แบบแปลนสิ่งก่อสร้างชิ้นแรกของโลก อยู่ในทะเลทรายซาอุฯ-จอร์แดน

ที่มาของภาพ, D.ALBUKAAI / K. GUADAGN
เมื่อช่วงทศวรรษ 1920 นักบินของกองทัพอากาศอังกฤษค้นพบโครงสร้างแปลกประหลาดในทะเลทรายของคาบสมุทรอาระเบีย ซึ่งเมื่อมองลงมาจากท้องฟ้าแล้ว เส้นตรงและเส้นโค้งขนาดใหญ่ที่ปรากฏบนพื้นดินจะดูคล้ายกับว่าวยักษ์เป็นอย่างมาก จนมันได้รับฉายาว่า “ว่าวทะเลทราย” (desert kite)
แม้จะดูเหมือนโครงสร้างปริศนาที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ต่างดาว แต่แท้ที่จริงแล้ว “ว่าวทะเลทราย” เป็นซากกำแพงที่ก่อขึ้นจากก้อนหิน ถือเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาของมนุษย์ยุคหินใหม่ โดยบางแห่งมีอายุถึง 9,000 ปี ซึ่งนับว่ามีความเก่าแก่เป็นสองเท่าของมหาพีระมิดแห่งกีซาที่อียิปต์เลยทีเดียว
เมื่อปลายปีที่แล้ว นักโบราณคดีค้นพบวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างว่าวทะเลทราย ซึ่งต่อมาพบว่ามีอยู่หลายพันแห่งทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียกลาง โดยชี้ว่า มันไม่ใช่เทวาลัยหรือสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งยังไม่ใช่คอกเลี้ยงปศุสัตว์ แต่เป็นกับดักที่มนุษย์ยุคหินใหม่ใช้ต้อนฝูงสัตว์ป่าให้เข้ามาจนมุม ขณะที่พวกเขาออกล่าหาอาหาร
ล่าสุด มีการค้นพบจารึกบนแท่งหินความกว้างราว 4 เมตร ในเขตประเทศซาอุดีอาระเบียและจอร์แดน ตรงสถานที่ใกล้กับว่าวทะเลทรายหลายแห่ง ซึ่งผลการวิเคราะห์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS One ชี้ว่า มันน่าจะเป็นแผนผังฉบับร่างหรือแบบแปลนสำหรับการก่อสร้างว่าวทะเลทรายนั่นเอง

ที่มาของภาพ, CRASSARD ET AL.
แบบแปลนสิ่งก่อสร้างซึ่งเก่าแก่ที่สุดในโลกดังกล่าว ประกอบด้วยจารึกบนแท่งหิน 2 ชิ้น โดยชิ้นหนึ่งที่มีอายุเก่าแก่ราว 8,000 ปี พบในทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย ห่างจากว่าวทะเลทรายแห่งหนึ่ง 3.5 กิโลเมตร ส่วนจารึกอีกชิ้นมีอายุราว 7,000 ปี พบอยู่ไม่ห่างจากว่าวทะเลทราย 8 แห่ง ในเขตประเทศจอร์แดน
ดร. เรมี คราสซาร์ด จากศูนย์เพื่อการวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส (CNRS) ระบุว่าจารึกดังกล่าวแสดงถึงอัจฉริยภาพของมนุษย์ยุคหินใหม่ ที่สามารถคำนวณออกแบบและประกอบโครงสร้างเรขาคณิตขนาดใหญ่ได้อย่างเที่ยงตรงแม่นยำ แม้จะขาดเครื่องมือสำรวจรังวัดอันทันสมัย อีกทั้งรูปทรงโดยรวมของสิ่งก่อสร้างจะมองเห็นได้จากมุมสูงเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
“แบบแปลนสิ่งก่อสร้างอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ ได้แก่ผลงานจากอารยธรรมเมโสโปเตเมียเมื่อราว 2,000-3,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ถึงกระนั้นแบบแปลนของชาวเมโสโปเตเมียก็ยังไม่แม่นยำเท่ากับมนุษย์ยุคหินใหม่ในแถบตะวันออกกลาง”
“ในยุคหินใหม่เมื่อหลายพันปีก่อน พื้นที่แถบตะวันออกกลางยังไม่แห้งแล้งเป็นทะเลทรายเหมือนทุกวันนี้ แต่มีสภาพเป็นทุ่งหญ้าที่ฝูงสัตว์จำพวกแอนทีโลปหรือกาเซลล์อาศัยอยู่ มนุษย์ในยุคนั้นที่ยังต้องล่าสัตว์เพื่อหาเลี้ยงชีพ จึงมีการออกแบบสร้างกับดักให้เป็นทางแคบสอบเข้าด้านใน ซึ่งจะนำสัตว์ไปสู่ลานใหญ่รูปวงกลมหรือสี่เหลี่ยมเพื่อให้จนมุม ก่อนจะสังหารหรือไล่ต้อนให้ตกหน้าผาไป” ดร. คราสซาร์ด กล่าวอธิบาย































