เปิดหลักจิตวิทยาสาเหตุที่เด็กทั่วโลกติดเกม "ไมน์คราฟต์ (Minecraft)"

.

ที่มาของภาพ, Alamy

    • Author, คริส บารานิวก์
    • Role, บีบีซี ฟิวเจอร์

เอเจ มีน็อตติ มีลูกทั้งหมดสามคน ทุกคนต่างชื่นชอบหลงใหลการเล่มเกม "ไมน์คราฟต์" (Minecraft) เป็นชีวิตจิตใจ ลูกสาวฝาแฝดอายุ 10 ขวบ และลูกชายคนเล็กอายุ 6 ขวบ พากันก่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นในโลกของเกมอยู่เสมอ โดยใช้วัสดุอย่างแท่งตัวต่อเสมือนที่เกมจัดหาให้อย่างไม่จำกัด ส่วนตัวของมีน็อตติเอง ซึ่งเป็นคุณพ่อนักการตลาดชาวอเมริกันที่ทำงานในรัฐโอไฮโอนั้น หลายครั้งเขาต้องทึ่งตะลึงงันกับสิ่งประดิษฐ์ในเกมที่ลูก ๆ สร้างสรรค์และนำมาอวด

"พ่อมาดูนี่หน่อย" ลูกสาวคนหนึ่งของมีน็อตติเรียกเขาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อไม่นานมานี้เธอยื่นหน้าจอของเครื่องเล่นเกมนินเทนโดสวิตช์ (Nintendo Switch) มาให้เขาดู ในนั้นมีร่างอวตารของเธอยืนอยู่หน้าน้ำตกแห่งหนึ่ง เมื่อกดปุ่มเริ่มเล่นเกม น้ำตกก็พลันหยุดไหลและเผยให้เห็นทางเข้าถ้ำใหญ่ ภายในถ้ำเป็นรังลับใต้ดินที่โอ่โถง มีการตกแต่งด้วยระบบแสงไฟที่โต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ ทั้งยังมีบริเวณจัดแสดงที่โชว์สิ่งของสะสมต่าง ๆ ซึ่งเธอได้เป็นรางวัลมาจากการเล่นเกมด้วย

"มันเหมือนกับคฤหาสน์ใต้ดินทั้งหลังยังไงยังงั้น" มีน็อตติกล่าวด้วยความอัศจรรย์ใจ หลังลูกสาวบอกว่าสร้างรังลับนี้ตามคำแนะนำในคลิปวิดีโอบนยูทิวบ์ แต่ผลงานส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการออกแบบของเธอเอง "ผมรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งยวด มันทำให้ผมหวนนึกถึงความรู้สึกตอนที่ยังเป็นเด็ก ซึ่งเคยจินตนาการไว้ว่าอยากขุดเจาะสร้างรังลับสักแห่ง แต่เด็กสมัยนี้ทำมันได้จริงบนคอมพิวเตอร์"

ไมน์คราฟต์เป็นหนึ่งในวิดีโอเกมยอดนิยมตลอดกาลของเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก โดยวางตลาดครั้งแรกในปี 2009 และมียอดจำหน่ายสะสมสูงถึงกว่า 300 ล้านชิ้น ในปี 2023 เกมอย่างไมน์คราฟต์และเกมที่มีลักษณะคล้ายกันอย่าง Roblox และ Terraria ได้รับความนิยมจากคนทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเกมประเภทนี้จะดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ ได้ยาวนานติดต่อกันหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อในยุคที่มนุษย์มีสิ่งยั่วยวนรบกวนสมาธิรายล้อมอยู่เต็มไปหมด พ่อแม่ผู้ปกครองบางคนเกรงว่า ความชื่นชอบในเกมไมน์คราฟต์ของลูก ๆ จะกลายเป็นความหมกมุ่นหรือแม้กระทั่งการเสพติดเกมไปในที่สุด เพราะทุกวันนี้พ่อแม่ก็แทบจะต้องใช้กำลังฉุดกระชากลากตัวลูก เพื่อให้ออกห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์กันแล้ว

.

ที่มาของภาพ, Warner Bros

คำบรรยายภาพ, เกมไมน์คราฟต์ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่มีดาราดังร่วมแสดงมากมาย และได้ลงโรงฉายทั่วโลกแล้วเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา

การที่เกมไมน์คราฟต์ได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้วงการบันเทิงฮอลลีวูดนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ "ไมน์คราฟต์ มูฟวี่" (A Minecraft Movie) ซึ่งเพิ่งลงโรงเข้าฉายไปเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีดาราคนดังอย่างแจ็ก แบล็ก และเจสัน โมโมอา นำแสดง

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า อาจมีปัจจัยทางจิตวิทยาที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งปัจจัยผลักดันจากวิวัฒนาการของคนเรา ซึ่งเป็นสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้เกมไมน์คราฟต์ประสบความสำเร็จ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัยอย่างแพร่หลาย บางคนเชื่อว่าเกมประเภทนี้อาจกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่แฝงอยู่ภายในของมนุษย์ทุกคน ซึ่งสัญชาตญาณนี้ก็ผลักดันให้มนุษยชาติเป็นเผ่าพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จด้วย เพราะมันคือความปรารถนาที่จะสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมานั่นเอง

เห็นได้ชัดว่าเด็ก ๆ ทั่วโลก ต่างชื่นชอบการประดิษฐ์และก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ปราสาททราย, ป้อมปราการส่วนตัวง่าย ๆ, ไปจนถึงบ้านต้นไม้ พวกเขายังหลงใหลของเล่นจำพวกบล็อกไม้, ก้อนแป้งปั้นหรือดินน้ำมัน, รวมทั้งตัวต่อเลโก้ (Lego) ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดใจที่ไม่ต่างจากเกมไมน์คราฟต์เท่าไหร่นัก เพียงแต่เกมยุคใหม่ใช้พื้นที่ในโลกดิจิทัลเป็นสนามเด็กเล่นแทนเท่านั้น ทำให้น่าสงสัยว่าเหตุใดเด็ก ๆ จึงชอบเล่นเกมก่อสร้างกันเหลือเกิน

ดร.ปีเตอร์ เกรย์ นักจิตวิทยาที่ศึกษากระบวนการเรียนรู้ของเด็ก จากวิทยาลัยบอสตัน (BC) ของสหรัฐฯ ให้คำอธิบายว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลายต่างมีพฤติกรรมการเล่นสนุกเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ลูกสัตว์นักล่าจะเล่นจับเหยื่อด้วยการไล่กวดหรือตะปบสิ่งของต่าง ๆ ส่วนลูกสัตว์ที่มักเป็นเหยื่อของผู้ล่า จะชอบเล่นซ่อนแอบหรือวิ่งหนีอย่างรวดเร็วแทน

ดร.เกรย์บอกว่า "พวกลูกสัตว์เล่นเพื่อฝึกทักษะสำคัญที่สุด ซึ่งจะช่วยให้พวกมันมีชีวิตอยู่รอด และสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้ดีที่สุด" แต่ในกรณีของมนุษย์นั้นต่างจากสัตว์อื่น ตรงที่เราอยู่รอดได้เพราะทักษะความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่กระท่อมโคลนไปจนถึงเครื่องมือช่วยในการล่าสัตว์และหาเก็บของป่า "จึงไม่น่าประหลาดใจที่การคัดเลือกโดยธรรมชาติ จะทำให้เด็กและเยาวชนมีแรงกระตุ้นในระดับสูง ซึ่งผลักดันให้พวกเขาอยากเล่นสร้างสิ่งของต่าง ๆ"

นอกจากนี้ ดร.เกรย์ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เด็กยังชอบการละเล่นที่ใช้ภาษาและจินตนาการ รวมทั้งชอบออกแบบสร้างเกมที่มีกฎกติกาและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทักษะ เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า

สิ่งที่เด็กเลือกสร้างในตอนที่พวกเขาเล่นสนุก รวมทั้งเทคนิควิธีในการสร้างนั้น มักจะเป็นการเลียนแบบซึ่งสะท้อนสังคมและวัฒนธรรมที่พวกเขาอาศัยอยู่ "ไม่น่าประหลาดใจเลยที่เด็กสมัยนี้ มักถูกดึงดูดด้วยเกมหรือการละเล่นบนคอมพิวเตอร์ ผู้ใหญ่ไม่ควรไปเครียดกับเรื่องนี้ เพราะเด็กรู้โดยสัญชาตญาณของพวกเขาเองอยู่แล้วว่า มันคือทักษะที่พวกเขาต้องฝึกฝน" ดร.เกรย์กล่าว

.

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันไมน์คราฟต์เป็นหนึ่งในเกมคอมพิวเตอร์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด เท่าที่เคยมีการวางตลาดมา

จูเลียน โทเกลิอุส นักวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กของสหรัฐฯ ค้นพบว่าลูกชายวัยไม่ถึงสามขวบดีของเขานั้น มีแรงกระตุ้นภายในที่ทำให้อยากเล่นสร้างสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอเช่นกัน เมื่อลูกของโทเกลิอุสเข้ารับการดูแลที่ศูนย์อนุบาลเด็กเล็ก หนูน้อยได้ลงมือขุดอุโมงค์ในกระบะทราย เพื่อให้รถไฟและรถบรรทุกของเล่นของเขาแล่นผ่านไปได้ทันที

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้โทเกลิอุสคาดการณ์ว่า เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย เด็กคนนี้น่าจะกระโดดเข้าใส่เกมคอมพิวเตอร์จำพวก "เกมกระบะทราย" (sandbox game) อย่างไมน์คราฟต์ เพราะเกมประเภทนี้ให้อิสระแก่ผู้เล่นในการสำรวจและทดลองใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง โดยไม่จำเป็นจะต้องมีเป้าหมายในการประดิษฐ์สร้าง ซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำสิ่งต่าง ๆ และมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับผู้เล่นอื่น ๆ บนคอมพิวเตอร์

"ในโลกของไมน์คราฟต์ การประดิษฐ์สร้างนั้นเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน มันง่ายยิ่งกว่าการเขียนโค้ดมาก" โทเกลิอุสกล่าวโดยชี้ให้เห็นว่า เกมกระบะทรายนั้นตอบสนองความต้องการที่มาจากสัญชาตญาณของมนุษย์ ในขณะที่การใช้งานหรือเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมนั้น น่าจะเป็นอุปสรรคขัดขวางความปรารถนาที่จะเล่นสร้างสิ่งต่าง ๆ ของเด็กเสียมากกว่า

นอกจากอำนวยความสะดวกให้กับการเล่นประดิษฐ์สร้างแล้ว เกมอย่างไมน์คราฟต์ยังมีโหมดการเล่นอีกแบบหนึ่งที่เป็นจุดดึงดูดความสนใจ นั่นก็คือ "โหมดเกมเอาตัวรอด" (survival mode) ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำภารกิจต่อสู้ขับไล่ศัตรู มีน็อตติบอกว่าโหมดเกมเอาตัวรอดได้เพิ่มแง่มุมทางสังคมให้กับเกมกระบะทราย เนื่องจากลูก ๆ ของเขาสามารถพบปะเพื่อนฝูงหรือลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกันได้ทางออนไลน์ แม้ในยามที่ไม่อาจจะเจอหน้ากันได้โดยตรง "เรียกได้ว่าเกมนี้กลายเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ในโลกเสมือนไปแล้ว" มีน็อตติกล่าว

ด้วยเหตุนี้เราอาจจะถือได้ว่า เกมไมน์คราฟต์ไม่ใช่แค่เกมคอมพิวเตอร์ แต่เป็นสังเวียนหรือสนามเด็กเล่นในโลกเสมือน ซึ่งเด็ก ๆ สามารถมาค้นหาสิ่งที่ชื่นชอบหรือความถนัดส่วนบุคคลของตนเอง จากกิจกรรมและการละเล่นหลากหลายแบบที่เกมมีให้

โทเกลิอุสยังได้ศึกษาวิจัยถึงพฤติกรรมของผู้เล่นเกมไมน์คราฟต์ แล้วพบว่าพฤติกรรมในเกมมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคลิกและลักษณะนิสัยในชีวิตจริงอย่างมาก เนื่องจากความเป็นอิสระระดับสูงในเกม เปิดโอกาสให้ผู้เล่นแสดงออกอย่างเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ต่างจากเกมอาร์เคดรุ่นเก่าอย่างเช่นเกมยิงทำลายดาวเคราะห์น้อย (Asteroids) เป็นอย่างมาก

ในระหว่างที่ทำการศึกษาวิจัยดังข้างต้น โทเกลิอุสและคณะได้ให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่จำนวนหนึ่ง ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับบุคลิกภาพของตนเอง จากนั้นได้นำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับบุคลิกภาพที่ปรากฏให้เห็นระหว่างเล่นเกมไมน์คราฟต์ ซึ่งผู้วิจัยพบว่าบุคลิกภาพในเกมของผู้เล่น มีความสอดคล้องต้องกันกับลักษณะนิสัยในชีวิตจริงบางประการ

"เราทราบได้ว่าผู้เล่นรักอิสระและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง จากการที่พวกเขาไม่สนใจจะทำภารกิจหลักในเกมให้สำเร็จ" โทเกลิอุสกล่าว นอกจากนี้ทีมวิจัยของเขายังพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่ายึดถือและให้คุณค่าต่อการรักครอบครัวเป็นอย่างมาก แสดงออกในเกมอย่างไม่ลังเลโดย "สร้างบ้านหลังเล็ก ๆ พร้อมป้อมปราการและกำแพงล้อมรอบอย่างแน่นหนา"

.

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, นักวิจัยพบว่าผู้เล่นเกมเข้าสู่ภาวะมีสมาธิจดจ่อระดับสูง หรือที่เรียกว่า "กระแสลื่นไหล" (flow) เมื่อเล่นเกมบางชนิดอย่างเช่นไมน์คราฟต์

แม้โทเกลิอุสและคณะจะยังไม่ได้ทำการทดลองนี้ซ้ำกับกลุ่มตัวอย่างวัยเด็ก แต่เขาคาดการณ์ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเลย หากผลการทดลองพบว่าเด็ก ๆ แสดงบุคลิกภาพในชีวิตจริงออกมา ในขณะที่กำลังเล่นเกมไมน์คราฟต์อยู่เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้นโทเกลิอุสและคณะยังพบว่า ผู้เล่นเกมไมน์คราฟต์ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างของพวกเขา มีแนวโน้มที่จะมีอุปนิสัยแตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ เพราะดูเหมือนว่าพวกนี้จะมีความขี้สงสัยอยากรู้อยากเห็นสูงกว่าคนทั่วไป และไม่ค่อยตัดสินใจกระทำการต่าง ๆ ด้วยแรงแค้น

เบลีย์ แบรชเชียร์ส นักจิตวิทยาประจำมหาวิทยาลัยเทกซัสเทค (TTU) ของสหรัฐฯ บอกว่าขอบเขตความเป็นไปได้อันไพศาลของเกมกระบะทรายอย่างไมน์คราฟต์ ช่วยดึงดูดความสนใจจากเด็กและผู้ใหญ่ได้หลายกลุ่มในวงกว้าง เมื่อปีที่แล้วแบรชเชียร์สเพิ่งตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ของเธอ ซึ่งศึกษาการใช้เกมไมน์คราฟต์เป็นเครื่องมือวิจัยทางจิตวิทยา โดยเธอสามารถบ่งชี้ถึงลักษณะที่เป็นองค์ประกอบด้านต่าง ๆ ของเกมนี้ ว่ามีอยู่ถึง 5 แง่มุมด้วยกัน ได้แก่การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม, โอกาสแสดงความสามารถผ่านเกมการต่อสู้หรือเกมสำรวจสถานที่ต่าง ๆ, การใช้ทักษะทางวิศวกรรม, การแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์, รวมถึงการฝึกทักษะเพื่อเอาชีวิตรอด

"เกมส่วนใหญ่มีองค์ประกอบเหล่านี้อยู่เพียงหนึ่งหรือสองด้านเท่านั้น" แบรชเชียร์สกล่าว "คนส่วนมากจึงเลือกเล่นเกมที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และฝึกทักษะการเอาชีวิตรอดเป็นหลัก อย่างเช่นเกมฟอร์ตไนต์ (Fortnite)"

แม้การเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างไมน์คราฟต์จะมีคุณประโยชน์หลากหลายด้าน แต่ผู้ใหญ่ทั่วโลกก็ยังคงวิตกกังวลเรื่องที่เด็ก ๆ ใช้เวลาหมกมุ่นกับการเล่มเกมนี้มากเกินไป ซึ่งมีน็อตติให้คำแนะนำต่อประเด็นนี้ว่า ลูกทั้งสามของเขาใช้เวลาในการเล่นกับกิจกรรมหลากประเภท ทั้งเล่นเกมคอมพิวเตอร์และออกไปเล่นกีฬากลางแจ้งอย่างบาสเกตบอลด้วย อย่างไรก็ตาม บางครั้งเขาต้องเข้าไปเตือนลูกไม่ให้เล่นเกมคอมพิวเตอร์มากเกินไป รวมทั้งเข้าไปช่วยตรวจสอบคำขอเป็นเพื่อนทางออนไลน์จากผู้เล่นเกมคนอื่นด้วย "อย่าปล่อยลูกให้มีอิสระเกินขอบเขตบนอินเทอร์เน็ต" มีน็อตติกล่าว

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

องค์กรการกุศลเพื่อเด็ก NSPCC ของสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่คำแนะนำถึงวิธีดูแลความปลอดภัยให้เด็กขณะเล่นเกมออนไลน์ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พบกรณีการล่วงละเมิดเด็กอย่างร้ายแรง และการเข้าหาล่อลวงเด็กเพื่อเตรียมทำการล่วงละเมิดทางเพศ (grooming) ในหมู่ผู้เล่นเกมไมน์คราฟต์ด้วย ไม่นานมานี้ประธานผู้บริหารของเกม Roblox ยังออกมากล่าวข้อความประชดประชันที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างร้อนแรงว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรเฝ้าดูลูกหลานของตนเองให้ดี อย่าปล่อยให้มาเล่นเกมออนไลน์ของบริษัทเขา ถ้าเป็นห่วงกันนักหนาว่าเด็ก ๆ จะได้พบเห็นเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือเจอคนไม่ดีในเกม

แต่โดยทั่วไปแล้ว มีน็อตติรู้สึกสบายใจและไม่มีปัญหากับการที่ลูก ๆ ของเขา ใช้เวลาเล่นเกมไมน์คราฟต์นานอยู่สักหน่อยในบางครั้ง เพราะเขาตรวจสอบเฝ้าระวังอยู่เสมอ และมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลูกทั้งสามทำอะไรอยู่ในเกม ซึ่งแน่นอนว่าล้วนเป็นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ "โดยพื้นฐานแล้วมันเป็นแค่สนามเด็กเล่นแบบดิจิทัลเท่านั้น" มีน็อตติกล่าว

เอดีน สแลตเทอรี อาจารย์ผู้สอนวิชาจิตวิทยา ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแชนนอน วิทยาเขตมิดเวสต์ ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ บอกว่าผลการวิจัยของเธอที่วิเคราะห์บทสัมภาษณ์ครูชาวไอริช 11 คน เกี่ยวกับประโยชน์ด้านการศึกษาของเกมไมน์คราฟต์ โดยมีบริษัทไมโครซอฟต์ที่เป็นเจ้าของเกมดังกล่าวให้ทุนสนับสนุน เผยว่าเกมไมน์คราฟต์รุ่นใหม่ที่เรียกว่า Minecraft Education ซึ่งออกแบบมาสำหรับกิจกรรมในห้องเรียนโดยเฉพาะ สามารถช่วยให้ผู้เล่นมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านเกมได้ โดยครูชั้นประถมศึกษาหลายรายประสบความสำเร็จในการใช้เกมนี้จัดการเรียนการสอนทางออนไลน์มาแล้ว ในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

สแลตเทอรียกตัวอย่างครูที่เธอได้สัมภาษณ์รายหนึ่ง ซึ่งให้ข้อมูลว่าได้ออกแบบเกมด้วย Minecraft Education เพื่อช่วยในการสอนภาษาแกลิก (Gaelic) ซึ่งเป็นภาษาแม่ของชาวไอริช "ครูคนนั้นบอกว่าได้สร้างร้านอาหารจำลอง และเมนูอาหารชนิดต่าง ๆ ในเกม เพื่อช่วยให้นักเรียนจดจำคำศัพท์ใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น"

ผลวิจัยอีกชิ้นหนึ่งชี้ว่า การใช้เกมไมน์คราฟต์กับการเรียนการสอน ช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้นักเรียนในการทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ รวมทั้งการแก้โจทย์ปัญหา, การอ่าน, และการเขียน ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้เล่นเกมไมน์คราฟต์จะเข้าสู่ภาวะมีสมาธิจดจ่อในระดับสูง หรือที่เรียกว่า "กระแสลื่นไหล" (flow) ได้ง่าย เมื่อเพ่งความสนใจและทุ่มเทให้กับเกมอย่างลึกซึ้ง

ปรากฏการณ์กระแสลื่นไหลนี้ เกิดขึ้นกับการทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ด้วย แต่พบได้บ่อยมากเป็นพิเศษในหมู่แฟนพันธุ์แท้ของเกมไมน์คราฟต์ จนกลายเป็นหัวข้อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไป ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเด็ก ๆ จึงหมกมุ่นกับการเล่นเกมไมน์คราฟต์ได้นานเป็นวัน ๆ โดยไม่สนใจความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นรอบตัวเลย

อย่างไรก็ตาม มีผลการศึกษาหนึ่งของทีมวิจัยจากออสเตรเลียที่ชี้ว่า เพศอาจเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่กำหนดว่าใครจะให้ความสนใจกับเกมไมน์คราฟต์มากกว่าเพื่อน เพราะผลการสำรวจพ่อแม่ผู้ปกครองจาก 700 ครอบครัว พบว่าเด็กชายวัย 3-12 ขวบ นิยมเล่นเกมนี้กันถึง 54% ในขณะที่มีเด็กหญิงวัยเดียวกันเพียง 32% ที่เล่นเกมดังกล่าว ผลการสำรวจนี้ทำให้ทีมผู้วิจัยออกคำแนะนำว่า เกมออนไลน์ต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการฝึกทักษะสำคัญในการดำรงชีวิต ควรเน้นออกแบบหรือเชิญชวนเพื่อให้เด็กผู้หญิงเข้ามาเล่นเกมกันมากขึ้น เพื่อที่จะไม่พลาดโอกาสพัฒนาทักษะความสามารถที่จำเป็นในอนาคต

มีน็อตติยังกล่าวสรุปทิ้งท้าย ถึงหนึ่งในประโยชน์อันใหญ่หลวงที่สุดของเกมไมน์คราฟต์ว่า "สำหรับบ้านที่ไม่มีห้องหรือพื้นที่ว่างเก็บตัวต่อเลโก้กองพะเนินเทินทึก เกมไมน์คราฟต์คือทางออกที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุด เพราะในเกมมีตัวต่อเลโก้ทุกแบบและทุกขนาดเท่าที่จะจินตนาการได้อยู่แล้ว"