รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียถอนกำลังออกจากรอบกรุงเคียฟโดยสมบูรณ์ สหรัฐฯคว่ำบาตรลูกสาวปูติน

ทหารยูเครนเข้ายึดรถถังของกองกำลังรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทหารยูเครนเข้ายึดรถถังของกองกำลังรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน แถลงว่ารัสเซียได้ถอนกำลังทหารในพื้นที่โดยรอบกรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครน รวมทั้งที่เมืองแชร์นิฮิฟออกไปทั้งหมดโดยสมบูรณ์แล้ว

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าได้รับรายงานถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นเพื่อให้ทหารรัสเซียกลับไปรวมกลุ่มและฟื้นฟูกำลังใหม่ในเขตแดนประเทศเบลารุสและในเขตแดนของรัสเซียเอง ทั้งยังเป็นการปรับกลยุทธ์ตามแผนใหม่ที่จะมุ่งโจมตีภาคตะวันออกของยูเครนเป็นหลัก

"นี่แสดงให้เห็นว่า ผลสำเร็จตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีปูตินนั้นเป็นศูนย์ กองทัพรัสเซียยึดครองได้แค่ศูนย์กลางประชากรขนาดเล็กเท่านั้น และไม่อาจยึดเมืองคาร์คิฟที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยูเครนได้ด้วยซ้ำ" นายเคอร์บีกล่าว

สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ผู้หนึ่งว่า จำนวนของทหารรัสเซียที่ถอนกำลังออกไป อยู่ที่ราว 24,000 นาย และยังคงเหลือทหารรัสเซียในยูเครนอีก 80 กองพัน จากที่ได้ส่งเข้ามาทั้งหมด 130 กองพัน ทำให้มีโอกาสที่รัสเซียอาจจัดขบวนทัพใหม่เพื่อเข้ามาโจมตีกรุงเคียฟอีกครั้งในอนาคตได้ แต่คาดว่าต้องใช้เวลาในการเว้นระยะห่างนานพอสมควร

มีรายงานด้วยว่าชาวเมืองฮอสโทเมล (Hostomel) ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงเคียฟ จำนวนราว 400 คน ได้หายตัวไปหลังรัสเซียถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของคนเหล่านี้ เนื่องจากเมืองฮอสโทเมลถูกถล่มโจมตีอย่างหนักในปฏิบัติการเข้ายึดกรุงเคียฟของรัสเซีย เช่นเดียวกับเมืองบูชาและเมืองเอียร์ปินที่เกิดเหตุสังหารหมู่

ส่วนที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเตรียมลงมติในวันนี้ (7 เม.ย.) เพื่อตัดสินว่าจะปลดรัสเซียออกจากการเป็นสมาชิกคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชน (UNHRC) ตามที่สหรัฐฯ และพันธมิตรชาติตะวันตกร้องขอหรือไม่ หลังกองทัพรัสเซียถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุสังหารหมู่และอาชญากรรมสงครามอื่น ๆ ในยูเครน

ผู้คนนับหมื่นอพยพหนีรัสเซีย ก่อนเปิดศึกถล่มภาคตะวันออก

ชาวยูเครนในภูมิภาคดอนบาสนับหมื่นคนเริ่มอพยพออกจากภูมิลำเนาแล้ว หลังทางการประกาศเตือนให้รีบหนีภัยการสู้รบครั้งใหญ่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

ทหารยูเครนถือเครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังแจฟเวลิน (Javelin)

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทหารยูเครนถือเครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังแจฟเวลิน (Javelin)

ก่อนหน้านี้รัสเซียประกาศยกระดับการโจมตีภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งรวมถึงภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮานสก์ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียด้วย โดยเขตพื้นที่เหล่านี้จะเป็นเป้าหมายหลักในปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ แทนการเข้ายึดนครหลวงของยูเครนซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ

นางอิรีนา เวเรชชุก รองนายกรัฐมนตรียูเครน ได้ประกาศให้ประชาชนในภูมิภาคดอนบาส "ฉวยโอกาสที่ยังพอมีอยู่รีบหนีไปเสีย ในขณะที่สถานการณ์ยังมีความปลอดภัย มิฉะนั้นเราก็ไม่อาจช่วยอะไรท่านได้"

อย่างไรก็ตาม กองกำลังรัสเซียได้เริ่มความพยายามเข้าปิดล้อมกองกำลังยูเครนในพื้นที่แล้ว ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยหน่วยข่าวกรองของกองทัพยูเครนแถลงว่า ฝ่ายรัสเซียพยายามจัดขบวนทัพและวางกำลังในตำแหน่งใหม่ รวมทั้งเริ่มออกลาดตระเวนเพื่อหาทางโจมตีฝ่าแนวป้องกันของยูเครนเข้ามาให้ได้ ทั้งยังมีการขนอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพลเข้ามาเสริม โดยใช้ทางรถไฟที่เชื่อมต่อภาคตะวันออกของยูเครนกับเมืองเบลโกรอดในเขตแดนรัสเซีย

ลูกสาวปูตินถูกคว่ำบาตร เชื่อถือครองสมบัติบางส่วนของพ่อ

สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ประกาศอายัดทรัพย์สินของธนาคาร Sberbank และธนาคาร Alfa สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งมีขึ้นเพื่อกดดันผู้นำรัสเซียและลงโทษต่อการก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครนโดยเฉพาะ

นางแคเทอรินา วลาดิมีรอฟนา ติโคโนวา บุตรสาวคนเล็กของประธานาธิบดีปูติน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นางแคเทอรินา วลาดิมีรอฟนา ติโคโนวา บุตรสาวคนเล็กของประธานาธิบดีปูติน

สหรัฐฯ ยังประกาศคว่ำบาตรบุตรสาวสองคนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งได้แก่นางมาเรีย วลาดิมีรอฟนา โวรอนต์โซวา นักวิจัยระบบต่อมไร้ท่อและผู้บริหารธุรกิจศูนย์การแพทย์วัย 36 ปี รวมทั้งนางแคเทอรินา วลาดิมีรอฟนา ติโคโนวา ผู้บริหารธุรกิจด้านเทคโนโลยีวัย 35 ปี เนื่องจากเชื่อว่าทรัพย์สินของผู้นำรัสเซียบางส่วนถูกซุกซ่อนอยู่กับสมาชิกในครอบครัว

แถลงการณ์ของสหรัฐฯ ระบุว่า ธุรกิจของนางติโคโนวาสนับสนุนรัฐบาลรัสเซียและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ส่วนนางโวรอนต์โซวานั้นเป็นผู้นำโครงการที่รัฐจ่ายเงินอุดหนุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อทำงานวิจัยด้านพันธุกรรมที่นายปูตินลงมาดูแลด้วยตนเอง

สองพี่น้องเป็นบุตรที่เกิดจากนางลุดมิลา อดีตภรรยาของปูติน โดยทั้งคู่สมรสแล้วแต่มีรายงานว่าได้แยกทางกับสามีไปก่อนหน้านี้ นางโวรอนต์โซวาเคยสมรสกับนักธุรกิจชาวดัตช์ที่ทำงานให้ Gazprom รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย ส่วนนางติโคโนวาสมรสกับบุตรชายของเพื่อนสนิทนายปูติน แต่ได้แยกทางกันหลังเขาถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร จากพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลในภาคการพลังงานของรัสเซีย

นายปูตินไม่ค่อยได้พูดถึงบุตรสาวและหลาน ๆ ของเขามากนัก ทั้งยังพยายามปกปิดตัวตนของพวกเขาเพื่อความเป็นส่วนตัวของครอบครัวมาโดยตลอด คาดว่าผู้นำรัสเซียมีโอกาสได้พบหน้ากับสมาชิกในครอบครัวน้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียเปิดเผยคำพูดของนายปูติน ขณะที่สนทนาทางโทรศัพท์กับนายวิกเตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการีว่า การถูกคว่ำบาตรเป็นค่าใช้จ่ายที่เขาต้องยอมเสียไป เพื่อแลกกับเสรีภาพ นายปูตินยังแสดงความไม่พอใจต่อข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมสงครามด้วยว่า "ช่างเป็นการยั่วยุที่ดิบและหยาบ ทั้งยังดูถูกเหยียดหยามกัน"

ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวตำหนิชาติตะวันตกว่า ลงโทษรัสเซียด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่เบาเกินไป ซึ่งไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งรัสเซียไม่ให้ทำสงครามได้ เปรียบเสมือนกับให้ "ใบอนุญาต" แก่รัสเซีย ในการทำสิ่งชั่วร้ายต่อไป โดยนายเซเลนสกีเรียกร้องให้คว่ำบาตรการค้าน้ำมันและพลังงานของรัสเซียทั้งหมด