นายกฯ คนที่ 30: เศรษฐา ทวีสิน รับพระราชโองการ ประกาศ “4 ปีแห่งความเปลี่ยนแปลง”

ศฐ

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, นายเศรษฐา ทวีสิน เปิดกรวยกระทงดอกไม้ รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อ 23 ส.ค. 2566

นายเศรษฐา ทวีสิน รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ประกาศสร้าง “4 ปีแห่งความเปลี่ยนแปลง” พร้อมทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต เป็น “นายกฯ ที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย”

เวลา 18.00 น. นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มายังห้องประชุมชั้น 7 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ก่อนอ่านพระบรมราชโองการ ความว่า

พระบรมราชโองการ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

จึงแต่งตั้งให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 ส.ค. พ.ศ. 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ศฐ

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, นายเศรษฐทักทายแกนนำพรรคเพื่อไทยหลังเสร็จสิ้นพิธี
พรรคร่วม

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมพิธีและมาแสดงความยินดีกับนายกฯ ใหม่อย่างพร้อมเพรียง
ศฐ.

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

คำบรรยายภาพ, นายกฯ ใหม่และครอบครัว พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยา กับ น.ส.ชนัญดา ทวีสิน บุตรสาว

จากนั้นนายเศรษฐาถวายความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วเปิดกรวยกระทงดอกไม้ รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ ต่อด้วยการถวายบังคม 3 ครั้ง ทำความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์อีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

สำหรับพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ จัดขึ้นที่พรรคเพื่อไทย โดยมี พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยาของนายกรัฐมนตรี น.ส.ชนัญดา ทวีสิน บุตรสาว ร่วมด้วยนักการเมืองพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ราชกิจจานุเบกษา

ที่มาของภาพ, ราชกิจจานุเบกษา

"ขอทำหน้าที่นายกฯ ที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย"

จากนั้นนายเศรษฐาได้กล่าวน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแถลงเปิดใจกับประชาชนว่า

"เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภศิริมงคลแก่ชีวิตและขวัญกำลังใจสูงสุดแก่กระผมและครอบครัวอย่างหาที่สุดไม่ได้ กระผมมีความปลื้มปิติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ ทั้งจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศชาติ สนองตามพระราชปณิธานตามพระปฐมพระบรมราชโองการและตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ

ในวาระที่ผมได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในวันนี้ ผมขอขอบคุณ สส. และ สว. ที่ทำหน้าที่ที่ผ่านมา ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุน ตลอดจนภาคประชาสังคม เอกชน สำหรับความเชื่อมั่นและความไว้วางให้ผมได้มีโอกาสในการบริหารราชการแผ่นดิน

พี่น้องประชาชนคนไทยที่เคารพ ผมขอยืนยันว่า ผมจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ผมมั่นใจว่า 4 ปีต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปีแห่งความเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยวันนี้อยู่ท่ามกลางจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เรามีวิกฤตและปัญหาที่ต้องการทางออกอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ รายได้ รายจ่าย ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ความมั่นคง สังคม การต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม การทุจริตประพฤติมิชอบและอื่น ๆ อีกมากมายที่ล้วนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม และความยากลำบาก

ผมมีความประสงค์จะดำเนินนโยบายต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้เพื่อแก้ไขวิกฤต บรรเทาปัญหา สร้างการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาค ไปจนถึงภาคของครัวเรือน ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า บริหารงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ สร้างความร่วมมือเชิงบวกกับภาคเอกชน ภาคต่างประเทศ ทำให้ภาคประชาชนและราชการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน

ผมมีความตั้งใจที่จะประสานประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน สร้างสังคมที่เคารพอัตลักษณ์ เคารพความแตกต่างทางความคิด และเคารพกติกาในกรอบระเบียบและกฎหมาย สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงและตรงไปตรงมา

ในฐานะของตัวแทนรัฐบาล ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนร่วมกันเป็นพลังที่จะคอยผลักดันร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาลเพื่อนำประเทศไทยของเราไปข้างหน้า

พี่น้องประชาชนที่เคารพ ผมขอให้คำมั่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยจะทำงานอย่างหนัก เพื่อบำบัดความทุกข์สร้างความสุข นำพาความเจริญให้กับประชาชนคนไทยและคนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นดินแดนแห่งความสุขของคนทุกวัย เป็นประเทศที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีในเวทีนานาชาติอีกครั้ง

ผมนายเศรษฐา ทวีสิน จะขอทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเท ทำงานหนัก รับฟังเสียงของประชาชน นำความสามัคคีกลับคืนสู่คนในชาติ นำพาประเทศไทยไปข้างหน้า และสร้างอนาคตที่ดีกว่า ให้กับลูกหลานของพวกเราทุกคน นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขอบคุณครับ"

ศฐ.

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

วิษณุคาด ครม. ใหม่เริ่มบริหารประเทศได้ปลาย ก.ย.

วานนี้ (22 ส.ค.) ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 482 ต่อ 165 เห็นชอบให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า ขอแสดงความยินดีกับนายเศรษฐาที่ผ่านการพิจารณากระบวนการในรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว “ขอให้ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการแผ่นดินในโอกาสต่อไป”

แม้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า ครม. ชุดใหม่จะถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยวันนี้ (23 ส.ค.) มีการประชุม ครม. “ประยุทธ์” ตามปกติ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยปฏิทินสู่การมีรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์

บีบีซีไทยสรุปไว้ ดังนี้

  • สัปดาห์ที่ 1 คาดว่าได้รายชื่อ ครม.
  • สัปดาห์ที่ 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ใช้เวลาตรวจสอบประวัติ ครม.
  • สัปดาห์ที่ 3 ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ รายชื่อ ครม./ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง/ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

จากไทม์ไลน์ที่กล่าวมา นายวิษณุคาดว่า ครม. ชุดใหม่จะเริ่มทำหน้าที่ได้ในช่วงกลางเดือน ก.ย. แต่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายเดือน ก.ย.

“ขอย้ำว่านี่เป็นการคาดคะเนจากประสบการณ์ และเป็นการนับอย่างเร็ว ดังนั้นจึงทำให้การประชุม ครม. ชุดรักษาการยังคงมีอยู่ไปทุกสัปดาห์ แต่อาจมีเรื่องพิจารณาน้อยลง” นายวิษณุกล่าว

รองนายกฯ ด้านกฎหมายกล่าวต่อไปว่า แม้ ครม. ชุดใหม่จะถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วก็ยังปฏิบัติงานไม่ได้ จนกว่าจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องทำภายใน 15 วันหลังการถวายสัตย์ฯ ดังนั้นที่บอกให้เก็บเรื่องไว้รอรัฐบาลใหม่ บางเรื่องเก็บได้ เช่น เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย นายกฯ จะส่งกลับคืน เพราะเห็นว่าน่าจะรอได้ แต่สำหรับบางตำแหน่ง เช่น ตำรวจ ทหาร ที่ไม่ต้องเข้าที่ประชุม ครม. ไม่มีข้อห้ามในรัฐธรรมนูญ และหากมีความจำเป็นเร่งด่วนก็ต้องดำเนินการไปพลางก่อนในขณะนี้

อย่างไรก็ตามในส่วนของปลัดกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงพลังงานที่จะเกษียนอายุราชการ 30 ก.ย. นี้ นายวิษณุกล่าวว่า “คิดว่าจะไม่ตั้ง ให้รองปลัดกระทรวงรักษาการไปก่อน”

CG

2 หัวหน้าพรรคร่วมฯ งดพูดถึงโผ ครม.

ส่วนการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของรัฐบาลชุดใหม่ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงต่อรองกระทรวงที่จะเข้ากำกับดูแล หลังพรรค พท. แถลงเปิดสัดส่วนรัฐมนตรีของรัฐบาลผสม 314 เสียงไปเมื่อ 21 ส.ค.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสข่าวเข้ารับตำแหน่งใหม่เป็น รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลชุดใหม่

สำหรับพรรค ภท. มี สส. 71 เสียง ได้รับการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 4 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) อีก 4 ตำแหน่ง

ด้านพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ซึ่งมีอยู่ 10 เสียง และได้รับการจัดสรรเก้าอี้ 1 รมว. ระบุว่าให้เป็นสิทธิของพรรค พท. ในการจัดทัพ ครม.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรค ชทพ. บอกว่า “พร้อมทำงาน” หลังปรากฏชื่อในโผ รมว.พาณิชย์ อย่างไรก็ตามเขาบอกว่าพรรค พท. ยังไม่ได้แจ้งให้ทราบ และส่วนตัวยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาภายในกระทรวงพาณิชย์ได้หรือไม่ เพราะขณะนี้มีหลายโผ

ส่วนโฉมหน้า ครม. ที่ออกมาจะเป็น “ครม. ในฝัน” หรือไม่นั้น นายวราวุธร้อง "โอ้ย" ก่อนกล่าวว่า "ไม่ฝันแล้ว" เพราะว่าอีกไม่นานก็จะเป็นจริง และเชื่อว่า ครม. ในฝันของ 66 ล้านคนนั้นแตกต่างกันไป ดังนั้น เมื่อ ครม. ออกมาแล้ว ก็อาจจะถูกใจหรือไม่ถูกใจบางคน เป็นเรื่องปกติ

หัวหน้าพรรค ชทพ. ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า พรรค พท. จะนำพารัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศได้ ซึ่งก็หมายรวมถึงตัวนายเศรษฐา ทวีสิน ด้วย

CG

ขณะที่โควตาของพรรค พท. ซึ่งยึด 8 รมว. และ 9 รมช./รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. และหนึ่งในทีมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล กล่าวถึงกรณีมีชื่อของเขาติดโผ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยบอกเพียงว่า “พรรคกำลังพิจารณากันอยู่ ยังไม่รู้ใครอยู่ส่วนไหน รายชื่อที่หลุดมามีทั้งตรงและไม่ตรง”

ส่วนที่ปรากฏกระแสข่าวว่านายเศรษฐาจะควบ รมว.คลังเองนั้น เลขาธิการพรรค พท. บอกว่า “ก็เป็นเรื่องดี พรรคกำลังพิจารณาอยู่ทุกตำแหน่ง ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้”

ส่วนอีกคนที่มีชื่อติดโผ รมว.กลาโหมพลเรือน คือนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พท. ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า เป็นเพียงการคาดหมายของสื่อ ยังไม่มีใครได้ข้อมูลแท้จริง ใครได้กระทรวงใดต้องเคลียร์กันอยู่ ยังไม่จบ โผที่ออกมาแค่คาดหมาย ยังไม่มีข้อเท็จจริง คาดเดา ถูก ๆ ผิด ๆ

“ข่าวที่บอกว่าจะได้เป็น รมว.กลาโหม คงเพราะนามสกุล ‘คลังแสง’ มั้ง จะได้ประหยัดงบจัดซื้ออาวุธ เพราะมีคลังแสง” ไทยรัฐรายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายสุทิน

จุรินทร์ลั่น ปชป. “ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่”

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญที่เป็นควันหลงจากการโหวตเลือกนายกฯ คือ ปรากฏว่า 16 จาก 25 สส. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมลงมติเห็นชอบให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ ทั้งที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล อีกทั้งยังเป็นการลงมติที่ขัดกับมติพรรคตัวเองที่ให้ “งดออกเสียง”

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. สั่งการให้สั่ง สส. ที่โหวตสวนมติพรรคชี้แจงในที่ประชุม สส. ในการประชุมครั้งหน้า และหากมีสมาชิกเข้าชื่อกันร้องให้ตรวจสอบตามข้อบังคับพรรค ก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป “แม้การโหวตเลือกนายกฯ จะเป็นเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่ข้อบังคับพรรคก็มีอยู่”

นายจุรินทร์ ยอมรับว่า ไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า และก็ไม่ทราบเหตุผลของ 16 สส. แต่ยืนยันในนามพรรคว่า ไม่เคยมอบใครไปเจรจาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น

“ประชาธิปัตย์มีศักดิ์ศรี เราเคยเป็นทั้งรัฐบาล เคยเป็นทั้งฝ่ายค้าน จะเป็นอะไรก็เป็น ไม่มีปัญหา แต่เราไม่เคยไปเป็นพรรคอะไหล่ ผมคิดว่าเราชัดเจนในเรื่องนี้” รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าว

เหตุที่นายจุรินทร์พูดถึงคำว่า “พรรคอะไหล่” เป็นเพราะมีรายงานข่าวปรากฏในสื่อหลายสำนักตรงกันว่าแกนนำ ปชป. อีกขั้วหนึ่งได้เดินเกมต่อรองกับแกนนำพรรค พท. จนกระทั่งนาทีท้าย ๆ ของการลงมติเลือกนายกฯ โดยบอกว่า ปชป. “ขอเป็นพรรคอะไหล่” ในกรณีที่พรรค ภท. ต้องการเจรจาต่อรองขอกระทรวงเกรดเอจากพรรค พท. พรรค ภท. ไม่ได้และถอนตัว 71 เสียงออกไป

ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการ เพราะผู้ที่โหวตเห็นชอบนายเศรษฐาส่วนใหญ่ก็เป็นกรรมการบริหารพรรค นายสาธิต ระบุว่า ในข้อบังคับพรรคมีเขียนระบุไว้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นผู้ทำอะไรอย่างไร

เมื่อเห็นว่าความประพฤติของสมาชิกบางท่าน เช่นการเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ที่ปฏิเสธในตอนแรกว่าไม่ได้ไป และกลับยอมรับในรายการทีวีว่าเดินทางไปจริง ถือว่าทำให้เกิดความเสียหายกับพรรค พฤติการณ์แบบนี้เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม

นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทยสังกัดพรรค ปชป. ยอมรับว่า “เกินคาด” และ “ตกใจ” กับการลงมติของ สส. ปชป. โดยเขาติดตามดูอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยว่า ทำไมผลออกมาแบบนี้ อย่างไรก็ตาม บุตรชายของเขาซึ่งเป็น สส. ได้ลงคะแนนตามมติของพรรคเมื่อ 21 ส.ค.

ส่วนผลโหวตที่ออกมา ทำให้ สส.ปชป. มีแนวโน้มไปร่วมรัฐบาลบางส่วนหรือไม่นั้น นายนริศมองว่า “ทำไม่ได้” เพราะการร่วมรัฐบาลต้องเป็นมติกรรมการบริหารพรรค และที่ประชุมร่วม สส. การเดินเข้าไปเลยโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำไม่ได้โดยข้อบังคับพรรค

แต่สำหรับ สส. รายแรกที่ “โหวตสวน” มติพรรคอย่าง พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา ปชป. เขากล่าวเพียงว่า “เราทำเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้”

เช่นเดียวกับนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรค ปชป. ที่บอกว่าจำเป็นต้องขัดมติพรรค เพื่อ “หาทางออกให้กับประเทศ” และ “กราบขออภัยแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนที่มีความคาดหวังว่าจะไม่โหวต หรืองดออกเสียง”

ในการตัดสินใจ เขาอ้างว่าเป็นการหารือร่วมกับเพื่อน สส. ในช่วงสุดท้ายหลังฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องกลัวตกขบวนร่วมรัฐบาล แต่ยอมรับว่าไม่ได้แจ้งผู้ใหญ่ของพรรค เพราะเวลากระชั้นชิด

สส.รายนี้ปฏิเสธทุกข่าว-ข้อวิเคราะห์ โดยบอกว่า “ไม่มีดีลร่วมรัฐบาล” “ไม่ใช่พรรคอะไหล่ของใคร” และ “ไม่ใช่ตีเช็กเปล่า เป็นการคิดในเวลานั้น”

“เราไม่ใช่งูเห่า เพราะงูเห่าต้องจำนวนน้อย แต่เราไปกับเสียงข้างมาก เรียกงูเห่าไม่ได้” นายชัยชนะกล่าว