พลเอกเปรม : ฮุนเซน โต้เดือด นายกฯ สิงคโปร์ กล่าวหาเวียดนาม "รุกราน" กัมพูชา

Cambodia"s Prime Minister Hun Sen (front) inspects an honour guard as Singapore"s Prime Minister Lee Hsien Loong walks behind him at the Istana in Singapore July 26, 2010

ที่มาของภาพ, Reuters

นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา แสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โพสต์เฟซบุ๊กไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ โดยมีข้อความส่วนหนึ่งพาดพิงว่า "เวียดนามรุกรานกัมพูชา"

นายฮุน เซน ชี้ว่า คำไว้อาลัยของนายลี เซียนลุง เป็นความเห็นที่ "ดูหมิ่นการเสียสละของอาสาสมัครทหารเวียดนามที่ช่วยปลดปล่อยกัมพูชาจากการปกครองของเขมรแดง ภายใต้การนำของนายพอล พต" ซึ่งสังหารชาวกัมพูชาไป 2 ล้านคนระหว่างปี 1975-1979

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา นายลี ได้โพสต์ภาพ พล.อ. เปรม ขณะเข้าพบนายลี กวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในปี 1998 พร้อมกับข้อความที่เขียนถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการอสัญกรรมของ พล.อ. เปรม และสดุดีประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

โดยข้อความส่วนที่พาดพิงถึงเวียดนามนั้น นายลี ระบุว่า "การเป็นผู้นำของพล.อ. เปรม ส่งผลดีต่อภูมิภาค ซึ่งในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ตรงกับช่วงที่สมาชิกอาเซียน (ขณะนั้นมีอยู่ 5 ประเทศ) ร่วมมือกันต่อต้านการรุกรานกัมพูชาของเวียดนาม และรัฐบาลกัมพูชาที่ขึ้นมาทำหน้าที่แทนเขมรแดง ประเทศไทยอยู่ในแนวหน้าในการเผชิญหน้ากับกองกำลังของเวียดนามที่ข้ามพรมแดนเข้ามาในกัมพูชา พล.อ. เปรม มีความแน่วแน่ที่จะไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ร่วมมือกับพันธมิตรอาเซียนในการต่อต้านการยึดครอง (กัมพูชา)ของเวียดนามในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ ทำให้การรุกรานทางทหารและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไม่ได้รับความชอบธรรม เป็นการคุ้มครองความมั่นคงของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และช่วยกำหนดทิศทางของภูมิภาค"

เสียใจอย่างยิ่ง

ในข้อความที่โพสต์ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายฮุน เซน วัย 66 ปี ระบุว่า "ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าโพสต์ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ของ ฯพณฯ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ มีข้อความแสดงความเสียใจต่อการอสัญกรรมของ พล.อ. เปรม..." นายฮุน เซน ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้นำสิงคโปร์กล่าวหาว่าเวียดนามรุกรานกัมพูชา

"คำพูดของท่าน (ลี เซียนลุง) สะท้อนถึงจุดยืนของสิงคโปร์ในเวลานั้นที่สนับสนุนรัฐบาลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และต้องการให้เหตุการณ์นั้นกลับคืนสู่กัมพูชาอีกครั้ง"นายฮุน เซน กล่าว

นอกจากนี้ เขายังระบุว่า สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสามฝ่ายที่นำไปสู่การตั้งรัฐบาลผสมของกัมพูชา โดยนายฮุน เซน เรียกการกระทำดังกล่าวว่า "การขัดขวางการอยู่รอดของประชาชนกัมพูชา" เพราะการกระทำของสิงคโปร์ส่งผลให้สงครามยืดเยื้อขึ้นและสร้างความทุกข์ระทมให้ชาวกัมพูชาต่ออีกหนึ่งทศวรรษ

นายฮุน เซน ระบุว่า "ถ้อยแถลงของท่าน (ลี เซียนลุง) เผยให้คนสิงคโปร์และโลกได้ทราบว่าผู้นำสิงคโปร์มีส่วนในการสังหารหมู่ชาวกัมพูชา"

"สุดท้ายนี้ ผมอยากถามว่า ฯพณฯ ลี เซียนลุง คิดว่าการพิจารณาคดีผู้นำเขมรแดงเป็นสิ่งที่ชอบธรรมหรือไม่" นายฮุน เซน ตั้งคำถาม

ข้าม Facebook โพสต์ , 2

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์, 2

การโดดเดี่ยวเวียดนาม และกัมพูชา

นายฮุน เซน เคยเป็นสมาชิกเขมรแดง แต่ได้ออกจากกลุ่มแล้วหลบหนีไปเวียดนาม จากนั้นได้เข้าร่วมกับกองทัพเวียดนามเพื่อโค่นล้มอำนาจของกลุ่มเขมรแดง ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่อำนาจและได้เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในปี 1985 ขณะมีอายุ 33 ปี

ขณะนั้น อาเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และจีน ได้นำประชาคมโลกให้โดดเดี่ยวเวียดนามและรัฐบาลกัมพูชาในช่วงสงครามอินโดจีน แต่ต่อมา อาเซียน เวียดนาม และกัมพูชา ได้กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 1995 ตามด้วยกัมพูชาในปี 1999

อย่างไรก็ตาม ทั้งเวียดนามและกัมพูชาต่างยืนกรานว่า การโค่นล้มเขมรแดงเป็นการ "ปลดปล่อย" ชาวกัมพูชาจากการสังหารหมู่ของเขมรแดง ภายใต้การปกครองอันโหดเหี้ยมของนายพอล พต

ท่าทีของสิงคโปร์

การปะทะคารมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22 - 23 มิ.ย. นี้ที่กรุงเทพฯ

นายถัน ชวน-จิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสิงคโปร์ กล่าวถึงเรื่องความขัดแย้งนี้ทางหน้าเฟซบุ๊กของเขาว่า เวียดนามอาจไม่ยอมรับกับข้อความทางหน้าเฟซบุ๊กของนายลี เซียนลุง ที่แตะประเด็นเรื่องการรุกรานกัมพูชาในปี 1978 แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นแปลงอดีตอย่างที่หลายคนมอง และไม่ได้เปลี่ยนแปลงการที่สิงคโปร์และเวียดนามเป็นมิตรและเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันในปัจจุบัน

"เวียดนามอาจไม่ชอบใจกับบางความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรี และผมเดาว่าพวกเขาสามารถเลือกที่จะนิยามอดีตอย่างที่พวกเขามองว่าถูกต้อง"

ข้าม Facebook โพสต์ , 3

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์, 3

ประเด็นร้อนในโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ ทางการเวียดนามได้ออกมาตอบโต้การถูกพาดพิงดังกล่าว โดยเว็บไซต์วีเอ็นเอ็กซ์เพรส ของทางการเวียดนาม รายงานว่า นางเล ทิ ทู หั่ง โฆษกกระทรวงต่างประเทศเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนาม "เสียใจ" ที่ข้อความดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้คนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ

ข่าวนี้ยังจุดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย โดยในหน้าเฟซบุ๊กของบีบีซีแผนกภาษาเวียดนาม ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกับกรณีที่เกิดขึ้นอย่างคึกคัก

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ Duy Fam ระบุว่า "ผมอยู่ในกัมพูชาในฐานะคนงานจากนั้นก็ทหาร ระหว่างปี 1980-1986 ผมต่อสู้และปกป้องสันติภาพให้แก่ชาวเวียดนามและชาวเขมร การเสียสละที่เราทำในวัยเยาว์นั้นเป็นเรื่องจำเป็น เพราะไม่ได้เอาแต่ยืนดูการกระทำอันเหี้ยมโหด (ของเขมรแดง) เราไม่ได้สู้เพื่อลัทธิสังคมนิยม เราต่อสู้เพราะในฐานะทหารเราต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อเห็นการก่ออาชญากรรม"

เขาระบุต่อว่า "ถ้านายกฯ สิงคโปร์ คิดว่าเราคือผู้รุกราน เขาก็คงพูดอย่างไม่แยแสว่าการเสียสละของบรรดาเพื่อนทหารของผมเป็นสิ่งที่สูญเปล่าและไร้ความหมาย แล้วเขาทำอะไรอยู่ในตอนนั้น เขาส่งเสียงเชียร์หรือนิ่งเงียบต่อความทุกข์ระทมของทั้งสองประเทศ? ...ได้โปรดปล่อยให้ทหารหาญ ประชาชน และผู้ที่ช่วยสร้างประเทศกัมพูชาได้หลับอย่างสงบสุข"

ส่วนผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกคนที่ชื่อ Kristen Emily ระบุว่า "ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับนายลี เซียนลุง หรือไม่ ทุกคนควรเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองทุกคนในสังคมเสรีประชาธิปไตย..."

ขณะที่เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ La Dolce Vita ตั้งคำถามว่า สิงคโปร์ยึดถือแนวทางการต่อต้านลัทธิสังคมนิยม เหมือนกับเราที่ยึดถือวิถีทางแบบสังคมนิยม แล้วทำไมเราต้องทำให้เขาคิดแบบเดียวกับเราแล้วด่าว่าพวกเขาด้วยล่ะ