เลือกตั้ง 2562 : ตั้งแต่ 'ประชาธิปไตยลูกผสม' ไปจนถึง 'การเลือกตั้งกำมะลอ' มุมมองสื่อต่างชาติต่อการใช้สิทธิ 24 มี.ค. นี้

มือคนหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ ของไทย มีพรรคการเมือง 81 พรรค ผู้สมัครกว่า 2,700 คน และผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเกือบ 52 ล้านคน

โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. นี้ สื่อต่างชาติทั่วโลกให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ของไทยอย่างมาก บีบีซีไทยได้รวบรวมพาดหัวของเรื่องที่สื่อต่างชาติเขียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งของไทย เพื่อสะท้อนมุมมองที่ชาวต่างชาติที่มีต่อการเลือกตั้งครั้งนี้

โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประจำอยู่ที่กรุงเทพ ได้เขียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งไทยโดยพาดหัวว่า "Thailand election: A vote for a hybrid democracy" ซึ่งอาจแปลเป็นไทยได้ว่า "การเลือกตั้งไทย: โหวตเพื่อประชาธิปไตยลูกผสม"

ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่ทางเว็บไซต์บีบีซี เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ตอนที่กองทัพยึดอำนาจในเดือน พ.ค. 2557 พวกเขาเรียกมันว่า "รัฐประหารที่จะยุติรัฐประหารทั้งหมด" หนึ่งในผู้นำรัฐประหารบอกกับ บีบีซี ในปี 2557 ว่า การรัฐประหารเมื่อปี 2549 ถือเป็นความล้มเหลว ดังนั้นในการยึดอำนาจปี 2557 กองทัพจะแก้ไขทุกอย่างเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเข้ามาแทรกแซงอีก

เฮด ระบุว่า ถ้อยแถลงทางการของคณะรัฐประหารคือ เข้ามาแทรกแซงเพื่อยุติความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งสั่นคลอนประเทศ แต่นอกจากนั้น คณะรัฐประหารยังมีเป้าหมายที่เป็นทางการน้อยกว่าอีก 2 อย่างคือ การรักษาเสถียรภาพของการสืบราชสันตติวงศ์ครั้งแรกในรอบ 70 ปี หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ในปี 2559 โดยทางรัฐบาลทหารทำงานนี้สำเร็จ ส่วนอีกเป้าหมายหนึ่งคือ การยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มที่ภักดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งชนะการเลือกตั้งทุกครั้งมาตั้งแต่ปี 2544

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

เฮด ระบุว่า กลุ่มการเมืองนี้ ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อพระราชวัง กองทัพ และธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกัน และครอบงำประเทศไทยในช่วงประวัติศาสตร์ยุคใหม่เป็นส่วนใหญ่ และต้องเข้าใจว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ อยู่ในบริบทของเป้าหมายสุดท้ายนี้

'กำมะลอ'

ด้านบทความที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ ดิ อีโคโนมิสต์ เมื่อ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา พาดหัวว่า "การเลือกตั้งกำมะลอของไทย การลงคะแนนที่ไม่ได้หวนกลับสู่ประชาธิปไตย แต่เป็นการปกครองที่เลวร้ายระยะใหม่ของทหาร"

ดิ อีโคโนมิสต์ ซึ่งเคยถูกห้ามจำหน่ายหลายครั้งในประเทศไทย ระบุว่า มันควรจะเป็นการกลับมาอย่างมีชัย ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งชาวไทยจะเลือกตั้งผู้แทนเข้าสภาใหม่ในวันที่ 24 มี.ค. นี้ ซึ่งจะยุติการปกครองโดยตรงของทหารนาน 5 ปี แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่พวกเขาเลือกจะไม่มีที่ให้ประชุมกัน เพราะว่าอาคารรัฐสภาเดิมที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน ถูกเรียกคืนพื้นที่ด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่มีการเปิดเผย และภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย ทำให้ไม่มีใครตั้งคำถาม ขณะที่รัฐบาลทหารก็ยังสร้างอาคารรัฐสภาหลังใหม่ไม่แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังได้เขียนถึงนายพลหลายคนของไทยว่า ได้ใช้เวลาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาในการสร้างระบบที่ขัดขวางเจตจำนงของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรืออย่างน้อยก็ถูกจำกัดอย่างรุนแรง พวกเขาต้องการสกัดกั้น ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่ลี้ภัยอยู่ ซึ่งผู้สนับสนุนเขาชนะการเลือกตั้งทุกครั้งตั้งแต่ปี 2544 ผลที่ได้จะเป็นความจอมปลอมของประชาธิปไตยในประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแรงบันดาลใจให้ชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันคือข่าวร้ายไม่ใช่เฉพาะของคนไทย 69 ล้านคน แต่เป็นของทั้งภูมิภาคอีกด้วย

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่?

ส่วนบทความของซีเอ็นเอ็น เขียนโดยเฮเลน เรแกน และโคชา โอลาน ได้พาดหัวที่มุ่งเน้นไปที่ทหารด้วยการตั้งคำถามว่า "A political game: Why Thailand's election will be a win for the military" ซึ่งอาจแปลได้ว่า "เกมการเมือง: ทำไมการเลือกตั้งของไทยจะเป็นชัยชนะของทหาร" โดยในข่าวเขียนถึงการใช้อำนาจเผด็จการของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากยึดอำนาจ และการที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงมีอิทธิพลอยู่มากในสังคมไทย

ส่วนเว็บไซต์ของนิตยสารฟอร์บส์ ได้เผยแพร่บทความที่เขียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดย แฮร์ริสัน เชง พาดหัวว่า "Thailand's Watershed Elections On Sunday Will Set Tone For Foreign Business" แปลได้ว่า "การเลือกตั้งที่เป็นจุดเปลี่ยนของไทยในวันอาทิตย์ จะกำหนดทิศทางให้นักธุรกิจต่างชาติ" ขณะที่เนื้อหาโดยรวมเป็นการอธิบายถึงกฎกติกาการเลือกตั้งของไทย

เสียงของคนรุ่นใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง?

ส่วน อัลจาซีรา ได้เผยแพร่คลิปรายงานข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งไทยโดย สก็อตต์ ไฮด์เลอร์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ พาดหัวระบุว่า "Thailand votes: Young voters prepare for Sunday's election" แปลได้ว่า "เลือกตั้งไทย: ผู้มีสิทธิลงคะแนนรุ่นใหม่เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้" นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่า ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งครั้งแรกหลายล้านคนของไทยสามารถสร้างความแตกต่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้อย่างไร โดยพวกเขาระบุว่า ความต้องการการเปลี่ยนแปลงได้ทำให้พวกเขามีความตื่นตัวทางการเมือง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่

ขณะที่เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ แชนแนลนิวส์เอเชีย ของสิงคโปร์ พาดหัวข่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของ 3 ฝ่าย ซึ่งหมายถึง พรรคการเมืองที่แสดงออกชัดเจนว่าสนับสนุนทหาร, พรรคการเมืองที่ต่อต้านทหาร และพรรคที่ยังไม่ระบุว่าจะสนับสนุนฝ่ายไหน

ส่วนบทความของเจมส์ ฮุกเวย์ บนเว็บไซต์วอลสตรีทเจอร์นัล ระบุว่า ผู้นำรัฐบาลทหารของไทยพยายามจะลองสิ่งใหม่ นั่นก็คือ ประชาธิปไตย การเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้จะชี้ว่า การปกครองแบบเผด็จการจะคงอยู่ต่อไปในประเทศไทยหรือไม่

ขณะที่สื่อต่างชาติบางแห่งได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น อย่างเช่น บทความ เรื่อง "การเลือกตั้งของไทยที่กำลังจะมีขึ้นจะเสรีและเป็นธรรมหรือไม่" ในวารสาร เดอะดิโพลแมต เขียนโดยนายเกียรติ สิทธีอมร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขาได้ตั้งคำถามต่อว่า ถ้าไม่เสรีและเป็นธรรม พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเสรีนิยมในไทยควรทำอย่างอย่างไร?