"บางทีลึก ๆ ฉันอาจจะรู้อยู่แล้ว" เรื่องราวของฝาแฝดชาวอังกฤษที่เกิดห่างกันไม่ถึงนาที แต่มีพ่อคนละคนกัน

- Author, เจนนี คลีแมน
- Role, พิธีกรรายการพอดแคสต์บีบีซี เดอะ กิฟต์ (The Gift)
- เวลาอ่าน: 7 นาที
คู่ฝาแฝดมิเชลและลาวิเนีย ออสบอร์น มีสายใยความผูกพันแสนพิเศษร่วมกันมาโดยตลอด
แต่เมื่อลาวิเนียคลิกเปิดอีเมลที่มีผลการตรวจดีเอ็นเอจากชุดตรวจที่บ้านเมื่อเดือน ก.ย. 2022 เธอกลับรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาทันที
"บางทีลึก ๆ ในจิตใต้สำนัก ฉันอาจจะรู้อยู่แล้ว" เธอกล่าว
ผลการตรวจดีเอ็นเอของเธอเปิดเผยบางสิ่งบางอย่างที่น่าแปลกใจ ฝาแฝดเทียมหรือแฝดต่างไข่อย่างลาวิเนียและมิเชลไม่ได้มีพ่อคนเดียวกัน
ทั้งคู่เกิดจากการปฏิสนธิตามธรรมชาติ เติบโตขึ้นมาในมดลูกเดียวกัน และเกิดจากแม่คนเดียวกันในเวลาห่างกันไม่ถึงหนึ่งนาที แต่พวกเธอเป็นพี่น้องต่างบิดา
มิเชลและลาวิเนียซึ่งปัจจุบันอายุ 49 ปี มีตัวตนขึ้นมาได้จากกระบวนการทางชีววิทยาซึ่งเรียกว่า การตั้งครรภ์แฝดจากบิดาคนละคน (heteropaternal superfecundation) ที่หายากอย่างยิ่ง กรณีเช่นนี้ หญิงผู้เป็นแม่จะมีภาวะตกไข่มากกว่าหนึ่งใบในรอบเดือนเดียวกัน ไข่เหล่านั้นต้องได้รับการปฏิสนธิจากจากสเปิร์มหรืออสุจิของชายคนละคนกัน และตัวอ่อนที่เกิดขึ้นมาต้องสามารถมีชีวิตรอดตลอดการตั้งครรภ์ได้
ทั่วโลกมีกรณีการตั้งครรภ์แบบนี้ประมาณ 20 กรณี หลังจากสืบค้นและประมวลข้อมูลเป็นเวลา 4 เดือนเพื่อออกอากาศในรายการ เดอะ กิฟต์ ทางวิทยุบีบีซี เรดิโอ 4 (BBC Radio 4) บีบีซีพบว่าลาวิเนียและมิเชล เป็นฝาแฝดที่มีพ่อละคนเพียงคู่เดียวที่เคยได้รับการบันทึกไว้ในสหราชอาณาจักร
สำหรับลาวิเนีย การได้รับข้อมูลนี้ทำให้เธอรู้สึกใจสลาย เธอกับมิเชลมีชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบากมาด้วยกันจากการถูกส่งให้เลี้ยงดูหลายต่อหลายบ้านรวมทั้งมีผู้ดูแลหลายคน ดังนั้นแล้วสิ่งเดียวที่มั่นคงสำหรับชีวิตของฝากแฝดคู่นี้คือการมีเพียงกันและกัน
"เธอเคยเป็นเพียงคนเดียวที่เกิดมาเพื่อฉัน เป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ฉันรู้สึกแน่นอน สิ่งที่เดียวที่ฉันแน่ใจ" ลาวิเนียกล่าว "แต่ตอนนั้นเอง เธอก็ไม่ใช่สิ่งนั้นอีกต่อไป"
แต่เมื่อลาวิเนียโทรไปหาฝาแฝดของเธอเพื่อบอกข่าว มิเชลล์กลับรู้สึกต่างออกไป
"ฉันไม่ได้แปลกใจเลย" มิเชลบอก "ฉันยังคงรู้สึกทึ่งอยู่ว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้จริง ๆ มันแปลกมาก ๆ อย่างแปลกเลย และเจอได้ยากมากด้วย แต่มันก็สมเหตุสมผลเข้าใจได้"

แม่ของมิเชลล์และลาวิเนียเป็นหญิงสาววัย 19 ปีที่อยู่ในภาวะเปราะบางตอนที่เธอให้กำเนิดทั้งคู่ในเมืองนอตติงแฮมในปี 1976
"เธอถูกพ่อเลี้ยงของเธอทำร้าย" มิเชลกล่าว "แม่ของฉันย้ายไปมาระหว่างครอบครัวอุปถัมภ์กับศูนย์ดูแลเด็กตลอดช่วงวัยเด็กของเธอ"
เมื่อใดก็ตามที่เธอทั้งคู่ถามแม่เรื่องพ่อของพวกเธอ แม่ของพวกเธอมักจะพูดว่าเขาเป็นชายคนหนึ่งชื่อเจมส์ ซึ่งมิเชลเล่าว่า "เขาไม่ได้ดำรงอยู่ในชีวิตพวกเรา"
แม่ของลาวิเนียและมิเชลก็แทบไม่ได้อยู่ในช่วงชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเธอเช่นกัน เมื่อพวกเธออายุห้าขวบ แม่ก็ได้ที่เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในกรุงลอนดอนและทิ้งให้ลูกฝาแฝดอยู่ในนอตติงแฮม โดยมีแม่ของเพื่อนรักของเธอช่วยเลี้ยงดู ซึ่งฝาแฝดคู่นี้เรียกว่า "คุณยาย"
"คุณยายมีนิสัยเข้มงวด ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ และไม่ค่อยแสดงความรักแบบกอดหอม สิ่งเดียวที่ฉันมีอยู่ตลอดก็คือมิเชล"ลาวิเนียกล่าว
ส่วนมิเชลบอกว่า ตราบใดที่เธอยังมีพี่น้องฝาแฝดอย่างลาวิเนีย เธอก็รู้สึกปลอดภัย
"มันมีเพียงเธอและฉันเท่านั้นที่มีกันและกันบนโลกกว้างใบนี้"
ตอนอายุ 10 ขวบเด็กหญิงฝาแฝดเดินทางไปอาศัยอยู่กับแม่ที่ลอนดอน แต่อยู่ได้แค่ไม่กี่ปี ลาวิเนียและมิเชลก็ถูกส่งไปที่อื่นอีกครั้ง โดยไปอาศัยอยู่ในบ้านอุปถัมภ์เก่าของแม่พวกเธอ ทั้งสองคนไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดแม่จึงอยากจะมีระยะห่างกับลูก ๆ
"เธออยู่ไกลเกินจะเอื้อมทั้งทางกายและใจเสมอมา" ลาวิเนียกล่าว

ส่วนพ่อของพวกเธอ หลังจากหายไปเกือบจะตลอดช่วงชีวิตวัยเด็กของลูก เจมส์ก็กลับมาในชีวิตของทั้งคู่ขณะพวกเธออยู่ในช่วงวัยรุ่น ตอนนั้นลาวิเนียเป็นคนที่ตามหาตัวพ่อจนพบ แม้ว่าเธอจะคิดว่าเธอเห็นความคล้ายกับตัวเองในตัวเขา แต่มิเชลกลับไม่เคยแน่ใจว่าเขาเป็นพ่อของเธอจริง ๆ ในใจลึก ๆ แล้ว เธอยังคงมีความสงสัยเล็ก ๆ ที่ค้างคาอยู่เสมอ
จนกระทั่งปลายปี 2021 แม่ของพวกเธอมีภาวะสมองเสื่อมช่วงเริ่มต้น และไม่สามารถจะตอบคำถามของพวกเธอได้อีกต่อไป มิเชลเห็นรูปภาพของเจมส์ และรู้สึกปักใจเชื่อยิ่งกว่าเดิมว่าเขาไม่ได้เป็นพ่อของเธอ
"ฉันก็แค่คิดนะว่า คุณ [พ่อ] แทบไม่มีส่วนไหนที่เหมือนฉันเลย" มิเชลกล่าว "เมื่อคิดแบบนั้นฉันก็ซื้อชุดตรวจมา"
เมื่อคุณตรวจดีเอ็นเอ ความจริงของครอบครัวและตัวคุณก็จะเปิดเผยออกมา แต่มิเชลไม่ได้คิดว่าผลที่ออกมาจะส่งผลอะไรกับลาวิเนียด้วยตอนที่เธอส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ ผลการตรวจมาถึงมือเธอในวันที่ 14 ก.พ. 2022 ซึ่งเป็นวันเดียวกันที่แม่ของพวกเธอตายจากไป
นามสกุลของเจมส์ไม่ได้ปรากฏอยู่ในสายตระกูลฝั่งพ่อของมิเชล ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาไม่ใช่พ่อของเธอ
หลังจากสืบสวนนานอยู่หลายสัปดาห์ มิเชลค้นพบว่าพ่อของเธอมีชื่อว่า อเล็กซ์ ซึ่งเป็นพี่ของคนที่เคยเป็นเพื่อนของแม่ มิเชลได้ติดต่อกับญาติบางคนของอเล็กซ์ ซึ่งเตือนเธอว่าเขาเคยต่อสู้กับปัญหาการติดสุราและยาเสพติดมาหลายปี และตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ตามท้องถนน
ต่อมามิเชลและลาวิเนียได้ไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ โอลิวีน ซึ่งมิเชลเชื่อว่าเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องคนแรกคนใหม่ของทั้งเธอและฝาแฝด ตอนนั้นมิเชลรู้สึกเชื่อมโยงด้วยทันที
"ฉันแค่รู้สึกรู้ว่าเธอเป็นสายเลือดของฉัน" เธอกล่าว ทว่าลาวิเนียไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น และเมื่อโอลิวีนเอาภาพถ่ายครอบครัวออกมาให้ดู ลาวิเนียไม่ได้เห็นตัวเธอเองในใบหน้าของพวกเขา
ลาวิเนียตัดสินใจตรวจดีเอ็นเอด้วยเช่นกัน เธอไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากมิเชล แต่เธอจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างกับความรู้สึกไม่สบายใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าครอบครัวของอเล็กซ์ไม่ใช่ครอบครัวของเธอเอง
"ฉันก็แค่ต้องการการยืนยัน" เธอกล่าว
เมื่อเธอเปิดผลตรวจออกมาและเห็นความจริงที่น่าตกตะลึงว่าฝาแฝดของเธอเป็นพี่น้องต่างบิดา ลาวิเนียรู้สึกเสียใจอย่างมาก และรู้สึกโกรธอย่างรุนแรง
"ฉันรู้สึกโกรธมิเชลที่ให้ฉันทำแบบนี้ เพราะฉันแค่ไม่ต้องการเผชิญกับความจริง"
ยังมีเรื่องราวที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น เมื่อลาวิเนียตรวจสอบผลตรวจอย่างละเอียด เธอก็พบว่าเจมส์ไม่ใช่พ่อของเธอเช่นกัน

ลาวิเนียไม่ได้สนใจที่จะตามหาว่าพ่อของเธอคือใคร แต่มิเชลตัดสินใจที่จะหาคำตอบดังกล่าว เมื่อไล่ตรวจดูผลของฝาแฝดอย่างละเอียด มิเชลก็พบว่าชายที่ชื่อว่า อาร์เธอร์ ซึ่งเป็นพ่อแท้ ๆ ทางสายเลือดของลาวิเนีย ทั้งคู่จึงขับรถไปหาเขาที่บ้านพักทางตะวันตกของกรุงลอนดอน
"ตอนนั้นเขาดูกระวนกระวายเล็กน้อย แต่เขามีบุคลิกที่สดใสมีพลังแบบฉัน" ลาวิเนียกล่าว และเมื่อพูดคุยกันเสร็จแล้ว เธอก็บรรจงหอมแก้มที่อาร์เธอด้วย
"ฉันแค่รู้สึกถูกดึงดูดให้ต้องทำอย่างนั้นออกไปเอง"
ลาวิเนียและอาร์เธอร์สนิทสนมกันนับตั้งแต่นั้นมา เธอและเขาพบกันหลายครั้งในแต่ละเดือนและบ่อยครั้งก็มีมิเชลมาพบปะด้วย
"ฉันรู้สึกเหมือนเจอที่ ๆ เป็นของฉัน และที่แห่งนั้นก็คือที่ ๆ มีพ่อฉันอยู่" ลาวิเนียกล่าว ส่วนอาร์เธอก็บอกมิเชลด้วยว่าให้เรียกว่าพ่อได้เช่นกัน
ในการพบกันครั้งหลัง ฝาแฝดได้ถามอาร์เธอร์ว่าเขารู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของพวกเธอบ้าง
"เขาบอกว่า แม่มาเคาะที่ประตู ตอนนั้นเธอเสียใจกับเรื่อง ๆ หนึ่งอยู่ เธอร่ำไห้มา" มิเชลเล่า "เธอไปหาเขาเพราะเธอไม่รู้สึกปลอดภัย เธอกำลังอยู่ในภาวะช็อก"
แม่ของฝาแฝดคู่นี้ไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้วเพื่อเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอโดยตรง แต่อาร์เธอร์บอกว่าเธอหันมาหาเขาในยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ มิเชลยังได้พบกับอเล็กซ์ พ่อแท้ ๆ ของเธอ ผ่านทางสมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ ที่เพิ่งค้นพบอีกด้วย
"เขาอยู่ในสภาพที่ตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยาเสพติดอย่างหนักจริง ๆ" มิเชลกล่าว
ทว่าความคล้ายคลึงกันระหว่างพวกเขานั้นไม่อาจปฏิเสธได้

"เขาเป็นพ่อของฉัน ฉันเป็นลูกของเขา แต่ฉันไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ฉันจำเป็นต้องรักษาไว้ในอนาคตด้วยกัน" เธอกล่าวและเสริมว่า "ฉันเพียงแค่อยากจะรู้เท่านั้น"
ฝาแฝดทั้งสองอาจไม่มีวันรู้เลยว่าแม่ของพวกเธอเคยสงสัยหรือไม่ว่าพวกเธอมีพ่อคนละคนกัน
"มันคงทำให้เธอแทบบ้าแน่ ๆ" ลาวิเนียกล่าว "เธอน่าจะต้องเห็นอะไรบางอย่าง หรือรู้สึกถึงบางอย่าง"
"ฉันคิดว่าลึก ๆ ในความคิดของแม่ เธอน่าจะรู้ แต่เธอพยายามปฏิเสธมันอย่างมาก" มิเชลกล่าว
ในฐานะฝาแฝดต่างไข่ ลาวิเนียและมิเชลรับรู้ความแตกต่างระหว่างกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่ความจริงที่เปิดเผยจากผลดีเอ็นเอทำให้ความแตกต่างเหล่านั้นดูชัดเจนขึ้นในตอนแรก อย่างไรก็ตาม พวกเธอยังคงมีสายสัมพันธ์ที่พิเศษร่วมกันเสมอ
"พวกเราคือปาฏิหาริย์" ลาวิเนียกล่าว "เราจะมีความใกล้ชิดกันโดยไม่มีวันจะถูกทำลายได้"
"เธอคือฝาแฝดของฉัน" มิเชลพยักหน้า "ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้"































