'เจ้าสาวชาวไทย': เตรียมเทียบดีเอ็นเอร่างหญิงนิรนามกับพ่อแม่ 'ลำดวน' หวังช่วยไขคดีปริศนา 14 ปี

ภาพสเก็ตช์ผู้หญิง

ที่มาของภาพ, North Yorkshire Police

คำบรรยายภาพ, ภาพสเก็ตช์หน้าตาของหญิงสาวที่เสียชีวิตจากทางตำรวจ

ผู้คนในชนบทอังกฤษที่เศร้าโศกต่อการเสียชีวิตของหญิงเอเชียนิรนามรายหนึ่งและจัดงานศพให้เธอเมื่อกว่า 10 ปีก่อน หวังว่าเบาะแสใหม่ในคดีปริศนานี้จะช่วยระบุตัวตนของเธอได้ และพวกเขาจะได้สลักชื่อบนป้ายหลุมศพให้กับเธอ

ร่างของเธอถูกพบใกล้กับเพนนีเกนต์ ในยอร์กเชียร์ เดลส์ เมื่อปี 2004 ซึ่งตำรวจอังกฤษเชื่อว่า เป็น "เจ้าสาวชาวไทย" หรือ หญิงชาวเอเชียที่แต่งงานกับชายอังกฤษ

เธอกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ "สตรีแห่งขุนเขา" ซึ่งชื่อนี้ได้ถูกสลักไว้บนป้ายหลุมศพของเธอในเมืองฮอร์ตันอินริบเบิลส์เดล

หลังจากที่สองสามีภรรยาชาวไทยอ้างว่า "สตรีแห่งขุนเขา" อาจเป็นลูกสาวที่หายสาบสูญไปของพวกเขา ผู้คนในพื้นที่ก็มีความหวังว่า "ปริศนาอันน่าเศร้านี้จะยุติลงเสียที"

นายบัวสา และ นางจูมศรี สีกันยา สองสามีภรรยาจากจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ลำดวน สีกันยา ลูกสาวของพวกเขาแต่งงานกับชายชาวอังกฤษในปี 1991 และย้ายไปอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ พวกเขาไม่ได้ยินข่าวจากเธออีกเลยตั้งแต่ปี 2004

ผลการเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) จากสองสามีภรรยา มีกำหนดส่งมายังอังกฤษเพื่อเทียบเคียงกับดีเอ็นเอของร่างหญิงนิรนาม

ชาวบ้านได้จัดงานศพให้กับหญิงนิรนามดังกล่าวในปี 2007 และได้จัดพิธีรำลึกถึงเธอเป็นประจำทุกปีในเดือน พ.ย.

สุสานของเธอที่สนามหญ้าของโบสถ์ มีข้อความว่า "สตรีแห่งขุนเขา ถูกพบ 20 ก.ย. 2004 ไม่ทราบชื่อ ไปสู่สุคติ"

ป้ายหลุมศพของผู้หญิง
คำบรรยายภาพ, เหมืองแห่งหนึ่งในพื้นที่ได้บริจาคหินปูน 1 แผ่น ซึ่งถูกใช้เป็นป้ายหลุมศพของ 'สตรีแห่งขุนเขา'

บาทหลวง สตีเฟน ดอว์สัน กล่าวว่า "เราหวังว่า เราจะนำป้ายที่มีชื่อมาติดให้เธอได้ ถ้าพ่อแม่ของเธอยินยอม และอยากจะมีส่วนร่วม"

"หวังว่า ก่อนเดือน พ.ย. ซึ่งเราจะมีพิธีรำลึกถึงเธอครั้งต่อไป คดีจะปิดได้ แต่ตอนนี้ก็เห็นชัดว่า คงต้องใช้เวลาอีกนาน"

เจ้าหน้าที่สอบสวนคดีที่ยังปิดไม่ลงนี้ กล่าวว่า พวกเขาเชื่อว่า ผู้หญิงที่พบในสหราชอาณาจักรถูกฆาตกรรมและถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่เชิงเขา

ลำดวน สีกันยา

ที่มาของภาพ, Family photo/DONLAWAT SUNSUK

คำบรรยายภาพ, ครอบครัวของ ลำดวน สีกันยา บอกว่า พวกเขาไม่ได้ยินข่าวจากเธอตั้งแต่ปี 2004

ชีลา มิลล์แมน อดีตหัวหน้าชุมชน กล่าวว่า ป้ายที่มีชื่อป้ายใหม่ "จะยุติปริศนาที่น่าเศร้า"

"คงจะเป็นเรื่องดีที่ได้ใส่ชื่อบนหลุมศพและส่งข้อความไปถึงครอบครัวของเธอว่า มีคนที่ห่วงใยเธออยู่ที่นี่" เธอกล่าว

"เรื่องนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากในหมู่บ้านรู้สึกสะเทือนใจมาก เราพยายามจะต้อนรับแขกผู้มาเยือนทุกคน แต่เธอก็เป็นคนหนึ่งที่มาแล้วไม่ได้กลับไปบ้านอีกเลย จึงเป็นเรื่องสะเทือนใจมาก"

ขบวนกำลังเคลื่อนโลงศพของผู้หญิงเข้ามาในโบสถ์

ที่มาของภาพ, Guzelian

คำบรรยายภาพ, พิธีศพของผู้หญิงที่ไม่ทราบชื่อถูกจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์ออสวาลด์ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2007

ผลการตรวจสอบทางนิติเวช ระบุว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวมีอายุระหว่าง 25 ถึง 35 ปี มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจจะอาศัยอยู่แลงคาเชียร์เหนือ หรือคัมเบรียใต้

จากการตรวจร่างกายของเธอ พบว่ามีความสูง 149 ซม. และน้ำหนัก 63 กก.

เธอถูกพบห่างจากถนนที่ใกล้ที่สุดราว 2 กม. และสวมเพียงกางเกงยีนส์ ถุงเท้า และแหวนแต่งงานสีทอง

บัวสาและจูมศรี สีกันยา

ที่มาของภาพ, DONLAWAT SUNSUK/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นายบัวสา (ซ้าย) และนางจูมศรี สีกันยา ไม่ได้ยินข่าวจากลูกสาวตั้งแต่ปี 2004

ด้านพ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทย ผ่านทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้ (31 ม.ค.) ว่า การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของนายบัวสา และนางจูมศรี สีกันยา เสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้รอผู้แทนของครอบครัวมารับผลเพื่อไปดำเนินการต่อ

ส่วน เศรษฐินรี เวเนส ประธานเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร (Thai Women Network in the UK) ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากครอบครัว กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ได้รับแจ้งเรื่องแล้ว และจะประสานงานกับสถานทูตอังกฤษในไทยเพื่อส่งผลตรวจพิสูจน์ดังกล่าวไปเทียบเคียงกับดีเอ็นเอของร่างผู้เสียชีวิต ที่อังกฤษในสัปดาห์หน้า