สำนักวาติกันเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่กันอย่างไร

Cardinals file into the Sistine Chapel to take part in the papal Conclave to elect a successor to Pope John Paul II in 2005.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อปี 2005 เหล่าพระคาร์ดินัลเดินเรียงแถวเข้าสู่โบสถ์น้อยซิสทีน เพื่อร่วมการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ซึ่งจะสืบทอดตำแหน่งประมุขศาสนจักรคาทอลิกต่อจากโป๊ปจอห์นปอลที่สอง
    • Author, เจเรมี ฮาวเวลล์
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์ หรือทรงสละตำแหน่งประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก สำนักวาติกันที่กรุงโรมของอิตาลีจะต้องสรรหาสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ซึ่งตามธรรมเนียมดั้งเดิมแล้ว คณะนักบวชสมณศักดิ์สูงที่เรียกกันว่า "พระคาร์ดินัล" จะจัดการประชุมลับสุดยอดเพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง "โป๊ป" ซึ่งกระบวนการนี้ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี ตั้งแต่ช่วงยุคกลางของยุโรป

ใครบ้างที่สามารถจะเป็น "โป๊ป" ได้ และผู้ออกเสียงเลือกตั้งคือใคร ?

Cardinals attend Mass in Saint Peter's Basilica before the start of the papal Conclave, 2005

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เหล่าพระคาร์ดินัลร่วมกันสวดภาวนาในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ก่อนเริ่มการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่

การเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่จะมีขึ้น ก็ต่อเมื่อโป๊ปองค์ปัจจุบันสิ้นพระชนม์ลง หรือทรงตัดสินพระทัยสละตำแหน่งประมุขแห่งศาสนจักร ดังเช่นที่สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ได้ทรงสละตำแหน่งโป๊ปไปเมื่อปี 2013

โป๊ปองค์ใหม่จะได้สืบทอดตำแหน่ง "อัครบิดร" (Supreme Pontiff) หรือตำแหน่งประมุขตามธรรมเนียมดั้งเดิมของศาสนจักรโรมันคาทอลิก โดยในทางทฤษฎีแล้ว ชายชาวคาทอลิกทุกคนที่เข้าพิธีรับศีลล้างบาปแล้ว (baptized) สามารถจะได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัตินั้นมีเพียงพระคาร์ดินัล (cardinal) ซึ่งเป็นนักบวชอาวุโสผู้มีสมณศักดิ์สูงของศาสนจักรเท่านั้น ที่จะได้รับเลือกให้เป็นพระสันตะปาปา โดยพระคาร์ดินัลเหล่านี้ยังเป็นคนเพียงกลุ่มเดียว ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโป๊ปองค์ใหม่ด้วย

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2025 ระบุว่าทั่วโลกมีพระคาร์ดินัลอยู่ถึง 252 รูป และส่วนใหญ่แล้วพระคาร์ดินัลเหล่านี้ก็มักจะดำรงตำแหน่งพระสังฆราชหรือบิชอป (bishop) ประจำสังฆมณฑลท้องถิ่นของตนเอง อย่างไรก็ตาม มีเพียงพระคาร์ดินัลที่อายุต่ำกว่า 80 ปีเท่านั้น ที่จะสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อออกเสียงเลือกตั้งโป๊ปองค์ใหม่ได้

ตามปกติแล้วจำนวนของพระคาร์ดินัลที่เป็นองค์คณะผู้เลือกตั้งโป๊ปนั้น มักจำกัดไว้ที่ 120 รูป แต่ปัจจุบันกลับมีพระคาร์ดินัลที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดข้างต้นถึง 138 รูป เนื่องจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ทรงแต่งตั้งพระคาร์ดินัลใหม่เพิ่มอีก 21 รูป เมื่อเดือนธ.ค. ของปีที่แล้ว

พระคาร์ดินัลเลือกโป๊ปองค์ใหม่กันอย่างไร

Cardinals of the Catholic Church attend the election conclave in the Sistine Chapel in 2005 to elect a successor to Pope John Paul II

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ มีขึ้นในโบสถ์น้อยซิสทีน (Sistine Chapel)

เมื่อต้องมีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ จะมีการเรียกตัวพระคาร์ดินัลจากทั่วโลกมายังสำนักวาติกัน ให้เข้าร่วมการประชุมแบบปิดลับเพื่อเลือกตั้งพระสันตะปาปา (papal conclave) ขั้นตอนเหล่านี้คือกระบวนการเลือกตั้งประมุขของศาสนจักรคาทอลิก ที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนานกว่า 800 ปีแล้ว โดยแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

ในวันแรกของการประชุม "คอนเคลฟ" (conclave) จะมีการจัดพีธีมิสซาที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ จากนั้นเหล่าพระคาร์ดินัลจะไปรวมตัวกันที่โบสถ์น้อยซิสทีน และประกาศคำสั่งให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากบริเวณนั้น โดยกล่าวเป็นภาษาละตินว่า extra omnes ซึ่งหมายถึง "ออกไปให้หมด"

นับตั้งแต่ชั่วขณะที่มีการประกาศคำสั่งข้างต้น เหล่าพระคาร์ดินัลที่เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง จะถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในสำนักวาติกัน ไปจนกว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่ โดยที่มาของคำว่า "คอนเคลฟ" หรือการประชุมแบบปิดลับนี้ มาจากศัพท์ภาษาละตินที่มีความหมายว่า "ด้วยกุญแจ"

Satellite locator image showing the extent of the papal seat, Vatican City, within Rome. It includes St Peter's Basilica, St Peter's Square and the Sistine Chapel, along with residential and administrative buildings.
คำบรรยายภาพ, แผนที่นครรัฐวาติกันซึ่งเป็นที่ประทับถาวรของโป๊ป แสดงให้เห็นที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St Peter's Basilica), โบสถ์น้อยซิสทีน (Sistine Chapel), และจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St Peter's Square)

พระคาร์ดินัลที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งพระสันตะปาปา สามารถจะเลือกลงคะแนนเบื้องต้นได้ตั้งแต่วันแรกของการประชุมคอนเคลฟในโบสถ์น้อยซิสทีน ส่วนในวันที่สองเป็นต้นไป จะมีการลงคะแนนเสียงสองรอบทุกเช้า และอีกสองรอบในช่วงบ่าย ซึ่งการลงคะแนนเสียงทั้งหมดจะจัดขึ้นในโบสถ์น้อยซิสทีน ไปจนกว่าจะมีผู้ได้รับคะแนนเสียงนำหน้าอย่างขาดลอยเหลือเพียงคนเดียว

สำหรับขั้นตอนในการออกเสียงนั้น พระคาร์ดินัลที่มีสิทธิเลือกตั้งพระสันตะปาปา จะเขียนชื่อคนที่ตนเองเลือกลงบนบัตรเลือกตั้ง โดยเขียนไว้ใต้ข้อความภาษาละติน Eligio in Summum Pontificem ซึ่งหมายถึง "ข้าพเจ้าขอเลือกให้ผู้เป็นอัครบิดรคือ..."

การลงคะแนนนี้จะถูกปิดเป็นความลับ โดยมีคำแนะนำให้เหล่าพระคาร์ดินัลเขียนชื่อคนที่ตนเลือก ด้วยลายมือที่ผิดแปลกไปจากปกติ เพื่อปิดบังตัวตนของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง

เมื่อสิ้นสุดการเลือกตั้งในวันที่สอง หากยังไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนเสียงนำหน้าอย่างขาดลอย จะมีการหยุดพักในวันที่สามเพื่อให้พระคาร์ดินัลได้สวดภาวนาและทำสมาธิใคร่ครวญไตร่ตรอง โดยจะไม่มีการลงคะแนนเสียงในวันนั้นเลย แต่ในวันถัดไปกระบวนการเลือกตั้งจะดำเนินไปตามปกติ

ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นพระสันตะปาปาองค์ใหม่ จะต้องได้รับคะแนนเสียงอย่างน้อย 2 ใน 3 จากเหล่าพระคาร์ดินัลที่เป็นองค์คณะผู้เลือกตั้ง ซึ่งกว่าจะมาถึงขั้นนี้ อาจต้องใช้เวลาในการประชุมลงคะแนนเสียงหลายวัน หรือในบางครั้งก็กินเวลาไปหลายสัปดาห์เลยทีเดียว

เกิดอะไรขึ้นในที่ประชุมคอนเคลฟ

Crowds in St Peter's Square waiting for an announcement that the conclave has chose a new pope, 2013

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระหว่างการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปา ชาวคาทอลิกจำนวนมากจะมารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เพื่อรอฟังผลการเลือกตั้ง

การประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปาหรือคอนเคลฟ ถูกจัดขึ้นแบบปิดลับและตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เหล่าพระคาร์ดินัลผู้ออกเสียงเลือกตั้งไม่สามารถออกไปนอกเขตสำนักวาติกัน ทั้งยังไม่สามารถฟังวิทยุ, ดูโทรทัศน์, อ่านหนังสือพิมพ์, หรือใช้โทรศัพท์พูดคุยติดต่อกับบุคคลภายนอกได้ นอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในเขตที่พักของพระคาร์ดินัลอีกด้วย เว้นแต่พนักงานทำความสะอาด, แพทย์พยาบาล, และนักบวชผู้ทำหน้าที่รับฟังคำสารภาพบาปเท่านั้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะต้องให้คำมั่นว่า จะเก็บสิ่งที่ได้เห็นหรือได้ยินได้ฟังไว้เป็นความลับ

ในช่วงหยุดพักระหว่างการลงคะแนนของแต่ละวัน เหล่าพระคาร์ดินัลทั้งหมด รวมถึงผู้ที่ชราภาพเกินไปจนหมดสิทธิออกเสียงเลือกตั้งไปแล้ว จะมาร่วมหารือและอภิปรายถกเถียงกัน ถึงข้อดีข้อเสียของผู้สมัครเป็นพระสันตะปาปาแต่ละคน โดยไม่อนุญาตให้มีการรณรงค์หาเสียงอย่างเปิดเผย

สำนักวาติกันระบุว่าการตัดสินใจของเหล่าพระคาร์ดินัลนั้น เป็นไปตามการชี้นำของพระจิตอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Spirit) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้สมัครหลายรายมีการต่อสู้แย่งชิงเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ตนเอง ไม่ต่างไปจากการเมืองในโลกของฆราวาส

White smoke rises from the chimney on the roof of the Sistine Chapel, meaning that the cardinals have elected a new pope (2013)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หากมีควันสีขาวออกมาจากปล่องไฟของโบสถ์น้อยซิสทีน นั่นเป็นสัญญาณว่า ที่ประชุมพระคาร์ดินัลเลือกโป๊ปองค์ใหม่ได้เรียบร้อยแล้ว

ตลอดการประชุมคอนเคลฟ จะมีการเผาทำลายบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ใช้แล้ววันละสองครั้ง โดยคนภายนอกสำนักวาติกันสามารถมองเห็นควันจากปล่องไฟที่ออกมาจากโบสถ์น้อยซิสทีนได้ สีของควันไฟดังกล่าวจะเป็นไปตามสีที่ใช้ทาบัตรเลือกตั้ง หากควันเป็นสีดำแสดงว่าที่ประชุมยังไม่มีมติชี้ขาด แต่หากควันเป็นสีขาว นั่นคือสัญญาณว่าที่ประชุมพระคาร์ดินัลเลือกโป๊ปองค์ใหม่ได้เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนหลังจากเลือกโป๊ปองค์ใหม่แล้ว

Pope Francis I addresses the crowd on the balcony of St Peter's Basilica after being elected pope in 2013

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หลังจากได้รับเลือกตั้ง โป๊ปองค์ใหม่จะทรงมีปฏิสันถารกับเหล่าศาสนิกชนที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ตามธรรมเนียมดั้งเดิม

ในทันทีที่ได้รับเลือกตั้ง พระสันตะปาปาองค์ใหม่จะถูกถามถึงความสมัครใจว่า "ท่านจะยอมรับการเลือกตั้งตามจารีต ซึ่งเลือกให้ท่านเป็นอัครบิดรหรือไม่"

เมื่อโป๊ปองค์ใหม่ตอบรับแล้ว จะมีการเลือกพระนามที่พระองค์ปรารถนาจะใช้เป็นพระนามสันตะปาปา จากนั้นจะเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นชุดทางการของประมุขศาสนจักร ตามมาด้วยพิธีที่เหล่าพระคาร์ดินัลเข้าถวายความเคารพ รวมทั้งถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะจงรักภักดีและเชื่อฟังพระองค์ตลอดไป

ที่ระเบียงใหญ่ของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เจ้าพนักงานของสำนักวาติกันจะประกาศต่อฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่เบื้องล่างเป็นภาษาละตินว่า habemus papam ซึ่งหมายถึง "เรามีพระสันตะปาปาแล้ว"

หลังจากนั้นจะมีการประกาศพระนามของโป๊ปองค์ใหม่ ตามมาด้วยการเสด็จออกครั้งแรกของพระองค์ ซึ่งจะทรงมีพระดำรัสสั้น ๆ และประทานพรเป็นภาษาละตินตามธรรมเนียมว่า urbi et orbi ซึ่งหมายถึงการประทานพรแด่ชาวกรุงโรมและชาวโลก

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาในแต่ละรอบของการประชุมคอนเคลฟ จะถูกนำขึ้นถวายให้โป๊ปองค์ใหม่ได้ทอดพระเนตร จากนั้นเอกสารดังกล่าวจะถูกปิดผนึก และนำไปเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุของสำนักวาติกัน และจะเปิดออกดูได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อโป๊ปมีพระบัญชาเท่านั้น