ณัฐพล นาคพาณิชย์ จาก “น้องรักประยุทธ์” และ “แม่ทัพโรคระบาด” สู่โผ รมว.กลาโหม ในรัฐบาลเศรษฐา 1

ที่มาของภาพ, ARMY PR CENTER
ท่าทีเป็นกันเองกับสื่อ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบ้างเวลาให้สัมภาษณ์ และการแถลงข่าวด้วยความคล่องแคล่ว ฉะฉาน คือ ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผู้กลายเป็นตัวเก็ง ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาล “เศรษฐา 1”
เขาเคยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย เมื่อปี 2564 หลังการดำรงตำแหน่ง ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศปก.ศบค. ว่า “ผมก็เต็มใจ และภูมิใจมากที่ในช่วง 2 ปีสุดท้ายในชีวิตราชการ (2563-2564) ได้ปกป้องพี่น้องประชาชนจากโควิด เป็นภารกิจที่เป็นเกียรติมาก"
จากฉายา “แม่ทัพสู้โรคระบาด” ผู้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ “ศบค.ส่วนหน้า” อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยแม้ในวัยเกษียณ เวลานี้ เขากลายเป็นหนึ่งในตัวเก็ง ว่าที่ รมว.กลาโหม คนใหม่ กลางเสียงคัดค้านของคนเสื้อแดงภาคอีสาน ที่วิจารณ์ว่า พล.อ.ณัฐพล หรือ “บิ๊กเล็ก” เชื่อมโยงกับการปราบปรามคนเสื้อแดง
“ต้องให้เกียรติ และขอให้รอความชัดเจน” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ให้สัมภาษณ์สื่อ วันที่ 28 ส.ค. ก่อนเสริมว่า กระแสต่อต้าน “บิ๊กเล็ก” นั้น ตนเองยังไม่ทราบเรื่องแน่ชัด
แต่นายกฯ คนใหม่ ประกาศว่า เมื่อประกาศชื่อ ครม. ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว “จะไม่ผิดหวัง”
“น้องรัก” ของ พล.อ.ประยุทธ์
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. พ.ศ. 2504 ปัจจุบัน อายุ 62 ปี เขาจบการศึกษาจาก รร.เตรียมทหาร รุ่นที่ 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ที่มาดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ด้วย “คอนเน็กชัน” เชิงลึกในสายทหารเหล่านี้ ประกอบกับการเป็นมือสนองงานใกล้ชิดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ยุครัฐประหาร จวบจนยุคโควิดระบาด จึงไม่แปลกที่สื่อสายทหารอย่าง วาสนา นาน่วม ถึงกับเรียกเขาว่า “สายตรงบิ๊กตู่” และเป็น “น้องรัก”
"ผมเคยทำงาน คสช. กับท่าน (พล.อ. ประยุทธ์) มาตั้งแต่ปี 2557 ต้องทำงานร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ หลายกระทรวง ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องง่าย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ต้องใช้ศิลปะและปัจจัยหลายอย่าง ท่านก็มองว่าผมมีบุคลิกที่สามารถทำงานนี้ได้" พล.อ.ณัฐพล เปิดใจกับบีบีซีไทย เมื่อปี 2563

ที่มาของภาพ, ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก

ที่มาของภาพ, ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก
ความใกล้ชิดกับ “บิ๊กตู่” นี้เอง ทำให้สังคมออนไลน์บางส่วนตั้งคำถามว่า หากเขานั่ง รมว.กลาโหม แล้ว จะนำการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะยกเลิกการเกณฑ์ทหารภาคบังคับได้จริงหรือไม่ ซึ่งเมื่อสื่อมวลชนจ่อไมค์ถาม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธาตอบเพียงว่า “ต้องให้โอกาสดู”
วาสนา เปรียบ พล.อ.ณัฐพล ว่าเป็นนายทหารสายยุทธการ หรือ “สายบุ๋น” เพราะเคยมีตำแหน่งหลัก คือผู้อำนวยการกอง กรมยุทธการทหารบก ในปี 2550 ก่อนเติบโตในสายงานนี้มาตลอดจนขึ้นเป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ในเวลาไม่นาน
และด้วยความเป็น แม่ทัพ “สายบุ๋น” นี้เอง ที่ทำให้ผู้สื่อข่าวสายทหารผู้นี้ชี้ว่า “บิ๊กเล็ก” ไม่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ปี 2552-2553 เพราะในเวลานั้น เขาดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการกองการวิจัยและพัฒนา กรมยุทธการทหารบก ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการครั้งนั้น”
ภายหลังการรัฐประหาร เมื่อ 22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ เรียกตัว พล.อ.ณัฐพล ซึ่งในเวลานั้น ดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก มาช่วยงานในฐานะหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ควบคู่กับการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
จาก คสช. สู่ แม่ทัพสู้โรคระบาด
หลังเสร็จสิ้นภารกิจใน คสช. ที่อาศัยศักยภาพในการ “ประสานงานกับข้าราชการพลเรือน” พล.อ.ณัฐพล ได้ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก
แต่เมื่อชาติเกิดวิกฤต โดยเฉพาะโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 พล.อ.ณัฐพล ก็เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เรียกมาเป็นมือประสานงาน ซึ่งในเวลานั้น พล.อ.ณัฐพล ได้เข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. แทนที่คนเก่าที่เกษียณเมื่อ ก.ย. 2563

ที่มาของภาพ, สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
ภารกิจมือประสานงานระหว่างกองทัพกับสาธารณสุขในยุคโรคระบาด จึงกลายเป็นอีกความรับผิดชอบของ พล.อ.ณัฐพล นอกเหนือจากภารกิจหลักของ สมช.
"ทหารไม่ได้เหมือนกันทุกคน ท่านนายกฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาว่าบุคลิกของทหารคนไหนเหมาะสมกับงานด้านใด" พล.อ.ณัฐพลวิเคราะห์สาเหตุที่เขาถูกเลือกให้มาเป็นเลขา สมช. ซึ่งเป็นความท้าทาย เพราะเป็นข้าราชการพลเรือนที่ต้องบูรณาการกับหลายหน่วยงาน
แต่ท้ายสุดเขายืนกรานกับบีบีซีไทยว่า แม้จะเป็น “ทหารเต็มตัว 100%” แต่เชื่อว่า ตนเองมีบุคลิกทำงานข้าราชการพลเรือนได้ จากพื้นเพที่สัมผัสชีวิตชาวบ้าน สมัยเติบโตในครอบครัวชาวสวนที่ จ.ราชบุรี จนเข้าใจถึงปัญหาประชาชนที่ไม่มีปากมีเสียง
หน้าที่ช่วงปี 2563-2564 ของ “แม่ทัพโรคระบาด” คือ ผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. ที่บางจังหวะก็แถลงเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สายตรงถึงผู้บัญชาการทหารบก สลับกับเดินสายทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ประกอบการผับ บาร์ ถึงการรับมือสถานการณ์โควิด
แม้งานจะหนัก สลับหน้าที่ซ้อนกันหลายตำแหน่ง แต่ พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ภูมิใจและ “ทำดีที่สุดแล้ว”
ถ้าเราใช้มาตรการที่เข้มข้นมาก ประชาชนที่เดือดร้อนจากมาตรการก็ตำหนิว่าไม่เห็นแก่ความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าเราผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้ประชาชนทำมาหากิน คนที่กังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโรคก็จะตำหนิติติงว่าถ้าเกิดการแพร่ระบาดแล้วใครจะรับผิดชอบ...เป็นการทำงานท่ามกลางความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยของคนที่มีจำนวนมากพอ ๆ กัน" อดีตผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. ระบายความรู้สึก หลังเป็นข้าราชการพลเรือนมาได้ 1 ปี ในฐานะเลขาฯ สมช.
“ถูกประชาชนมองว่าทำไมให้ทหารมาทำงาน… ผมไม่อยากให้มองว่าพอเป็นทหารแล้วไม่ควรจะต้องมารับผิดชอบอะไรเลยนอกจากรบอย่างเดียว"
ที่ปรึกษานายกฯ ในวัยเกษียณ
พล.อ.ณัฐพล เกษียณอายุราชการเมื่อเดือน ก.ย. 2564 แต่ด้วยความใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ แต่งตั้งให้ทหารรุ่นน้องคนนี้ เป็นที่ปรึกษานายกฯ ที่ปรึกษา ศปก.ศบค. และควบการเป็น ผอ.ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ “ศบค.ส่วนหน้า” ต่อ
นายทหารวัยเกษียณ เมื่อรับตำแหน่ง ก็ลงพื้นที่ชายแดนใต้ตั้งแต่วันแรกที่คำสั่งมีผล และเรียกประชุมติดตามงาน ศบค.ส่วนหน้า สัปดาห์ละ 3 วัน

ที่มาของภาพ, DGA Thailand
“ท่านนายกฯ มองว่าในฐานะที่ผมเคยเป็นเสนาธิการ ทบ. และรอง ผบ.ทบ. ที่เคยรับผิดชอบจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน และที่สำคัญก็คือผมบริหารสถานการณ์โควิดมา 1 ปีครึ่ง น่าจะเอาประสบการณ์ 2 ส่วนนี้มาช่วย สธ. ในการแก้ปัญหาได้" พล.อ.ณัฐพล บอกบีบีซีไทย ในปี 2564 ภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ผอ.ศบค.ส่วนหน้า พร้อมภารกิจ “ปิดจ็อบ” โควิดในชายแดนใต้ ให้สิ้นสุดก่อนสิ้นเดือน ธ.ค. 2564
เส้นทางตำแหน่งของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์
ปี 2531 ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์
ปี 2553 ผู้อำนวยการกองการวิจัยและพัฒนา กรมยุทธการทหารบก
ป 2558 เจ้ากรมยุทธการทหารบก
ปี 2559 รองเสนาธิการทหารบก
ปี 2559 หัวหน้าส่วนอำนวยการ สนง.เลขาฯ คสช.
ปี 2553 เลขาฯ สมช.
ปี 2564 ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข และ รอง ผอ.ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล











