ตาลีบันสั่งให้ผู้หญิงที่มีงานทำอยู่บ้านชั่วคราว รอเตรียมความพร้อมใช้กฎระเบียบใหม่

Afghan women wearing burkas (file picture)

ที่มาของภาพ, Reuters

นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกของตาลีบันแถลงว่า ทางกลุ่มได้มีคำสั่งให้ผู้หญิงชาวอัฟกันที่ทำงานนอกบ้านหยุดงาน และให้อยู่กับบ้านเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการออกกฎระเบียบใหม่มาใช้กับเรื่องนี้

โฆษกของตาลีบันชี้แจงว่า คำสั่งดังกล่าวจะมีการบังคับใช้ในระยะเวลาที่สั้นมาก เพื่อความปลอดภัยของบรรดาผู้หญิงทำงานชาวอัฟกันเอง เนื่องจาก "กองกำลังบางส่วนของเรา ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมว่าควรจะปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างไร หรือควรจะพูดจากับพวกเธออย่างไร"

"ดังนั้น เราจึงขอให้ผู้หญิงอยู่กับบ้าน จนกว่าเราจะควบคุมสถานการณ์และรับประกันความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่เสียก่อน" นายมูจาฮิดกล่าว

นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว โฆษกของตาลีบันยังแถลงถึงสถานการณ์ล่าสุดภายในประเทศ โดยเตือนไม่ให้ประชาชนไปที่สนามบินกรุงคาบูลเพราะกำลังมีเหตุวุ่นวายที่นั่น ทั้งยังบอกให้สหรัฐฯ หยุดชี้นำสนับสนุนให้ชาวอัฟกันอพยพออกนอกประเทศ เนื่องจากรัฐบาลใหม่ยังต้องการผู้มีความรู้ความสามารถอีกเป็นจำนวนมาก

Afghans trying to get to Kabul airport, 24 August

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวอัฟกันหลายพันคนพยายามไปให้ถึงสนามบินกรุงคาบูล ในขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาผู้อพยพออกนอกประเทศอยู่

นายมูจาฮิดยังเน้นย้ำว่า ปฏิบัติการอพยพผู้คนของสหรัฐฯและนานาประเทศ จะต้องสิ้นสุดลงตามกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ส.ค. นี้ แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ให้ขยายเวลาออกไปอีกก็ตาม

ล่าสุดประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แถลงทางโทรทัศน์ว่า ได้เร่งให้ปฏิบัติการอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถานเป็นไปอย่างฉับไวขึ้นแล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นทันกำหนดเส้นตายอย่างแน่นอน โดยกลุ่มตาลีบันได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือในการอพยพผู้คนด้วย

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า "ภารกิจเสร็จสิ้นเร็วขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดี" และเผยว่าขณะนี้สามารถอพยพผู้คนออกจากกรุงคาบูลได้แล้วถึง 70,700 ราย นับแต่กองกำลังตาลีบันเข้ายึดครองเมืองหลวงของอัฟกานิสถานเมื่อ 10 วันก่อน

ด้านนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) กล่าวย้ำในที่ประชุมฉุกเฉินขององค์กรว่า สิทธิสตรีนั้นเป็นเสมือน "เส้นสีแดงขั้นพื้นฐาน" หรือสิ่งที่จำเป็นต้องมีในสังคมอัฟกานิสถานนับจากนี้ โดยที่ประชุมได้ออกข้อมติว่าจะดำเนินพันธกิจเพื่อสิทธิสตรีในอัฟกานิสถานอย่างแน่วแน่ไม่หวั่นไหว หลังได้รับรายงานที่เชื่อถือได้ว่า กองกำลังตาลีบันเริ่มเกณฑ์แรงงานเด็กไปเป็นทหาร และมีการรวบรัดสังหารผู้คนจำนวนมาก