งานวิจัยล่าสุดชี้ บนดวงจันทร์บริวารดาวยูเรนัสอาจมีสิ่งมีชีวิต

ที่มาของภาพ, SPL
- Author, พัลลภ โกช
- Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
ข้อมูลใหม่พบว่า ความเชื่อเดิมที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อมาอย่างยาวนานว่า ดาวยูเรนัส หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "ดาวมฤตยู" และดวงจันทร์บริวารที่ใหญ่ที่สุดของมัน 5 ดวง เป็นดาวที่ตายแล้วและไร้สิ่งมีชีวิต อาจจะไม่เป็นจริง เมื่อนักวิทยาศาสตร์เพิ่งระบุได้ว่า บนดาวเหล่านั้นอาจจะมีมหาสมุทร ส่วนดวงจันทร์บริวารดังกล่าวก็อาจมีสภาพที่เอื้อต่อการมีสิ่งมีชีวิตด้วย
สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดาวยูเรนัสที่เรารับรู้ในปัจจุบันล้วนเป็นข้อมูลที่รวบรวมมาโดยยานวอยเอเจอร์ 2 (Voyager 2) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา ที่ได้เดินทางไปเยือนดาวเคราะห์ดวงนี้เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลที่ได้จากการเดินทางเยือนของยานวอยเอเจอร์ 2 บังเอิญเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเกิดพายุสุริยะรุนแรง จนนำไปสู่ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับระบบของดาวยูเรนัสว่า จริง ๆ แล้วเป็นอย่างไรกันแน่
ทั้งนี้ ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ซึ่งปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ดูสวยงาม โคจรอยู่ในส่วนนอกของระบบสุริยะของเรา ถือได้ว่าเป็นดาวเคราะห์ที่มีความหนาวเย็นมากที่สุดดวงหนึ่ง หากเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่น ดาวยูเรนัสนี้ถือว่ามีความแปลกประหลาด เพราะมันโคจรในแนวตะแคงข้าง

เราได้ยลโฉมดาวยูเรนัสแบบใกล้ที่สุดในปี 1986 เมื่อยานวอยเอเจอร์ 2 เคลื่อนผ่านและส่งข้อมูลภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของมันมาพร้อมกับดวงจันทร์บริวารหลักทั้งห้าดวงของมันกลับมายังโลก
แต่สิ่งที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างฉงนใจมากยิ่งขึ้นคือ ข้อมูลที่ยานวอยเอเจอร์ 2 ส่งกลับมานั้น ชี้ให้เห็นว่า ระบบดาวเคราะห์ของดาวยูเรนัสแปลกประหลาดกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิดไว้
อุปกรณ์ตรวจวัดที่ติดตั้งบนยานวอยเอเจอร์ 2 บ่งชี้ว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้และดวงจันทร์บริวารไม่มีความเคลื่อนไหว ไม่เหมือนดวงจันทร์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะชั้นนอก นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าสนามแม่เหล็กที่ป้องกันดาวยูเรนัสยังบิดเบือนแบบแปลก ๆ ในลักษณะที่ถูกบีบและผลักไสให้ออกไปไกลจากดวงอาทิตย์
โดยปกติแล้ว สนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ๆ จะดักจับแก๊สและวัตถุต่าง ๆ ที่เคลื่อนที่ออกมาจากดาวเคราะห์ของมันไว้ รวมทั้งสิ่งที่ออกมาจากดวงจันทร์บริวารด้วย ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากมหาสมุทรหรือไม่ก็มาจากกิจกรรมทางธรณีวิทยา ซึ่งในครั้งนั้น ยานวอยเอเจอร์ 2 กลับไม่พบสิ่งใด ๆ เลย จึงทำให้เชื่อว่าดาวยูเรนัสและดวงจันทร์บริวารหลักทั้งห้าดวงได้กลายเป็นดวงดาวที่เสมือนตายแล้ว
นั่นจึงทำให้เกิดความประหลาดใจครั้งยิ่งใหญ่ เพราะว่าระบบดาวยูเรนัสและดวงจันทร์บริวารของมันแตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะ

ที่มาของภาพ, NASA

ที่มาของภาพ, NASA
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเชิงวิเคราะห์ฉบับล่าสุดได้ไขปริศนาที่มีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ และแสดงให้เห็นว่า ในวันที่ยานวอยเอเจอร์ 2 บินผ่านดาวเคราะห์ดวงนี้ เป็นช่วงเวลาที่ไม่ดีนัก
งานวิจัยดังกล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ขณะที่ยานวอยเอเจอร์ 2 บินผ่านดาวยูเรนัสไม่นาน ดวงอาทิตย์กำลังปั่นป่วนและได้ปลดปล่อยพายุสุริยะทรงอานุภาพออกมา ซึ่งอาจพัดพาอนุภาคต่าง ๆ ออกมาด้วยและทำให้สนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกบิดเบือนชั่วคราว
ดร.วิลเลียม ดันน์ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้อมูลที่เราได้รับมาในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นมุมมองที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับดาวยูเรนัสและดวงจันทร์บริวารหลักของมันทั้งห้าดวงไปโดยปริยาย
"ข้อมูลล่าสุดที่มีจึงทำให้เราทราบว่า ระบบของดาวยูเรนัสน่าตื่นเต้นมากกว่าที่เราเคยคิด เช่น บนดวงจันทร์บริวารเหล่านั้นอาจมีสภาพแวดล้อมที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต และอาจมีมหาสมุทรใต้พื้นผิวที่อาจจะเต็มไปด้วยปลาด้วย"

ที่มาของภาพ, NASA
ลินดา สปิลเกอร์ เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์อายุน้อยที่ร่วมในภารกิจโครงการวอยเอเจอร์ ในตอนที่ข้อมูลจากดาวยูเรนัสถูกส่งกลับมายังโลก ปัจจุบันเธอยังคงทำหน้าที่ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการนี้เหมือนเดิม เธอเล่าว่า เธอมีความยินดีที่ได้ทราบผลการวิจัยครั้งใหม่นี้ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารด้านดาราศาสตร์ Journal Nature Astromony
"ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นน่าทึ่ง และฉันรู้สึกตื่นเต้นจริง ๆ ที่ได้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะพบสิ่งมีชีวิตในระบบดาวยูเรนัส" เธอเล่าให้บีบีซีนิวส์ฟัง
"ฉันเองรู้สึกยินดีด้วยเหมือนกันที่ได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างด้านข้อมูลให้กับโครงการวอยเอเจอร์ นี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ได้ย้อนกลับไปดูข้อมูลที่เก็บไว้เมื่อปี 1986 และได้ข้อสรุปพร้อมกับการค้นพบใหม่ ๆ" เธอเล่า
ดร.อัฟเฟลเลีย วิบิโสโน จากสถาบันการศึกษาขั้นสูงแห่งดับลิน (Dublin Institute of Advanced Studies) ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้ บรรยายว่า ผลการวิจัยนี้ "น่าตื่นเต้นอย่างมาก"
"กระบวนการดังกล่าวเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการย้อนกลับไปพิจารณาข้อมูลเก่า ๆ เพราะบางครั้ง อาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง ที่อาจจะเป็นเรื่องใหม่ให้ค้นพบ และนี่ยังสามารถช่วยให้เราออกแบบภารกิจการสำรวจอวกาศสำหรับยุคถัดไปได้ด้วย"
และนี่คือสิ่งที่นาซากำลังดำเนินการ ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากผลการวิจัยครั้งนี้ด้วย
มาจนถึงวันนี้ นับเป็นระยะเวลาเกือบ 40 ปีแล้วที่ยานวอยเอเจอร์ 2 บินเฉียดเข้าใกล้ดาวยูเรนัสและดวงจันทร์บริวารของมัน นาซาได้วางแผนที่จะเริ่มภารกิจสำรวจอวกาศใหม่ขึ้นในชื่อว่า "the Uranus Orbiter and Probe" (ยานสำรวจและยานโคจรรอบดาวยูเรนัส) เพื่อกลับไปสำรวจดาวยูเรนัสในระยะใกล้ที่สุดในระยะเวลาอีกไม่เกิน 10 ปีต่อจากนี้

ที่มาของภาพ, NASA
ดร.เจมี จาซินสกี จากนาซา เจ้าของแนวความคิดที่ต้องการให้มีการนำข้อมูลจากยานวอยเอเจอร์ 2 กลับมาตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ระบุว่า ภารกิจนี้จำเป็นต้องรวมผลสรุปของเขาเข้าด้วยในขั้นตอนการออกแบบอุปกรณ์และการวางแผนการสำรวจทางวิทยาศาสตร์
"อุปกรณ์บางอย่างที่จะใช้ออกแบบยานอวกาศในอนาคตจำเป็นต้องนำเอาแนวความคิดที่ได้รับจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากยานวอยเอเจอร์ 2 เมื่อบินเฉียดเข้าใกล้ระบบดาวยูเรนัสและประสบกับสถานการณ์ไม่ปกติมาร่วมคำนวณด้วย ดังนั้น พวกเราจำเป็นต้องพิจารณาอีกครั้งว่า เราจะออกแบบอุปกรณ์ในภารกิจใหม่อย่างไร เพื่อให้พวกเราสามารถเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องการค้นพบให้ได้ดีที่สุด"
สำหรับยานสำรวจดาวยูเรนัสของนาซาคาดว่าจะไปถึงที่นั่นในปี 2045 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่า จะได้คำตอบว่า ดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์น้ำแข็งดวงนี้สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เชื่อกันว่า ระบบดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ที่ตายไปแล้ว











