'เจ้าสาวชาวไทย': ผ่านไป 14 ปี เริ่มมีเบาะแสว่าร่างที่พบในอุทยานแห่งชาติอังกฤษ อาจคือ หญิงสาวจาก จ.อุดรธานี แต่ยังรอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอ

ภาพวาดของตำรวจจากใบหน้าผู้เสียชีวิต

ที่มาของภาพ, NORTH YORKSHIRE POLICE

คำบรรยายภาพ, ภาพวาดของตำรวจจากใบหน้าผู้เสียชีวิต

หลายฝ่ายกำลังร่วมมือกันเพื่อพิสูจน์ว่าร่างของหญิงเคราะห์ร้ายที่ถูกทิ้งไว้ที่อุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เดลส์เมื่อ 14 ปีก่อนคือหญิงสาวชาวอุดรธานี ดังที่พ่อแม่ของเธอสงสัยหรือไม่

คดีนี้เป็นคดีที่ตำรวจในสหราชอาณาจักรยังไม่สามารถจะปิดลงได้มาเนิ่นนาน เพราะยังไม่สามารถจะระบุตัวผู้ที่เสียชีวิตได้ แต่ความก้าวหน้าทางด้านนิติเวชได้นำไปสู่ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับช่วงสุดท้ายในชีวิตเธอ

นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลใหม่ที่มาจากครอบครัวหนึ่งในจ. อุดรธานี ที่ได้เห็นภาพสเก๊ตช์ของหญิงสาวผู้เสียชีวิต และเชื่อว่าเป็นลูกสาวของตนเอง ได้ติดต่อผ่านเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร(Thai women network in the UK) เพื่อให้พิสูจน์โดยใช้การตรวจดีเอ็นเอของพ่อแม่เทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอของหญิงเคราะห์ร้ายคนดังกล่าว

จดหมายของพ่อแม่

" มีจดหมายเข้ามาถึงเครือข่ายฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2561 เขียนถึงการหายตัวไปของลูกสาว... ที่แต่งงานกับหนุ่มอังกฤษ... และไปพำนักประเทศอังกฤษ และขาดการติดต่อไปตั้งแต่ปี 2547 กว่าประมาณ15ปีแล้วที่หายตัวไป ลงชื่อว่าจุมศรีและบัวสา..." ซึ่งเป็นพ่อแม่ของลูกสาวที่หายตัวไปในช่วงเวลาเดียวกับคดีนี้

เศรษฐินรี เวเนส ประธานเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร(Thai women network in the UK) กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของเบาะแสคดีปริศนา 'เจ้าสาวชาวไทย' ในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (24) ที่จ. อุดรธานี

หลังจากเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักรและสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานีลงพื้นที่ตามที่อยู่บนจดหมาย พบว่ามีเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับหญิงสาวคนดังกล่าวที่ได้สมรสกับหนุ่มชาวอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2534 อาทิ รูปถ่ายที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับภาพวาดจากตำรวจยอร์กเชียร์เหนือ รูปถ่ายเอกสารต่างๆระบุถึงความเป็นไปได้ว่าลูกสาวของทั้งคู่ อาจจะเป็น 'สตรีแห่งขุนเขา' ตามที่คนท้องถิ่นเรียกก็ได้

ขณะนี้เครือข่ายฯ พร้อมทั้งสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ฯ กำลังเดินหน้าประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ อย่างเช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อส่งคนมาเจาะเลือดพ่อแม่และส่งไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อตรวจสอบ

"สตรีแห่งขุนเขา"

นักเดินเขาทั้งห้าฟันฝ่าอากาศที่มืดครึ้มในระหว่างที่เดินทางออกจากหมู่บ้านฮอร์ตันในริบเบิลส์เดล ไปยัง "เขาสามยอด" (Three Peaks) ที่โด่งดังแห่งยอร์กเชียร์

หลังจากที่เดินทางไปถึงยอดของเนินเขาที่เล็กที่สุดที่ชื่อเพนนีเกนต์ (Pen-y-ghent) พวกเขาต้องกลับไปยังพื้นราบเนื่องจากฝนตกและลมแรง

นักเดินเขาตัดสินใจหยุดพักใกล้กับกลุ่มถ้ำที่เรียกว่าเซลล์ จิลล์ โฮลส์ (Sell Gill Holes) เพื่อพักกินอาหารและถ่ายรูป

ไม่กี่นาทีต่อมา ปีเตอร์ กู๊ดฮิว เห็นร่างเปลือยครึ่งท่อนของหญิงคนหนึ่งขดอยู่หลังโขดหินในลำธาร

"เรากำลังมองเข้าไปในถ้ำ แล้วผมก็มองไปทางซ้าย ตอนแรกผมคิดว่าเป็นหุ่น แต่พอเข้าไปใกล้ ๆ ผมถึงรู้ว่าเป็นศพ เพราะเล็บหายไปจากนิ้ว"

"เขาตะโกนบอกว่ามีศพ" นายฮิล เพื่อนของเขา กล่าว

"มันเหลือเชื่อมาก ผมอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก แล้ววันต่อมาผมก็ร้องไห้หลังจากที่รับรู้ได้ว่าอะไรเกิดขึ้น"

ไม่กี่อึดใจหลังจากที่ ริชาร์ด ฮิล ถ่ายรูปนี้ เขาและเพื่อน ๆ ก็พบศพในลำธารบนเขาแห่งนี้

ที่มาของภาพ, Richard Hill

คำบรรยายภาพ, ไม่กี่อึดใจหลังจากที่ ริชาร์ด ฮิล ถ่ายรูปนี้ เขาและเพื่อน ๆ ก็พบศพในลำธารบนเขาแห่งนี้

แม้ว่าจะมีการสอบสวนอย่างละเอียด แต่ตำรวจยอร์กเชียร์เหนือไม่สามารถที่จะตอบคำถามที่สำคัญที่สุดได้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือใคร แล้วเธอเสียชีวิตได้อย่างไร

จากการตรวจร่างกายของเธอ พบว่ามีความสูง 149 ซม. และน้ำหนัก 63 กก.

อายุของเธออยู่ที่ประมาณ 25-35 ปี ผมสีน้ำตาลเข้มประบ่า

ความเชื่อในขณะนั้น คือ เธอน่าจะเป็นคนพื้นเพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่นั่นหมายความว่า เธออาจจะมาจากประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม หรืออินโดนีเซีย ก็ได้

แต่ไม่เคยมีใครมาระบุตัวตนของผู้หญิงคนนี้ ซึ่งต่อมาคนในหมู่บ้านฮอร์ตันอินริบเบิลส์เดล เรียกเธอว่าเป็น "สตรีแห่งขุนเขา"

หน่วยงานในท้องถิ่นเศร้าใจกับเหตุที่เกิดขึ้นจึงจัดงานศพให้เธอ ฝังเธอไว้ที่สุสานของหมู่บ้านซึ่งมีคนเข้าร่วมพิธีกว่า 40 คน

"มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ทุกคนในหมู่บ้านรู้สึกแย่มากที่ผู้หญิงคนนี้ต้องถูกทิ้งไว้อย่างเดียวดาย" ชีล่า มิลแมน ซึ่งเป็นประธานชุมชน กล่าวในตอนนั้น

"เรารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อเธอ เหมือนเธอเป็นของพวกเราแล้วเราอยากจะรับประกันว่าเธอมีที่อยู่หากวันใดวันหนึ่งจะมีคนตามหาญาติของเธอได้"

The Pennine-way footpath to Pen-y-ghent crosses the rail track at Horton in Ribblesdale, close to where the walkers began their trek

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, เส้นทางเดินสู่ยอดเขาเพนนีเกนต์

ทางตันของการสืบสวน

ด้าน การสืบสวนของตำรวจนั้น พบแต่ทางตัน

นักพยาธิวิทยาสรุปว่าเธอเสียชีวิตมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งถึงสามสัปดาห์ แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุของการเสียชีวิตได้ เนื่องจากไม่มีร่องรอบการบาดเจ็บที่เห็นได้ชัด เช่น ถูกยิงหรือทุบตี

อวัยวะในร่างกายของเธอเน่าเปื่อยเกินกว่าที่แพทย์สามารถระบุได้ว่าเธอเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย เช่น หัวใจวายหรือเส้นโลหิตในสมองแตกอย่างเฉียบพลัน แต่การที่ไม่มีหนอนไต่-แมลงตอม แสดงให้เห็นว่าศพอาจถูกทิ้งข้างนอกเพียงไม่กี่วัน

ที่สำคัญ ตำรวจอยากได้ผลชันสูตรที่สรุปว่าเธอไม่ได้ตายแบบผิดธรรมชาติ

"สตรีแห่งขุนเขา"

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, คนในหมู่บ้านฮอร์ตันอินริบเบิลส์เดลฝังศพหญิงนิรนามไว้ในสุสานของชุมชน แล้วเรียกเธอว่าเป็น "สตรีแห่งขุนเขา"

ข้อเท็จจริงที่ว่า ในขณะที่เธอถูกพบ เธอสวมเพียงถุงเท้า กางเกงยีนส์มาร์กแอนด์สเปนเซอร์สีเขียว และยกทรงตะขอหลุดทำให้ตัวเสื้อในหลุดมากองที่แขนซ้าย ทำให้สามารถอธิบายได้ว่าเธออาจจะหลงทางและเสียชีวิตจากภาวะอุณหภูมิกายต่ำผิดปกติ (hypothermia) ซึ่งการที่เธอสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น สามารถอธิบายจากอาการ "paradoxical undressing" คือรู้สึกหนาวจัดจนเกิดอาการประสาทที่ทำให้คิดว่าร้อนเหมือนถูกเผาไหม้

ข้อมูลบุคคลสูญหาย การสอบถามจากสถานทูตต่างประเทศ และแบบทดสอบทางมานุษยวิทยาและทันตกรรมไม่สามารถที่จะนำไปสู่การระบุตัวตนของเธอได้

รื้อคดีอีกครั้ง

คดีของเธอได้ถูกส่งต่อไปยังทีมที่ทำคดีที่ปิดไม่ลง ซึ่งได้กลับมาดูคดีนี้อีกรอบหนึ่งในปี 2016 และพวกเขาก็ได้ข้อสรุปที่ต่างจากทีมสืบสวนดั้งเดิม

พวกเขาเริ่มสืบสวนไปในแนวทางที่ว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวอาจเป็น "เจ้าสาวชาวไทย" อดัม ฮาร์แลนด์ อดีตหัวหน้านักสืบในคดีนี้กล่าว

"คำว่า เจ้าสาวชาวไทย ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงคนนี้มาจากประเทศไทย แต่เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กับชายผิวขาวแล้วทั้งคู่กลับมาอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรในช่วงทศวรรษ1990 หรือต้น ทศวรรษ 2000" เขากล่าว

"ข้อเท็จจริงที่ว่าไม่มีใครแจ้งว่าเธอได้หายตัวไป อาจจะหมายความว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ขาดสะบั้นลง และการที่เธอหายตัวไปเป็นเพราะเธอ 'กลับบ้านเกิด' ไปแล้ว

"ในกรณีนี้ คู่รักของเธอก็มีข้ออ้างที่ฟังได้ปกติสำหรับการหายตัวไปของเธอ และด้วยเหตุผลนั้น ผมคิดว่าเขาสามารถรอดตัวไปได้ จนบัดนี้"

A poem by an unknown author surfaced after the woman's death
คำบรรยายภาพ, กวีในชุมชนนิพนธ์บทกวีเพื่อไว้อาลัยหญิงนิรนามผู้นี้

นายฮาร์แลนด์และทีมของเขาเชื่อว่าผู้หญิงดังกล่าวอาศัยอยู่ในชนบททางตอนเหนือของแลงคาเชียร์หรือทางตอนใต้ของคัมเบรีย และถูกฆาตกรรมโดยคู่รักของเธอ ก่อนที่จะถูกนำไปฝังไว้นอกบ้าน บริเวณลำธารที่ศพของเธอถูกค้นพบอยู่ห่างจากถนนหลักเป็นระยะทาง 1 ไมล์และอยู่ไกลจากเมืองที่ใกล้ที่สุด คือ เซ็ทเทิล ไปหลายกิโลเมตร

เธอใส่แหวนทองที่นิ้วนางข้างซ้าย จากส่วนผสมทองคำที่สูงทำให้ตำรวจสาวไปที่กรุงเทพฯ

สำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศอังกฤษระบุว่า ในปี 2004 มีคน 3,000 คนในคัมเบรียและแลงคาเชียร์ที่เกิดในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฐานข้อมูลประวัติฆาตกรจากคดีฆาตกรรมในอดีตของตำรวจพบว่า ฆาตกรส่วนใหญ่ขับรถเป็นระยะทาง 80-130 กม. จากจุดเกิดเหตุมาทิ้งศพ และมักอุ้มศพไปซ่อนอำพรางไม่เกิน 50 เมตรจากรถยนต์

ศพของเธอถูกทิ้งไว้บนเส้นทางที่เข้าถึงได้เพียงรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ฆาตกรอาจจะอาศัยอยู่ในเขตชนบท

อย่างไรก็ตาม ศพของเธอน่าจะถูกทิ้งไว้ในจุดที่ลับตาคน และร่างของเธอเพิ่งถูกพบหลังฝนตกหนัก

"บริเวณนั้นของยอร์กเชียร์ เดลส์ มีสภาพภูมิอากาศเป็นของตัวเอง" แม็กซ์ โจเว็ทท์ อดีตนักสืบที่ร่วมสืบสวนคดีนี้ กล่าว

"เราพบนักวิ่งคนหนึ่ง ซึ่งทุกเช้าเขาต้องตรวจดูระดับน้ำ เมื่อเขาเอาตารางมาให้เรา ก็พบว่ามีฝนตกหนักในช่วง 24 ชม.ก่อนที่เธอจะถูกค้นพบ ซึ่งมีปริมาณที่มากพอที่จะพัดพาศพไปได้"

The Lady of The Hills
คำบรรยายภาพ, ป้ายหลุมศพของ 'เจ้าสาวชาวไทย' เรียกเธอว่า "สตรีแห่งขุนเขา"

นายฮาร์แลนด์เชื่อว่าฆาตกรคุ้นเคยกับพื้นที่

"ถ้าคุณบังเอิญผ่านมายังบริเวณนี้ คุณอาจคิดที่จะทิ้งศพไว้ในถ้ำ แต่คนที่รู้จักพื้นที่นี้จะรู้ว่ามีตะแกรงเหล็กช่องลมอยู่ท้ายถ้ำที่มีคนเดินผ่านเป็นประจำ"

"ความเป็นไปได้ก็คือ เธอเสียชีวิตที่บ้าน ฆาตกรต้องกำจัดเธออย่างรวดเร็ว จึงพาเธอมาที่นี่และทิ้งเธอไว้ให้ห่างไกลสายตาผู้คน"

หลักฐานที่ใหม่และน่าเชื่อถือที่สุดมาจากความก้าวหน้าด้านนิติวิทยาศาสตร์

การวิเคราะห์ไอโซโทปซึ่งยังไม่มีในตอนที่ทีมดั้งเดิมทำคดีนี้ ได้ระบุว่าผู้หญิงดังกล่าวอยู่ที่ใดในระยะสองปีสุดท้ายของชีวิต

การวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นการตรวจวัดระดับคาร์บอน ออกซิเจน ไฮโดรเจน และไนโตรเจนที่พบในดินหรือน้ำดื่ม ที่อยู่ในชิ้นตัวอย่างเส้นผม ฟัน หรือกระดูก ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่บุคคลนั้นอาศัยอยู่

การทดสอบจากกระดูกและฟันยืนยันว่าเธอเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การทดสอบเส้นผมได้ค้นพบไอโซโทปที่เจอที่บางพื้นที่ในสหราชอาณาจักร รวมถึงตอนใต้ของคัมเบรีย และตอนเหนือของแลงคาเชียร์

"ไม่ใช่ว่า เรากำลังงมเข็มในมหาสมุทร แต่เราลดขนาดมหาสมุทรให้เล็กลงมาอยู่ในขนาดที่เราจัดการได้" ศาสตราจารย์วูลแฟรม เมียร์-ออเก็นสไตน์ ผู้ทดสอบ กล่าว

"เราให้ข้อมูลกับตำรวจเพื่อให้พวกเขาได้ลดพื้นที่การสืบสวนลง ทำให้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเจอหลักฐานอื่น ๆ เช่น บันทึกการทำฟัน หรือ ดีเอ็นเอของญาติ"

"เรารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อเธอ เหมือนเธอเป็นของพวกเราแล้วเราอยากจะรับประกันว่าเธอมีที่อยู่หากวันใดวันหนึ่งจะมีคนตามหาญาติของเธอได้"

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, "เรารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อเธอ เหมือนเธอเป็นของพวกเราแล้วเราอยากจะรับประกันว่าเธอมีที่อยู่หากวันใดวันหนึ่งจะมีคนตามหาญาติของเธอได้"

นายฮาร์แลนด์กล่าวว่า กรณีเช่นนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะแก้ปมอย่างรวดเร็ว แต่เป็นการสร้างทฤษฎีที่อยู่บนพื้นฐานของคำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุด

"มีหลายครั้งที่คุณลองส่องกล้องโทรทรรศน์ผิดด้าน แล้วก็สงสัยว่าทำไมทุกอย่างถึงเล็กจัง" เขากล่าว

"เมื่อเรารู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร และใครคือคนสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับเธอ ผมคิดว่าพวกเขาจะต้องหาคำอธิบายเยอะพอควร"

"เราไม่มีคดีที่ปิดไม่ได้มากนัก คดีนี้ไม่ใช่คดีที่แก้ง่าย แต่มันสามารถแก้ได้"