู้รุกรานมากกว่าชาติที่ถูกรุกราน คือ ยูเครน ซึ่งเขามีกำหนดเยือนและเข้าพบ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีในวันที่ 28 เม.ย. นี้

ที่มาของภาพ, Reuters
อังกฤษยัน ส่งอาวุธไปช่วยเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
หลังจากที่รัสเซียกล่าวหาว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโตว่า กำลังทำสงครามตัวแทนกับรัสเซียด้วยการส่งอาวุธไปช่วยยูเครน ล่าสุด นายเจมส์ ฮีปปีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม สหราชอาณาจักรออกมายืนยันว่า ชาติตะวันตกระมัดระวังแล้วในการส่งความช่วยเหลือทางการทหารไปยูเครน
เขาบอกในรายการ Today ของสถานีวิทยุ BBC Radio 4 ว่า "ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมโดยสิ้นเชิง" ที่ยูเครนจะโจมตีในเขตแดนรัสเซียโดยใช้อาวุธที่ได้จากสหราชอาณาจักร
นายฮีปปีย์อธิบายว่า ทหารยูเครนเป็นฝ่ายตัดสินใจว่าจะใช้อาวุธเหล่านั้นโจมตีไปยังจุดไหน ไม่ใช่ผู้ผลิตอาวุธหรือผู้ส่งออกอาวุธ

ที่มาของภาพ, EPA
สหรัฐฯ หาพวกกดดันรัสเซีย
24 เม.ย. นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เดินทางไปกรุงเคียฟเพื่อหารือกับนายเซเลนสกี โดยบอกว่า แม้รัสเซียพยายามใช้ความโหดร้ายในหลายพื้นที่ของยูเครน แต่ก็ประสบความล้มเหลวในเป้าหมายการทำสงครามของตน
ตัวแทนจากสหรัฐฯ ยังให้คำมั่นกับผู้นำยูเครนว่า จะมอบความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมอีกกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินจำนวนนี้จะจัดสรรเพื่อช่วยเหลือยูเครนครึ่งหนึ่ง และส่วนที่เหลือจะแบ่งกันในหมู่ชาติสมาชิกนาโตและพันธมิตรจากประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้สหรัฐฯ จะขายเครื่องกระสุนให้กับยูเครน โดยคิดเป็นมูลค่า 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย
ต่อมา 26 เม.ย. กองทัพรัสเซียแถลงว่าได้ทำลายสถานีไฟฟ้าย่อย 6 แห่ง ในทางตอนกลางและทางตะวันตกของยูเครน ซึ่งจ่ายพลังงานให้กับเส้นทางเดินรถไฟสายที่กำลังขนส่งลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์จากชาติตะวันตก เหตุโจมตีครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และบาดเจ็บอีก 18 คน
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า การที่ชาติตะวันตกจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับยูเครนนั้น ไม่ต่างจากการทำสงครามกับรัสเซีย
"แท้จริงแล้วนาโตกำลังทำสงครามกับรัสเซียผ่านตัวแทน และกำลังติดอาวุธให้ตัวแทน แต่สงครามก็คือสงคราม" นายลาฟรอฟ ระบุ "ดังนั้น อาวุธเหล่านี้คือเป้าหมายสำหรับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียโดยชอบธรรม ภายใต้บริบทของปฏิบัติการพิเศษ"
อาวุธนิวเคลียร์
นายลาฟรอฟยังระบุว่ามีความเสี่ยงอยู่ "พอสมควร" ที่สงครามครั้งนี้จะยกระดับขึ้นสู่การใช้อาวุธนิวเคลียร์ เขาเน้นย้ำว่าที่ผ่านมารัสเซียพยายามหลีกเลี่ยง ไม่สร้างสถานการณ์ที่ทำให้ความเสี่ยงจากภัยนิวเคลียร์ดูสูงเกินความเป็นจริง แม้จะมีหลายฝ่ายต้องการเช่นนั้นก็ตาม
"ความเสี่ยงอันตรายที่มีอยู่นั้นร้ายแรงและจริงจัง เราจะต้องไม่ประมาท" รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียกล่าว
นายดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนกล่าวตอบโต้ว่า คำพูดของนายลาฟรอฟนั้นเป็นเพียง "คำขู่เพื่อให้ทั่วโลกหวั่นเกรงและเลิกสนับสนุนยูเครน" เขายังชี้ว่ารัสเซียหมดหวังที่จะหยุดยั้งความช่วยเหลือทางทหารซึ่งหลั่งไหลมาจากทั่วโลก และรู้สึกว่าฝ่ายตนกำลังจะพ่ายแพ้ จึงได้อ้างเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นมา









