เจฟฟ์ เบซอส: ผู้ชายที่รวยที่สุดในโลกกับซูเปอร์ยอช์ตของเขา ทำไมอุตสาหกรรมนี้เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แม็กซ์ มัตซา
- Role, บีบีซี นิวส์ วอชิงตัน
ข่าวเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ซื้อ "ซูเปอร์ยอช์ต" กลายเป็นที่สนใจในวงการเศรษฐีนักเดินทางรอบโลก และทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจว่าทำไมอุตสาหกรรมซูเปอร์ยอช์ตเฟื่องฟูมาตลอดในช่วงหลายปีนี้ แม้แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเพราะการระบาดใหญ่ของโควิด-19
เจฟฟ์ เบซอส ซึ่งขึ้นแท่นผู้ชายที่รวยที่สุดในโลกมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปี 2017 ส่วนหนึ่งมาจากปีที่แล้วที่ผู้คนหันไปซื้อของทางออนไลน์มากกว่าที่เคยเป็นมา
ไม่ใช่แค่เบซอส ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหลายคนต่างก็มีความมั่งคั่งสะสมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อู่เรือยังคงต่อเรือยอช์ตลำใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้เชี่ยวชาญและนายหน้าซื้อขายเรือระบุว่าในปี 2020 มีเรือยอช์ตขายได้มากกว่าที่เคยเป็นมา และคาดว่าปี 2021 ยอดขายจะทำลายสถิติอีกครั้ง
เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรือยอช์ตของเบซอส
ชีวประวัติของเบซอสที่เขียนขึ้นใหม่โดยบลูมเบิร์กนิวส์ระบุว่า โอเชียนโค (Oceanco) กำลังสร้างเรือขนาด 127 เมตร ขึ้นในเนเธอร์แลนด์
คาดว่าต้นทุนการต่อเรือลำนี้มีมูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15,700 ล้านบาท ขณะที่ความมั่งคั่งในปัจจุบันของเบซอสคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6.27 ล้านล้านบาท
ราคานี้ไม่ได้รวมถึง "ยอช์ตสนับสนุน" ที่ใช้เครื่องยนต์และมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งเบซอสมีแผนที่จะซื้อเรือเหล่านี้มา หน้าที่ของเรือยอช์ตลำเล็กกว่าคือ ใช้เป็นฐานในการบินขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์ โดยลอเรน ซานเชซ แฟนสาวของเขาซึ่งเป็นพิธีกรโทรทัศน์ เป็นนักบินที่ผ่านการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์มาแล้ว
ส่วนเรือยอช์ตหลักไม่สามารถให้เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นลงได้ เพราะว่ามีเสากระโดงเรือ 3 เสาบนดาดฟ้าเรือขวางอยู่
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเรือยอช์ตสนับสนุนยังมีภารกิจในการบรรทุกของอื่น ๆ อย่างรถยนต์ เรือเร็ว และอาจจะรวมถึงเรือดำน้ำด้วย
ข้อมูลจากบลูมเบิร์กระบุว่า โครงการซูเปอร์ยอช์ตอันเป็นความลับสูงรู้จักกันในชื่อว่า Y721 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย. โดยที่คำสั่งต่อเรือลำนี้ของเบซอสน่าจะเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เพราะการสั่งต่อเรือตามความต้องการของลูกค้าอย่างเช่นลำนี้นั้นอาจจะใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี
โอเชียนโค ผู้สร้างเรือยอช์ตของเนเธอร์แลนด์ ไม่ได้แสดงความความเห็นใด ๆ ต่อโครงการนี้ ในอดีตพวกเขาเคยสร้าง "แบล็กเพิร์ล" ขนาด 350 ฟุต ซึ่งเป็นเรือยอช์ตที่ใช้ใบเรือในการแล่นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลกมาแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ซูเปอร์ยอช์ตคืออะไร
ไม่มีนิยามอย่างเป็นทางการของคำว่า ซูเปอร์ยอช์ต (เมื่อเทียบกับยอช์ตปกติ) แต่ในอุตสาหกรรมเรือยอช์ต โดยทั่วไปจะหมายถึงเรือยอช์ตที่มีขนาดยาวกว่า 74 ฟุต
บางคนอาจจะโต้แย้งนิยามนี้ โดยระบุว่าคำว่า "ซูเปอร์ยอช์ต" หมายถึงเรือที่มีขนาดยาวกว่า 200 ฟุต นายหน้าซื้อขายเรือบางรายเรียกเรือที่มีขนาดยาวกว่า 300 ฟุตว่า "กิกะยอช์ต" (gigayacht)
"มันเป็นเรื่องของการตลาดด้วยส่วนหนึ่ง" บิลล์ สปริงเกอร์ ซึ่งเขียนเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเรือยอช์ตให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฟอร์บส์
เรือยอช์ตของเบซอสนั้นมีขนาดยาวกว่า 400 ฟุต ถ้าตั้งเรือลำนี้ในแนวตั้ง ก็มีความสูงเกือบเท่า ๆ กับพีระมิดแห่งกีซา หรือประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงของหอไอเฟล
ในแต่ละปีมีการต่อเรือซูเปอร์ยอช์ตลำใหญ่ขนาดเท่ากับของเบซอสออกมาเพียงไม่กี่ลำเท่านั้น แต่โครงการใหญ่เหล่านี้มักจะถูกเก็บเป็นความลับ เพราะผู้ต่อเรือจะต้องลงนามในข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล
ดังนั้น เราไม่น่าที่จะมีวันรู้ว่าการนำหนังปลากระเบนมาปิดผนังในห้องหนึ่งของเรือยอช์ตของเบซอส เขาได้ลอกเลียนการตกแต่งที่มีรสนิยมของ อังเดรย์ เมลนิเชงโก มหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่มีเรือยอช์ตในครอบครองเช่นกันหรือไม่
อุตสาหกรรมเรือยอช์ตเป็นอย่างไรบ้าง
อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์ทางทะเลแห่งชาติของสหรัฐฯ (US National Marine Manufacturers Association) ระบุว่า ยอดขายเรือยอช์ตในปี 2020 สูงสุดในรอบ 13 ปี สะท้อนให้เห็นว่า มีคนหันมาใช้เรือยอช์ตมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย และการเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงที่มีการล็อกดาวน์
"ตลาดนี้คึกคักมาก" แซม ทักเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยซูเปอร์ยอช์ตของ VesselsValue บริษัทข้อมูลด้านการตลาดกล่าว "มีธุรกรรมเกิดขึ้นสูงสุดทำสถิติ และแนวโน้มนี้ก็ต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตลาดเรือยอช์ตใช้งานแล้วก็คึกคักมากเช่นกัก ทักเกอร์ระบุว่า มีเรือยอช์ต 9,357 ลำที่ยาวกว่า 65 ฟุต ที่ลอยลำอยู่ในทะเลในขณะนี้ นั่นหมายความว่า เรือเหล่านี้ไม่ได้อับปางและไม่ได้กำลังถูกนำมาบำรุงรักษาบนบก
ในจำนวนนี้มีราว 85% ที่ใช้เครื่องยนต์ และอีก 15% ใช้ใบเรือในการขับเคลื่อน อย่างเช่นลำที่เบซอสสั่งต่อขึ้น
ในปี 2020 มีการเหมาเรือยอช์ตน้อยลง ทักเกอร์บอกว่า เป็นผลมาจากข้อจำกัดในการเดินทางจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวตามปกติได้
ยอดขายลดลงประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในช่วงที่คำสั่งล็อกดาวน์ส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว แต่นับจากนั้นก็พุ่งสูงขึ้น
บ็อบ เดนิสัน ซึ่งทำธุรกิจนายหน้าเรือยอช์ตในเมืองฟอร์ตลอเดอร์เดล รัฐฟลอริดา มาตั้งแต่ปี 2001 กล่าวว่ายอดสั่งซื้อเรือยอช์ตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว "เหมือนกับมีคนเปิดสวิตช์"
"นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" เขากล่าว "ปริมาณความต้องการมากกว่าที่ผมเคยพบเห็น 2-3 เท่าตัว"
บริษัทของเดนิสันขายเรือได้ 1,008 ลำในปี 2020 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 35% ปี 2021 เขากำลังจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอีกราว 30%
โดยเรือยอช์ตที่เขาขายไปในปี 2020 ราว 65 ลำเป็นซูเปอร์ยอช์ต ส่วนปีนี้ จนถึงตอนนี้ขายเรือซูเปอร์ยอช์ตไปได้แล้วราว 40 ลำ เท่ากับว่า นับตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค. เป็นต้นมา บริษัทของเขาขายเรือยอช์ตได้ราวสัปดาห์ละ 2.2 ลำ
เบน เพื่อนร่วมงานของเขาระบุว่า ปริมาณความต้องการซื้อมีมากกว่าปริมาณเรือที่มีอยู่
ฟาร์นโบรห์กล่าวเพิ่มเติมว่าพวกเขากำลังหาเรือที่ผ่านการใช้งานแล้วมาขายได้ยากขึ้น
ฟาร์นโบรห์หวังว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางเพื่อควบคุมการระบาดของโควิดจะทำให้การเดินทางไปยุโรปเกิดขึ้นได้ในอีกไม่นานนี้ ทำให้ทางบริษัทต้องหาเรือยอช์ตมือสองในสหรัฐฯ มาขายมากขึ้น

ที่มาของภาพ, Nick Verola
ใครซื้อซูเปอร์ยอช์ต
บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งมักซื้อซูเปอร์ยอช์ตเพื่อนำไปปล่อยเช่า ทำให้เป็นการยากที่จะระบุได้ว่า เรือยอช์ตลำไหนเป็นของใคร
ทักเกอร์บอกว่า ความเป็นส่วนตัวคือจุดประสงค์สำคัญของการครอบครองเรือยอช์ต มีข่าวลือว่ามาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และบิลล์ เกตส์ ซึ่งต่างก็เป็นมหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี มีเรือยอช์ตเช่นกัน
"นี่เป็นทรัพย์สินที่เป็นส่วนตัวมาก และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการซื้อเรือยอช์ตก็คือ เพื่อความเป็นส่วนตัว" ทักเกอร์กล่าว ความเป็นส่วนตัวทำให้รู้สึกได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับบรรดาคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images
แม้ว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่บรรดามหาเศรษฐีกลับไม่อยากให้ใครรู้อะไรเกี่ยวกับของเล่นราคาแพงของพวกเขามากนัก ไม่เช่นนั้นอาจต้องเจอกระแสตอบกลับเหมือนที่เดวิด เกฟเฟิน มหาเศรษฐีในฮอลลีวูด เจอหลังจากโพสต์ข้อความทางออนไลน์ว่าเขากำลัง "การกักตัว" บนเรือยอช์ตในเกาะสวรรค์เขตร้อนแห่งหนึ่งและหวังว่าทุกคน "ปลอดภัย" ในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด ซึ่งทำให้หลายคนเข้ามาโพสต์ต่อว่า
"เดวิด เกฟเฟิน เพิ่งชูนิ้วกลางให้กับทุกคนใช่ไหม" ผู้ใช้งานอินสตาแกรมคนหนึ่งโพสต์ตอบการคุยโวของเกฟเฟิน
ทำไมเรือยอช์ตถึงแพง
สปริงเกอร์เปรียบเทียบการครอบครองเรือยอช์ตว่าเป็นเหมือนกับการครอบครองเกาะส่วนตัวหรือการสร้างเมืองของตัวเองขึ้นมาใหม่ เขาให้ความเห็นว่าเรือยอช์ตมอบ "ความพิเศษเฉพาะตัวอย่างแท้จริง"
"ย้อนกลับไปสมัยยุคฟื้นฟูศิลปะ ผู้อุปถัมภ์ที่ร่ำรวยจ่ายเงินคิดเป็นหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน สำหรับการสร้างโบสถ์" เขากล่าว
"โบสถ์เหล่านั้นสวยที่สุดและมีงานฝีมือที่ประณีต เป็นโครงการที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในสมัยของพวกเขา และเป็นเหมือนกับการบอกว่า 'เฮ้ ผมรวยมากนะ ผมจะสร้างให้มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ด้วยเงินของผมเอง'"
"ดังนั้นซูเปอร์ยอช์ตจึงมีความคล้ายคลึงกันในแง่นั้น"
สปริงเกอร์บอกว่า นอกจากนี้เรือยอช์ตยังมีความสะดวกสบายมากด้วย ปัจจุบันเรือยอช์ตไม่ได้มีให้เห็นตาม "ท่าเรือที่หรูหราคลาสสิก" อย่างโมนาโก เท่านั้น คนกำลังแล่นเรือยอช์ตไปตามสถานที่แปลกใหม่และกว้างไกลออกไปจากเดิมอย่างแอนตาร์กติกาและปาปัวนิวกินี เพราะเจ้าของเรือเห็นว่า เรือยอช์ตเป็นมากกว่าสัญลักษณ์ที่แสดงถึงฐานะความร่ำรวย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ซูเปอร์ยอช์ตงานละเอียดหลายลำถูกสั่งต่อขึ้นเป็นการเฉพาะ ด้วยช่างฝีมือระดับโลก ใส่ทุกรายละเอียดลงไปตามรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของที่เป็นมหาเศรษฐีและชนชั้นนำของโลก
ฟาร์นโบรห์ประเมินว่า การต่อเรือยอช์ตลำหนึ่งอาจใช้เวลานานหลายปี เรือยอช์ตที่มีขนาดใหญ่เท่ากับของเบซอสอาจจะต้องใช้คนงานและนักออกแบบรวม 400 คน เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว น่าจะต้องใช้ลูกเรือราว 60 คนในการเดินเรือ
ทักเกอร์ จาก VesselsValue บอกว่า ต้นทุนในการดำเนินการรายปีอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคาซื้อ เขาประเมินว่า การที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นและโอกาสที่จะมีการล็อกดาวน์ต่อไปอีก อาจจะเห็นเรือยอช์ตที่ผ่านการใช้งานแล้วมีการซื้อขายในตลาดมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้
ซูเปอร์ยอช์ตมีราคาเทียบเท่ากับอะไรบ้าง
เบซอสซื้อหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในปี 2013 ด้วยเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7,840 ล้านบาท) คิดเป็นครึ่งหนึ่งของราคาซูเปอร์ยอช์ตลำใหม่ของเขา
ภาพวาดของฌอง-มิเชล บาสเกีย กำลังมีการประมูลอยู่ในนครนิวยอร์ก ราคาประเมินขั้นต่ำอยู่ที่ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,550 ล้านบาท) ส่วนภาพวาดของโกลด มอแน อยู่ที่ราว 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 11,000 ล้านบาท)
เวอร์จิน กาแลกติก (Virgin Galactic) ได้ขายตั๋วล่วงหน้าไปอวกาศแล้วราคาระหว่าง 200,000-250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6.3-7.8 ล้านบาท) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะทางบริษัทเตรียมที่จะพาคนท่องอวกาศในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก
แต่ถ้าคุณเป็นเจฟฟ์ เบซอส ไม่มีความจำเป็นต้องจองตั๋วนี้ เบซอสซึ่งอยู่เบื้องหลังบริษัทร่วมทุนด้านอวกาศ บลู ออริจิน (Blue Origin) สามารถขึ้นสู่อวกาศด้วยยานของตัวเองได้












