มารู้จักเทศกาลแสวงบุญ "กุมภเมลา" งานชุมนุมใหญ่ที่สุด คาดมีผู้ร่วมงานกว่า 400 ล้านคน ที่อินเดีย

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, กีตา ปันเดย์
- Role, บีบีซีนิวส์, ประยาคราช
เทศกาลแสวงบุญ "กุมภเมลา" (Kumbh Mela) ของชาวฮินดู เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการในปีนี้ ที่อำเภอประยาคราช (Prayagraj) ในเมืองอัลลาฮาบัด (Allahabad) ของรัฐอุตตรประเทศทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งเทศกาลนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลกว่าเป็นงานชุมนุมขนาดใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ
เทศกาลแสวงบุญซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลาทั้งหมด 45 วัน เริ่มต้นวันแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเปิดให้ทำพิธีใหญ่เพื่ออาบน้ำชำระล้างบาปในแม่น้ำคงคาได้ ตั้งแต่วันอังคารที่ 14 ม.ค. เป็นต้นไป ซึ่งในพิธีดังกล่าวเหล่า "นาคสาธุ" (Naga Sadhu) นักบวชฮินดูที่เปลือยกายและทาตัวด้วยเถ้าถ่าน ทั้งยังไว้ผมยาวที่พันกันยุ่งเหยิงจนจับตัวเป็นก้อนเหมือนเส้นเชือก จะมาลงอาบน้ำชำระกายซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยาก
ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ของเทศกาลกุมภเมลา ผู้ที่นับถือศรัทธาในศาสนาฮินดูจะพากันมาลงอาบในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ตรงบริเวณที่เรียกว่า "สังฆัม" (Sangham) ซึ่งเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สามสายหรือจุฬาตรีคูณ ได้แก่แม่น้ำคงคา, แม่น้ำยมุนา, และแม่น้ำสรัสวตี ซึ่งแม่น้ำสายที่สามนี้เป็นสายธารในตำนานปรัมปราที่มนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้
ชาวฮินดูเชื่อว่าการทำพิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ในเทศกาลนี้ จะช่วยล้างบาปมลทินและชำระจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ ปลดปล่อยพวกเขาให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารหรือวงจรการเวียนว่ายตายเกิด อันเป็นการบรรลุเป้าหมายสูงสุดของของศาสนาฮินดูหรือโมกษะ

ที่มาของภาพ, Ankit Srinivas
วิเวก จตุรเวที เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบอกกับบีบีซีว่า ก่อนจะถึงวันสุดท้ายของการแสวงบุญในวันที่ 26 ก.พ. คาดว่าจะมีผู้คนมาเข้าร่วมเทศกาลกุมภเมลากันอย่างล้นหลามราว 400 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขสถิติที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึงขนาดนี้ ทำให้เทศกาลดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Heritage of Humanity) โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ส่วนกลุ่มก้อนของประชากรมนุษย์จำนวนมหาศาล ก็ยังสามารถสังเกตเห็นได้จากห้วงอวกาศอีกด้วย
ทางการอินเดียคาดการณ์ว่า ในวันแรกจะมีผู้ศรัทธาลงอาบในแม่น้ำคงคาประมาณ 5-8 ล้านคน แต่ในวันที่สองซึ่งเป็นวันเริ่มต้นพิธีใหญ่ คาดว่าตัวเลขน่าจะพุ่งขึ้นไปถึงกว่า 20 ล้านคนเลยทีเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปแล้ว เหตุการณ์สำคัญที่ต้องคอยชมให้เป็นบุญตาในเทศกาลนี้ คือช่วงที่เหล่านาคสาธุหรือนักบวชเปลือยพากันมาลงอาบในแม่น้ำคงคาที่เย็นเฉียบ แต่สำหรับชาวฮินดูแล้ว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญทางศาสนาด้วย เพราะเชื่อกันว่าน้ำที่ชำระล้างร่างกายของนาคสาธุ จะมีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคลเพิ่มขึ้นด้วยพลังความบริสุทธิ์แห่งศีลและสมาธิของนักบวช
ก่อนที่เทศกาลแสวงบุญจะเริ่มขึ้น เหล่านาคสาธุจากทั่วประเทศอินเดีย ได้พากันมาปักหลักรอตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพากันเคลื่อนขบวนขนาดใหญ่ที่ส่งเสียงดังครึกโครมเข้ามาในมณฑลพิธีริมฝั่งแม่น้ำ
นาคสาธุกลุ่มหนึ่งที่ทาตัวด้วยผงเถ้าถ่านจากการเผาศพ บ้างก็เปลือยกายหรือสวมเพียงผ้านุ่งเก่าบาง ๆ และบางคนก็มีพวงมาลัยดอกดาวเรืองพันไว้ที่คอ ต่างเดินเข้ามาโดยถือตรีศูล, ดาบ, และกลองบัณเฑาะว์สองหน้าเอาไว้ในมือ นักบวชบางกลุ่มจัดขบวนให้อาจารย์เจ้าสำนักของตนเองอย่างยิ่งใหญ่ โดยให้หัวหน้านักบวชนั่งบนรถม้า พร้อมทั้งมีวงดนตรี, นักเต้นรำ, รวมทั้งสัตว์พาหนะอย่างม้าและอูฐจำนวนมากร่วมขบวนมาด้วย

ที่มาของภาพ, Ankit Srinivas
กุมภเมลาคืออะไร
ต้นกำเนิดของเทศกาลแสวงบุญกุมภเมลา มาจากเทพปกรณัมโบราณของศาสนาฮินดู ซึ่งระบุว่าเทพและอสูรได้เข้าต่อสู้กัน เพื่อยื้อแย่งหม้อหรือเหยือก (กุมภะ)ใส่น้ำทิพย์ ที่ผุดขึ้นมาระหว่างการกวนเกษียรสมุทร จนทำให้น้ำทิพย์บางส่วนกระฉอกและหยดลงไปที่เมือง 4 แห่ง ได้แก่ประยาคราช, หริทวาร, อุชเชน, และนาสิก
เนื่องจากการต่อสู้แย่งน้ำทิพย์ดังกล่าวกินเวลา 12 วัน ตามการนับเวลาบนสรวงสวรรค์ ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวยาวนานเท่ากับ 12 ปีบนโลกมนุษย์ เทศกาลกุมภเมลาจึงถูกจัดขึ้นที่เมืองทั้งสี่แห่งในทุก 12 ปี นอกจากนี้ยังมีการจัดงานแสวงบุญในช่วงครึ่งรอบ (อัฒ) ทุก 6 ปีด้วย
อย่างไรก็ตาม เทศกาลที่ใหญ่ที่สุดและมีตัวเลขสถิติของผู้แสวงบุญเข้าร่วมมากที่สุดเสมอ คืองานชุมนุมที่เมืองประยาคราช ซึ่งในปีนี้โหราจารย์ชาวฮินดู รวินทร์ ปุรี บอกว่าเทศกาลที่กำลังดำเนินอยู่จะมีความยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็น "มหากุมภเมลา" เพราะตำแหน่งการโคจรของดวงดาวตรงกับฤกษ์ยามที่คัมภีร์ระบุว่าน้ำทิพย์ได้หยดลงมาพอดี "มหากุมภเมลาที่ฤกษ์ยามสมบูรณ์แบบ จะเกิดขึ้นในทุก 12 รอบ หรือทุก 144 ปี" ปุรีบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซี

ที่มาของภาพ, Ankit Srinivas
วันศักดิ์สิทธิ์ใหญ่สำหรับพิธีอาบน้ำ
วันเวลาที่เป็นมงคลสำหรับการลงอาบน้ำ จะถูกกำหนดโดยโหราจารย์ที่คำนวณฤกษ์ยามจากตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้า โดยในปีนี้มีวันศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ที่เป็นมงคลสูงสุดต่อการประกอบพิธี 6 วัน ดังต่อไปนี้
- 13 ม.ค. (เปาษปูรณิมา)
- 14 ม.ค. (มกรสังกรานติ)
- 29 ม.ค. (มุนีอมวัสยะ)
- 3 ก.พ. (วสันต์ปัญจามี)
- 12 ก.พ. (มาฆปูรณิมา)
- 26 ก.พ. (มหาศิวาราตรี)
สามวันในจำนวนนี้คือวันที่ 14 ม.ค. 29 ม.ค. และ 3 ก.พ. ถูกกำหนดให้เป็นวัน "ศหิสนาน" (Shahi Snan) หรือ "การอาบน้ำของกษัตริย์" ซึ่งหมายถึงวันที่เหล่านาคสาธุจะลงอาบน้ำนั่นเอง ทำให้ทางการอินเดียคาดว่าจะมีชาวฮินดูลงอาบน้ำในวันที่ 29 ม.ค. มากที่สุด โดยอาจมีจำนวนถึง 50-60 ล้านคน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เพื่อรองรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล ทางการอินเดียได้สร้างเมืองที่พักชั่วคราว ซึ่งเต็มไปด้วยเต็นท์และกระโจมขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายบนพื้นที่กว้าง 25,000 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา "เราได้ทำถนนชั่วคราวหลายสายซึ่งมีความยาวรวมกัน 650 กิโลเมตร ทั้งยังติดตั้งเต็นท์ที่พักและห้องสุขา โดยระดมกำลังแรงงานกว่าแสนคน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจกว่า 40,000 นาย ทุกคนเร่งทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การจัดเทศกาลครั้งนี้ประสบความสำเร็จ" นายจตุรเวทีกล่าว
พื้นที่ในตัวเมืองประยาคราชก็ได้รับการเตรียมความพร้อมเช่นกัน โดยมีการขยายถนน 200 สาย ด้านหน้าของอาคารต่าง ๆ บนถนนสายที่มุ่งไปยัง "สังฆัม" ถูกทาสีใหม่ ส่วนกำแพงก็มีการวาดภาพตกแต่งสีสันสดใส ซึ่งล้วนบอกเล่าเรื่องราวจากคัมภีร์โบราณและตำนานทวยเทพของศาสนาฮินดู

ที่มาของภาพ, Ankit Srinivas
ผู้แสวงบุญหลายแสนคน ซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวและชาวฮินดูที่พำนักอาศัยในต่างประเทศ ต่างเดินทางมาถึงเมืองประยาคราชก่อนเทศกาลกุมภเมลาจะเริ่มขึ้น โดยเซบาสเตียน ดิเอโก หนึ่งในสมาชิกของกรุ๊ปทัวร์จากอาร์เจนตินา บอกกับบีบีซีถึงจุดประสงค์ของการมาเยือนครั้งนี้ว่า "ผมต้องการสัมผัสประสบการณ์แห่งความศรัทธาด้วยตนเอง ผมมาเพราะรู้สึกได้ว่าแม่น้ำคงคามีพลังดึงดูด ผมลงอาบน้ำเพราะต้องการเชื่อมต่อจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกับพระแม่คงคา"

ที่มาของภาพ, Ankit Srinivas
เทศกาลกุมภเมลาใหญ่แค่ไหน
มณฑลพิธีและค่ายพักของผู้แสวงบุญ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 4,000 เฮกตาร์ หรือราว 25,000 ไร่ ซึ่งประกอบไปด้วยเต็นท์และกระโจมที่พักจำนวนมากถึง 160,000 หลัง ทางการได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจ 40,000 นาย มาคอยดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย ทั้งยังจัดกองทัพเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดและสุขอนามัยอีก 15,000 คนด้วย
สำหรับผู้ที่เดินทางมาด้วยยานพาหนะของตนเอง เทศกาลกุมภเมลาครั้งนี้มีลานจอดรถรองรับถึง 99 แห่ง สำหรับรถยนต์กว่า 500,000 คัน ทั้งยังมีการติดตั้งสะพานข้ามแม่น้ำชั่วคราว 30 แห่ง ซึ่งสะพานเหล่านี้สร้างจากกระดานพาดบนเรือท้องแบนที่ลอยลำบนผิวน้ำ (pontoon bridge)
มีการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคของเมืองประยาคราชในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไฟส่องสว่างข้างถนน 67,000 จุด สร้างห้องน้ำชั่วคราว 150,000 แห่ง วางถังขยะเพิ่มเป็น 25,000 จุด รวมทั้งติดตั้งจุดจ่ายน้ำสะอาดอัตโนมัติ (water ATM) 200 แห่ง และขุดบ่อน้ำอีก 85 แห่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐบาลอินเดียระบุว่า ได้ทุ่มงบประมาณจัดงานเทศกาลกุมภเมลาถึง 70,000 ล้านรูปี หรือราว 28,000 ล้านบาท โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า รัฐอุตตรประเทศหวังจะโกยรายได้จากการจัดงานครั้งนี้ที่ 250,000 ล้านรูปี หรือราวแสนล้านบาท
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ก่อนเทศกาลแสวงบุญจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง มีฝนเทลงมาอย่างต่อเนื่องในเมืองประยาคราช จนทำให้มณฑลพิธีเปียกแฉะไปหมด ในขณะที่ค่ายพักหลายส่วนก็ยังคงจัดเตรียมการไม่เสร็จเรียบร้อยดี ส่วนเต็นท์ที่พักซึ่งเหล่าสาธุและสาวกผู้ติดตามกางติดตั้งกันเอง ล้วนไม่มีน้ำกินน้ำใช้และไฟฟ้าก็ติด ๆ ดับ ๆ ห้องสุขาจำนวนมากยังคงไม่ได้ติดตั้งสุขภัณฑ์ ส่วนที่ติดตั้งเสร็จแล้วบางส่วนก็ใช้ไม่ได้เพราะน้ำไม่ไหล
นายจตุรเวทีซึ่งเป็นตัวแทนของทางการแก้ต่างว่า ฤดูมรสุมที่ยาวนานกว่าปกติในปีนี้ ทำให้ช่วงเวลาที่อากาศแห้งมีไม่มากพอจะทำการก่อสร้างต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จตามกำหนด อย่างไรก็ตามเขารับประกันว่า การเตรียมการใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และในไม่ช้าระบบต่าง ๆ จะติดตั้งได้ทันรองรับผู้มาเยือนอย่างแน่นอน

ที่มาของภาพ, Ankit Srinivas
เหล่านักบวชสาธุและบรรดาผู้นำของผู้แสวงบุญกลุ่มใหญ่ ซึ่งมักจะลงมือตั้งค่ายพักด้วยตนเอง บอกว่าพวกเขาเข้าใจดีถึงความยากลำบากในการจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ แต่ผู้แสวงบุญบางรายอย่างพระอาจารย์อมรนาถ (Baba Amarnathji) นักบวชฮินดูห่มเหลืองวัย 60 ปี บ่นว่าไม่มีที่พักฟรีของทางการเหลือเอาไว้ให้ท่านแม้แต่แห่งเดียว จนต้องสร้างเต็นท์ที่พักเองด้วยผ้าและผืนพลาสติก โดยนำมาพันโอบรอบเสาไม้ไผ่สามลำ
"ก่อนหน้านี้ผมเคยอาศัยนอนในเต็นท์ที่รัฐบาลจัดให้ฟรี แต่ครั้งนี้ไม่มีที่พักแบบที่ว่าอีกแล้ว ตำรวจพยายามไล่ผมออกไป แต่ผมจะไปไหนได้ ? ทุกคนพากันบอกว่า เทศกาลกุมภเมลาจัดขึ้นเพื่อนักบวชสาธุอย่างพวกเรา แต่สิ่งที่ผมเห็นคือทุกสิ่งจัดเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวเท่านั้น"












