อาหารช่วยรักษาใจที่แตกสลายได้อย่างไร

casserole front door

ที่มาของภาพ, Katie Horwich

โดย เอมิลี โทมัส

บีบีซี

การกินช่วยในการเยียวยาหลังจากคุณสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักในครอบครัวได้หรือเปล่า ?

การกินอาหารที่ดีเป็นสิ่งสำคัญหลังจากคุณต้องพบกับความเศร้าโศกเสียใจกับความตายของคนใกล้ชิด แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณมักจะไม่อยากรับประทานอะไรเวลาเศร้า

ลินซีย์ ออสตรอม ซึ่งอาศัยอยู่ที่รัฐมินเนโซตาในสหรัฐฯ เข้าใจเรื่องนี้ดี เธอคลอดลูกชายก่อนกำหนดตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 5 เดือนครึ่ง ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในวันต่อมา

ความโศกเศร้าเสียใจส่งผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ เธอร้องไห้ทั้งคืน ใส่ชุดนอนทั้งวัน ไม่อยากจะกินอะไร

"ฉันคิดแต่เรื่องที่เสียลูกชายไป คิดวนเวียนอยู่แต่ว่าครอบครัวเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ฉันไม่นึกอยากทำอะไรทั้งสิ้น"

แต่สำหรับออสตรอมแล้ว อาหารคือหน้าที่การงานของเธอ เธอเขียนบล็อกด้านอาหารที่ชื่อว่า A Pinch of Yum

เธอเขียนบรรยายไว้ในบล็อกว่า จู่ ๆ อาหารก็ไร้รสชาติ ท้องเธอไม่มีพื้นที่เหลือให้สิ่งอื่นนอกจากความทุกข์เศร้า

"ความคิดเรื่องอาหารเป็นเรื่องน่าขยะแขยง ...ปกติฉันเป็นคนชอบกินอาหารเผ็ด รสชาติจัด ๆ มีสีสันและเนื้อสัมผัสโดดเด่น แต่หลังเกิดเรื่อง ฉันอยากกินแค่ซุปมัน ขนมปังขาวกับเนย อาหารธรรมดา ๆ"

แม้ว่าจะกินอะไรไม่ลง แต่เธอก็รู้สึกซาบซึ้งที่เพื่อนบ้านและครอบครัวทำอาหารมาให้

"มันช่วยชีวิตเราไว้เลย" ออสตรอม เล่า "ฉันบอกกับตัวเองว่า "กินให้ได้ทีละถ้วย" ...ฉันใช้สิ่งนั้นเป็นหลักที่คอยดึงฉันกลับสู่โลกแห่งความจริง ให้ตระหนักว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ และต้องอยู่ต่อไป"

จากนั้น ออสตรอมก็เริ่มเข้าใจว่าอาหารง่าย ๆ ที่ทำขึ้นด้วยความรักมีความสำคัญมากเพียงใด เธอเริ่มขอให้ครอบครัวและเพื่อนแชร์สูตรอาหารเหล่านั้น แล้วก็ตีพิมพ์ในบล็อกที่ตั้งชื่อว่า "Feeding a Broken Heart" หรือ ให้อาหารหัวใจที่แตกสลาย

แฮชแท็ก #feedingabrokenheart ถูกเผยแพร่ไปทั่วอินสตาแกรม มีรูปอาหารมากมายที่คอยช่วยคนให้ผ่านพ้นความเศร้าไปได้

images of food using the hashtag #feedingabrokenheart

ที่มาของภาพ, Instagram

คำบรรยายภาพ, รูปอาหารต่าง ๆ ที่โพสต์โดยตั้งแฮชแท็ก #feedingabrokenheart

ลิซา ชูลแมน ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยา ที่มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ในสหรัฐฯ บอกว่า เมื่อเราพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ สมองเราทำหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กีดกันความทรงจำที่เจ็บปวดออกไป และปล่อยเราคิดแต่ความทรงจำที่เราพอจะคิดถึงได้

ศ.ชูลแมนซึ่งผ่านความเศร้าจากการสูญเสียสามีไปบอกว่า คนเราสามารถค่อย ๆ เปิดรับความทรงจำเก่า ๆ กลับมาได้

"เราสามารถใช้อาหารช่วยเราได้ ฉันจะเน้นกินอาหารที่มีความหมายและนำความทรงจำกลับมาได้ ฉันกลับมาทำอาหารสูตรอาหารที่สามีฉันชอบ นี่ทำให้ฉันรู้สึกดี"

ความคิดเรื่องการเชื่อมต่อกับคนตายผ่านอาหารไม่ใช่เรื่องใหม่ ในสมัยโรม เป็นข้อถือปฏิบัติที่คนจะเจาะรูเข้าไปสู่ที่เก็บหลุมศพเพื่อให้ญาติผู้ตายสามารถส่งอาหารไปให้ได้ เป็นการให้อาหารพวกเขาระหว่างรอชีวิตหลังความตาย

ชาวฮินดูไม่กินเนื้อสัตว์ในช่วงไว้ทุกข์ 12 วัน

ในพิธีศพของชาวญี่ปุ่น จะมีการวางถ้วยข้าวไว้ข้าง ๆ รูปผู้ตาย โดยปักตะเกียบเป็นแนวตั้ง

onions tears

ที่มาของภาพ, Katie Horwich

แคนดิ แคนน์ อาจารย์ด้านศาสนาที่มหาวิทยาลัยเบย์เลอร์ ในเท็กซัสบอกว่า วัฒนธรรมการให้อาหารผู้ตายในสังคมที่เคร่งธรรมเนียมประเพณีอย่างจีนกำลังเปลี่ยนไป จากที่วางส้ม ลูกพลับ หรือสับปะรดไว้ที่หลุมศพ แคนน์บอกว่าเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นคนให้อาหารอเมริกันแทน เช่น เฟรนช์ฟรายส์ และบิ๊กแม็ค

"หลังจากนั้น ญาติ ๆ ก็อาจจะกินอาหารที่นำมาให้ผู้วายชนม์ แล้วก็ทิ้งไว้ให้เจ้าหน้าที่สุสานมาเก็บทำความสะอาดเหมือนกับดอกไม้และลูกโป่งที่นำมาที่หลุมศพ"

ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าผู้ตายจะหายไปจากชีวิตเรา แต่ตัวตนของพวกเขายังอยู่ต่อไปในความทรงจำในอาหารที่พวกเขารัก

ศ.แคนน์ ว่าบอกว่าความเศร้ามักถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ คนเราถูกเร่งรัดให้ "ดำเนินชีวิตต่อไป" แทนที่จะให้เราสร้างพิธีกรรมด้านอาหาร ให้คงความสัมพันธ์กับผู้ตายต่อไป เป็นโอกาสที่ดีให้เราสามารถเยียวยาตัวเองได้