วัคซีนโควิด : รายได้ 10 มหาเศรษฐีโลกมากพอจ่ายค่าวัคซีนให้ทุกคนได้

เจฟฟ์ เบซอส กล่าวในเดือน ก.ย. 2019

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, รายงานอ็อกซ์แฟม ระบุว่า รายได้ของ เจฟฟ์ เบซอส ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน มี.ค. มีจำนวนมากพอที่จะจ่ายโบนัสพนักงานคนละประมาณ 3.1 ล้านบาท

องค์กรการกุศลอ็อกซ์แฟม (Oxfam) ระบุรายได้ที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ของมหาเศรษฐีโลก 10 คน คิดเป็นเงินรวมกันราว 5.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 16.18 ล้านล้านบาท ซึ่งมากพอที่จะนำมาใช้ป้องกันไม่ให้ทุกบนโลก ต้องอยู่ในสภาพยากจน และยังสามารถจ่ายค่าวัคซีนให้กับทุกคนได้ด้วย

รายงานของอ็อกซ์แฟม พบว่า ความมั่งคั่งรวมกันของมหาเศรษฐีเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รัฐบาลในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือ จี 20 จ่ายไปเพื่อใช้ในการฟื้นฟูประเทศจากการระบาดของเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19

องค์กรการกุศลแห่งนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ หันมาเก็บภาษีคนที่มีฐานะร่ำรวยมหาศาลเพิ่มขึ้นด้วย

มีการเผยแพร่รายงานหัวข้อไวรัสแห่งความเหลื่อมล้ำ (Inequality Virus) ในขณะที่บรรดาผู้นำโลก กำลังร่วมการประชุมเสมือนจริง "ดาวอส ไดอาล็อก" (Davos Dialogue) ซึ่งจัดโดยเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม

อ็อกซ์แฟมระบุว่า การที่รัฐบาลต่าง ๆ สนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ตลาดหุ้นเติบโตขึ้น และผลักดันให้ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจที่แท้จริงกำลังเผชิญการถดถอยอย่างเลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ

รายงานยังชี้ว่า ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นราว 3.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 117 ล้านล้านบาท) ในช่วง 18 มี.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2020 และปัจจุบันอยู่ที่ 11.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 358 ล้านล้านบาท) ซึ่งเทียบเท่ากับวงเงินที่รัฐบาลในกลุ่มจี 20 ได้ใช้จ่ายเพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด-19

คนที่รวยที่สุดในโลก 10 คน ซึ่งมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นรวมกันราว 5.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ มี.ค. 2020 นั้น รวมถึงเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน (Amazon) อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งเทสลา (Tesla) และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก (Facebook)

ที่พักพิงคนไร้บ้านในกรุงดับลิน เมื่อ 20 ม.ค. 2021

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รายงานของอ็อกซ์แฟม พบว่า คนหลายล้านคนเผชิญกับภาวะยากจน

โดยในเดือน ก.ย. 2020 นายเบซอสมีรายได้มากถึงขนาดที่เขาสามารถจ่ายโบนัสจำนวน 105,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.1 ล้านบาท) ให้พนักงานทั้ง 876,000 คน ของแอมะซอนได้ และเขายังคงมีทรัพย์สินเหลือเท่ากับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19

แต่สำหรับคนที่ยากจนที่สุดในโลกแล้ว อาจต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปี กว่าจะฟื้นตัว อ็อกซ์แฟม ประเมินว่า การระบาดของโควิด-19 ผลักคนให้เข้าสู่ภาวะความยากจนเพิ่มมากถึง 500 ล้านคน และทำให้แนวโน้มความยากจนทั่วโลกที่ลดลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ต้องก้าวถอยหลัง