แนะนำการออกกำลังกาย 5 แบบ ที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

A group of people exercising in a yoga studio, sitting on the floor with arms above heads

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, บุย ทือ
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

มันเป็นวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม บรรยากาศอึมครึม และคุณไม่มีแรงจูงใจในการลุกจากเตียงอันอบอุ่น แม้แต่ความคิดที่จะไปรับอาหารที่สั่งให้มาส่งก็ดูต้องใช้ความพยายามมากเกินไป พลังงานคุณเหลือน้อย คุณรู้สึกหดหู่ หรืออารมณ์แปรปรวน และอารมณ์ของคุณก็ส่งผลต่อคุณอย่างหนัก

ทว่าที่จริงแล้ว การหมดพลังงานมักเป็นผลมาจากความเครียด ข่าวดีก็คือนี่ไม่ใช่โรค และสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ เพียงแค่เชื่อว่าวันข้างหน้าจะสดใสกว่าวันนี้ นี่คือข้อเท็จจริงที่ได้รับการสนับสนุนจากวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้นและช่วยชารจ์พลังให้ตัวเอง

หากคุณจัดการตัวเองให้เดินออกไปรับอาหารได้ คิดเสียว่าเป็นการวอร์มอัพก่อนลงมือทำอะไรจริงจัง

A woman laying on a bed, with her hand over her eyes, suffering from a sleepless night

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ความรู้สึกหดหู่ใจอาจรบกวนการนอนหลับและลดแรงจูงใจในการตื่นนอนยามเช้า

ผลการศึกษาวิจัยในปี 2019 ของโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐฯ พบว่า การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ มากขึ้น หากคุณชอบออกกำลังกายแบบเข้มข้นในยิม ก็ให้คุณทำมันต่อไป

แต่ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบ ก็แค่ลุกขึ้นและขยับร่างกาย ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้มากแล้ว

งานวิจัยระบุด้วยว่า การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถลดความเครียด ยกระดับอารมณ์ และลดความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลได้

ศาสตราจารย์สก็อตต์ เลียร์ ประธานมูลนิธิโรคหัวใจและหลอดเลือดไฟเซอร์ (Pfizer Heart and Stroke Foundation) โรงพยาบาลเซนต์พอลในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา กล่าวกับบีบีซีว่า การออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายที่คุณชอบ

"งานวิจัยส่วนใหญ่ที่เชื่อมโยงการออกกำลังกายเข้ากับอารมณ์และสุขภาพจิตมุ่งเน้นไปยังกิจกรรมที่พอดี ๆ คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสเกิดโรคทางจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวลน้อยกว่า"

Middle-aged women doing yoga on personal mats outdoors at Madan Mohan Malviya Park Geeta Colony, on 19 November 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โยคะมีประโยชน์ในการผ่อนคลายและยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อของร่างกาย

บ่อยครั้งที่การออกกำลังกายอย่างสั้นและกระชับเป็นสูตรแห่งความสำเร็จ

"ผมอาจรู้สึกเฉื่อยชาและไร้แรงจูงใจในการออกกำลังกาย แต่เมื่อออกกำลังกายแล้ว ผมจะรู้สึกตื่นตัวและมีความสุขมากขึ้น" ศาสตราจารย์เลียร์กล่าว

"กิจกรรมที่ใช้เวลาสั้นที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในการศึกษาเกี่ยวกับอารมณ์คือ 10 นาที การออกกำลังกายที่ใช้เวลาน้อยกว่านี้อาจเป็นประโยชน์ได้"

A woman holds weights handles on either side of her face, with the handles out of focus close to the camera and her face in perfect focus

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ออกกำลังกายตามความชอบและอย่ากดดันตัวเองให้ทำอะไรเกินกว่าที่อยากทำ

"พาผมออกไปจากชีวิตประจำวัน"

เจมส์ (นามสมมติเพื่อปกป้องตัวตน) เล่าว่า เขาต้องหยุดงานเมื่อ 10 ปีก่อน เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากการทำงานในเขตสงครามในแอฟริกา

ปัจจุบันเขาอยู่ในลอนดอนเพื่อเลี้ยงลูก ๆ เขาไปยิมเกือบทุกวัน เพราะมันมีนัยสำคัญต่อการทำให้เขามีทัศนคติเชิงบวก

"ดังสุภาษิตที่ว่า "ปิศาจจะหางานให้คนว่างงาน" เมื่อไม่มีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน คุณจะตกเป็นเหยื่อของความคิดเชิงลบและเริ่มครุ่นคิด[สิ่งไม่ดี]" เขากล่าวกับบีบีซี

เขาบอกว่า การออกกำลังกายในยิมนั้นน่าเบื่อ แต่คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพกายและใจของเขา

"ผมต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อช่วยตัวเอง เช่น ฟังพอดคาสต์ขณะปั่นจักรยานหรือพายกรรเชียง[บก] ผมไม่สามารถปิด (ความคิด) ได้หมด แต่ก็พยายามเติมเต็มช่องว่างนั้นด้วยสิ่งที่ทำให้ผมออกไปจากชีวิตประจำวัน"

การออกกำลังกายเทียบเท่ากับการใช้ยา

Professor Scott Lear, Pfizer Heart and Stroke Foundation Chair in Cardiovascular Prevention Research, wewaring shorts and a teeshirt, standing with on a log in a forest

ที่มาของภาพ, Scott Lear

คำบรรยายภาพ, ศาสตราจารย์สก็อตต์ เลียร์ สนับสนุนการออกกำลังกายก่อนใช้ยาเพื่อต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิต

ศาสตราจารย์เลียแนะนำให้ลองออกกำลังกายก่อนใช้ยาในหลายกรณี

"การออกกำลังกายมีประสิทธิผลเท่ากับยาต้านอาการซึมเศร้าที่ใช้ลดอาการซึมเศร้า" เขากล่าว

ราเบีย อากา นักจิตบำบัดในเมืองการาจีของปากีสถาน เชื่อว่า การออกกำลังกายช่วยต่อสู้กับปัญหาทางอารมณ์ได้ดีกว่าการใช้ยารักษาอาการวิตกกังวล

"พวกเขาไปหาจิตแพทย์ แทนที่จะไปหาจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด พวกเขาแค่ได้รับยา" เธอบอกกับบีบีซี

"พวกเขามองหาวิธีปรับอารมณ์ ต้องการแก้ไขปัญหา... พวกเขาต้องการมีความสุขชั่วคราว"

อากา กล่าวว่า การออกกำลังกายสามารถทำให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มได้เช่นเดียวกับการใช้ยา แต่มีผลยาวนานกว่า

Rabia Agha posing in a cheerful way with her arms outstretched in front of the Eiffel Tower in Paris

ที่มาของภาพ, Rabia Agha

คำบรรยายภาพ, ราเบีย อากา เชื่อว่าการออกกำลังกายมีความสำคัญมากกว่าการใช้ยาทางจิตเวชเพื่อต้านการติดยา ภาวะซึมเศร้า และความวิตกกังวล

เปกกี มาร์เกซ นักบำบัดสุขภาพจิตชาวเวเนซุเอลาจากกรีนวิชเฮาส์ (Greenwich House) ซึ่งเป็นบริการให้คำปรึกษาในนิวยอร์ก เชื่อว่า การใช้ยามีบทบาทสำคัญควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย

"มันต้องเป็นแบบองค์รวม" เธอกล่าวกับบีบีซีและว่า "ลูกค้าของฉันบางคนที่เป็นโรคซึมเศร้าพยายามออกกำลังกาย และมันดีกับพวกเขา และพวกเขาก็บอกว่า 'เฮ้ ฉันจะลอง (ใช้ยา) ดู' จากนั้นยาก็ออกฤทธิ์

"จากนั้นพวกเขาก็ค่อย ๆ ลด[ยา]ลง และก็จะดีเอง"

Pekky Marquez wearing dark sunglasses on a sunny day in front of a lake

ที่มาของภาพ, Pekky Marquez

คำบรรยายภาพ, เปกกี้ มาร์เกซ บอกว่าการออกกำลังกายต้องสอดคล้องกับวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้มีสุขภาพจิตดี

5 ท่าออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้คุณอารมณ์ดี

1. การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล การวิ่งเพียง 15 นาที หรือเดินเร็ว 1 ชั่วโมง ช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้อย่างมาก ในขณะเดียวกันยังช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดและความแข็งแรงของร่างกาย ผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก 20-30 นาทีสามารถทำให้สติอารมณ์สงบได้ยาวนานหลายชั่วโมง

การออกกำลังกายช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของคุณจากความคิดเชิงลบ และลดระดับคอร์ติซอลซึ่งเป็น "ฮอร์โมนความเครียด" หลักที่เพิ่มน้ำตาลในเลือดและเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

การออกกำลังกายจะเพิ่มระดับอะดรีนาลีน ทำให้คุณมีพลังงานมากขึ้นและกระตุ้นการผลิตเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติและตัวกระตุ้นอารมณ์

People taking part in an aerobics exercise at a square in Jiamusi, in northeastern China's Heilongjiang province.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การแอโรบิก 20-30 นาทีสามารถทำให้ประสาทสงบได้หลายชั่วโมง

2. การฝึกความแข็งแรง

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เช่น การยกน้ำหนัก การออกกำลังกายโดยใช้เพียงน้ำหนักตัว หรือบอดี้เวท (Body Weight) จะช่วยลดอาการซึมเศร้า เพิ่มความมั่นใจ และปรับปรุงระบบเผาผลาญ ท่าทาง และความยืดหยุ่นต่อความเครียด

กิจกรรมทางกายจะช่วยเพิ่มเซโรโทนิน ควบคุมอารมณ์ และทำให้เกิดความผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังกระตุ้นการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งช่วยลดอาการวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าด้วย

การออกกำลังกายเป็นประจำ แทนที่จะทำอย่างเข้มข้นเป็นครั้งคราวคือกุญแจสำคัญในการรักษาประโยชน์เหล่านี้

A 90-year-old woman takes part in a Senior Deadlift Competition in Taipei on 21cDecember 2024.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การยกน้ำหนักและการออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัว ช่วยเพิ่มสุขภาพที่ดี

3. การฝึกโยคะและการออกกำลังกายแบบผสมผสานกันระหว่างกายและใจ

โยคะและไทชิช่วยให้คุณผ่อนคลายและลดความเครียด

การออกกำลังกายประเภทนี้เป็นเวลา 60-90 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยลดระดับคอร์ติซอลและเพิ่มความรู้สึกสงบและควบคุมตัวเองได้

People sitting cross-legged practise yoga during the World Culture Festival at the National Mall in Washington DC

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โยคะและไทชิช่วยให้คุณผ่อนคลาย

4. การฝึกแบบเร็วสลับช้า (High-intensity interval training - HIIT)

หากคุณต้องการใช้เวลาออกกำลังกายน้อยลง แต่ยังคงได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มความเข้มข้นในการออกกำลังกาย ข้อแนะนำอย่างเป็นทางการคือการออกกำลังกายแบบหนักหน่วง 75 นาที เป็นทางเลือกแทนการออกกำลังกายระดับปานกลาง 150 นาทีได้

การฝึกแบบช่วงความเข้มข้นสูง (HIIT) ด้วยการออกกำลังกายเร็วสลับช้า ได้รับความนิยมเนื่องจากมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ได้รับ

A woman trains with a battle rope while a male trainer encourages her

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การออกกำลังกายแบบเข้มข้นเป็นเวลาสั้น ๆ สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณได้

5. การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมง่ายๆ อย่างการเดินขึ้นบันได การเดิน หรือการทำงานบ้าน ล้วนมีส่วนช่วยให้มีกิจกรรมโดยรวม การเคลื่อนไหวที่มีความเข้มข้นสูงอย่างน้อย 15 นาที หรือออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำ 1 ชั่วโมงจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าได้

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ยืนขณะทำงาน ยืดเส้นยืดสายในช่วงพัก หรือเดินแทนการขับรถ จะช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวในแต่ละวันได้

A woman and a man wash dishes together at a sink

ที่มาของภาพ, Getty Images

สำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่รู้สึกเฉื่อยชา ควรเริ่มจากก้าวเล็ก ๆ ที่เป็นรูปธรรม เช่น มุ่งมั่นจะเดิน 5 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แทนที่จะตั้งเป้าหมายใหญ่ ๆ ที่ไม่ชัดเจน

การมีเพื่อนออกกำลังกายก็ช่วยเพิ่มแรงจูงใจได้อีกด้วย

ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่าการทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกครั้งจะทำให้เกิดความรู้สึกว่าประสบความสำเร็จและเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง

ทำไปตามจังหวะของคุณเอง และเมื่อคุณเอนหลังบนเตียงในตอนกลางคืน ก็อย่าลืมชมเชยตัวเอง เพราะความพยายามที่คุณทำในวันนี้จะสร้างความแข็งแกร่งเพื่อก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการออกกำลังกาย

ต้องการแรงผลักเพิ่มอีกไหม? ยังรู้สึกว่าไม่มีแรงบันดาลใจใช่ไหม? ลองอบขนม ทำสวน เดินป่า หรือฟังพอดแคสต์ที่กระตุ้นความคิดดูสิ

ในการบรรยาย TED เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เวนดี้ ซูซูกิ นักประสาทวิทยา เน้นย้ำถึง 3 เหตุผลว่าทำไมการออกกำลังกายจึงช่วยส่งเสริมสุขภาพสมอง

Dr Wendy Suzuki with her arms raised as she demonstrates at the UCLA #WOW The Wonder Of Women Summit at the University of California in Los Angeles

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เวนดี ซูซูกิ เน้นย้ำว่าการออกกำลังกายมีผลกระทบต่อสมองโดยตรง

ผลกระทบ 1

การออกกำลังกายส่งผลทันทีต่อสมอง การออกกำลังกายเพียงครั้งเดียวจะช่วยเพิ่มระดับโดปามีน เซโรโทนิน และนอร์เอพิเนฟริน ทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นทันที

MRI of a normal hippocampus, showing symmetrical patterns

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฮิปโปแคมปัสของสมองจะขยายใหญ่ขึ้นด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ผลกระทบ 2

ข้อค้นพบที่พบบ่อยที่สุดในการศึกษาด้านประสาทวิทยาที่ศึกษาผลกระทบของการออกกำลังกายเป็นเวลานานคือ ความสนใจของคุณดีขึ้น

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ส่วนฮิปโปแคมปัสของสมองมีขนาดใหญ่ขึ้น

นี่อาจเป็นเรื่องดีเพราะส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะหดตัวลงเมื่อเราอายุมากขึ้น โดยการศึกษาในปี 2023 ที่มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลลอนดอน พบว่า การเสื่อมถอยของความสามารถในการรับรู้เกี่ยวข้องกับสมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่เล็กลง

A graphic showing a neuron within the hippocampus section of the brain

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ส่วนฮิปโปแคมปัสของสมองจะหดตัวลงตามอายุ แต่การออกกำลังกายช่วยเพิ่มขนาดของฮิปโปแคมปัสได้

ผลกระทบ 3

การออกกำลังกายเป็นประจำส่งผลในระยะยาว การออกกำลังกายช่วยให้ระดับสารสื่อประสาทที่ช่วยยกระดับอารมณ์สูงขึ้น ซึ่งเป็นสารเคมีที่ส่งผ่านข้อมูลจากเซลล์หนึ่งไปยังอีกเซลล์หนึ่ง

สมองจะแข็งแรงขึ้นเมื่อออกกำลังกายเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายช่วยปกป้องและขยายฮิปโปแคมปัสและคอร์เทกซ์ส่วนหน้า ซึ่งเป็น 2 ส่วนที่เสี่ยงต่อการแก่ก่อนวัยมากที่สุด

ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพสมองเท่านั้น ผลการศึกษาคน 80,000 คนซึ่งตีพิมพ์ใน JAMA Internal Medicine พบว่า การเดินมากขึ้นในแต่ละวันช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังจากออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกทุกครั้ง คุณจะรู้สึกอารมณ์ดีและมีพลังงานมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คุณหวนกลับมาออกกำลังกายอีก