ตรุษจีน : เรื่องน่ารู้ว่าด้วยดาราศาสตร์แห่ง “ชุนเจี๋ย” เทศกาลตรุษจีนต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

รอบรู้เรื่องดาราศาสตร์แห่ง "ชุนเจี๋ย" เทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

ที่มาของภาพ, Getty Images

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ของปีนี้ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีจีน ซึ่งหลายคนรอคอยที่จะได้พบปะรวมญาติมิตร กินของไหว้แสนอร่อย และรับซองแดงอั่งเปาใส่กระเป๋าสตางค์ แต่สิ่งน่าสนใจของเทศกาลตรุษจีนไม่ได้มีอยู่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณอาจไม่รู้หรือเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่มุมทางดาราศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นมาหลายพันปี

ปีใหม่ตามปฏิทิน "สุริยจันทรคติ"

คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดคิดว่าวันขึ้นปีใหม่ของจีนหรือตรุษจีนนั้น เป็นวันที่กำหนดนับได้จากปฏิทินจันทรคติ (Lunar calendar) ในโลกตะวันตกถึงกับมีการเรียกชื่อเทศกาลตรุษจีนว่า "ปีใหม่ทางจันทรคติ" (Lunar new year) กันเลยทีเดียว แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่า ปฏิทินจีนที่ใช้นับหาวันขึ้นปีใหม่กันอยู่นั้นเป็นปฏิทิน "สุริยจันทรคติ" (Lunisolar calendar) ต่างหาก

ปฏิทินสุริยจันทรคติ คือปฏิทินที่ใช้ดิถีของดวงจันทร์เพื่อบอกข้างขึ้นข้างแรม รวมทั้งบอกเดือนตามแบบจันทรคติ แต่มีการผสมผสานให้ใช้วิธีบอกวันและบอกปีตามแบบสุริยคติเข้ามาด้วย เพื่อให้การบอกเดือนแบบจันทรคติที่มักคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับฤดูกาลที่แท้จริงมีความแม่นยำมากขึ้น และมีจำนวนวันในหนึ่งปีเพิ่มขึ้นจาก 354 วัน เป็น 365 วัน

ชาวจีนอาจเริ่มใช้ปฏิทินสุริยจันทรคติมาตั้งแต่ 2,100 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนที่สาธารณรัฐจีนผู้โค่นล้มราชวงศ์ชิง จะเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินเกรกอเรียนตามแบบชาติตะวันตกในปี 1912 และกำหนดให้เรียกชื่อของวันขึ้นปีใหม่ตามธรรมเนียมดั้งเดิมว่า "เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ" แทน

รอบรู้เรื่องดาราศาสตร์แห่ง "ชุนเจี๋ย" เทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

ที่มาของภาพ, NASA EARTH OBSERVATORY

คำบรรยายภาพ, พระจันทร์ในคืนเดือนมืด (new moon) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเดือนใหม่ในปฏิทินจันทรคติ

เมื่อไหร่คือ "ชุนเจี๋ย" วันต้อนรับฤดูใบไม้ผลิครั้งใหม่

ปฏิทินเกรกอเรียน (Gregorian calendar) ซึ่งใช้กันทั่วโลกในทุกวันนี้ นับเริ่มต้นปีใหม่ในวันวสันตวิษุวัต (Spring equinox) ของทุกปี โดยถือว่าเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ

แต่วันปีใหม่ตามปฏิทินจีนซึ่งไม่ตรงกันทุกปีนั้น สามารถจะทราบวันที่แน่นอนได้ โดยเริ่มนับจากวันเหมายัน (Winter solstice) ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นวันกลางฤดูหนาวต่อไปอีก 1 เดือนครึ่ง ทำให้วันขึ้นปีใหม่ของจีนจะอยู่ระหว่างวันที่ 21 มกราคม - 20 กุมภาพันธ์ของทุกปี อันเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิที่ถูกต้องแม่นยำกว่าในปฏิทินเกรกอเรียน

จากการนับวันและเดือนในแบบดังกล่าว วันขึ้นปีใหม่จีนในแต่ละปีจะมาถึงเร็วขึ้น 11 วันเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนในปีที่มีเดือนอธิกมาส วันต้อนรับฤดูใบไม้ผลิครั้งใหม่หรือที่เรียกกันในภาษาจีนว่า "ชุนเจี๋ย" จะมาถึงช้ากว่าปีก่อนหน้า 19 วัน

วัฒนธรรมกำหนดดาราศาสตร์และวิถีชีวิต

รอบรู้เรื่องดาราศาสตร์แห่ง "ชุนเจี๋ย" เทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, "ชุนยุ่น" หมายถึงการเดินทางกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ของประชาชนจีนหลายพันล้านคนทั่วประเทศ

หลายคนอาจมองว่าการนับวันเดือนปีตามระบบปฏิทิน ล้วนผูกโยงกับกฎธรรมชาติทางดาราศาสตร์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีการนับและบอกวันเวลาในโลกนี้มีอยู่หลากหลายแบบพอกับจำนวนภาษาและวัฒนธรรมต่าง ๆ เลยทีเดียว การเลือกใช้ปฏิทินแบบใดแบบหนึ่งสามารถสะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมทั้งประวัติศาสตร์และความทรงจำของชนชาตินั้นได้

ศาสตราจารย์ ซาชา สเทิร์น ผู้เชี่ยวชาญอารยธรรมฮีบรูและยิวศึกษาจากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (UCL) ในสหราชอาณาจักร บอกว่าปฏิทินสุริยคตินั้นเป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ทำการเกษตร การประมง หรือหาของป่า ซึ่งต้องการวางแผนล่วงหน้าสำหรับบางช่วงที่สำคัญของปี แต่ปฏิทินแบบนี้ไม่สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงบนท้องฟ้ายามราตรี ทำให้ชาวตะวันตกไม่ค่อยสนใจดูดวงจันทร์ และไม่ทราบถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกัน

ปฏิทินที่ใช้ในวัฒนธรรมโบราณบางส่วนรวมทั้งปฏิทินจีน สร้างขึ้นเพื่อเน้นการใช้ประโยชน์ในทางโหราศาสตร์ด้วย เช่นช่วยบอกวันมงคลสำหรับการขึ้นบ้านใหม่หรือประกอบพิธีสมรส การที่ผู้คนในปัจจุบันยังนิยมใช้ปฏิทินแบบนี้ อาจเป็นได้ว่าพวกเขามีความต้องการทางจิตวิญญาณ ที่จะเชื่อมโยงตนเองเข้ากับระเบียบเวลาอันยิ่งใหญ่กว่าของจักรวาล

สำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว เทศกาลตรุษจีนนั้นกินเวลายาวนานถึง 40 วัน ประกอบไปด้วยเทศกาลย่อยและพิธีกรรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญที่สุดคือการรวมญาติรับประทานอาหารค่ำมื้อใหญ่ ที่บ้านของสมาชิกครอบครัวผู้มีอาวุโสสูงสุด

เทศกาลตรุษจีนยังทำให้เกิดการเดินทางย้ายถิ่นที่อยู่ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกของมนุษย์ในทุกปี หรือที่เรียกกันในภาษาจีนว่า "ชุนยุ่น" ซึ่งหมายถึงการเดินทางกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ของประชาชนหลายพันล้านคนทั่วประเทศ

แต่ในปีนี้ทางการจีนออกกฎจำกัดการเดินทาง และให้บังคับตรวจหาเชื้อพร้อมทั้งกักตัวที่เมืองจุดหมายปลายทาง เพื่อป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กระทรวงคมนาคมของจีนคาดการณ์ว่าจะมีผู้เดินทางกลับบ้านลดน้อยลงมาก โดยอาจเหลือเพียง 1.15 พันล้านคน หรือราวครึ่งหนึ่งของสถิติปี 2019