ไม่เข้าใจบทเรียน - ครูไม่พอ - เด็กอดอยาก : อ่านรายงานผล PISA นักเรียนไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA (Programme for International Student Assessment) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) จัดทำขึ้นเพื่อประเมินนักเรียนอายุ 15 ปีในประเทศที่เข้าร่วม ทุก ๆ 3 ปี โดยปีนี้มีประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมด 81 ประเทศ
ผลการประเมินความสามารถของเด็กไทยในปีล่าสุด ซึ่งทำการสอบกันในปี 2022 พบว่า ทักษะของเด็กไทยทั้งด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน มีแนวโน้มลดลง และผลการประเมินทุกด้านยังได้คะแนนต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับแต่ไทยเข้าร่วมการทดสอบในช่วงต้นทศวรรษ 2000
ในรายงานผล PISA ปีล่าสุด ยังมีบทวิเคราะห์และผลสำรวจปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กด้วย โดยพบว่า ปัญหาหลัก ๆ คือ บรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อการเรียน นักเรียนถูกเบี่ยงเบนความสนใจด้วยอุปกรณ์ดิจิทัล ปัญหาจำนวนและคุณภาพผู้สอน รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมเศรษฐกิจของเด็ก

ที่มาของภาพ, bbc
ทักษะความสามารถของ PISA แบ่งออกเป็นระดับต่าง ๆ ดังนี้
- ระดับที่ 1: น้อยกว่า 420 คะแนน หมายถึง มีความรู้ความเข้าใจต่ำ
- ระดับที่ 2: 420-482 คะแนน หมายถึง มีความรู้เข้าใจระดับพื้นฐาน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
- ระดับ 3-4: 482-607 คะแนน หมายถึง มีความรู้ความเข้าใจระดับสูงปานกลาง
- ระดับ 5-6: มากกว่า 607 คะแนน หมายถึง มีความรู้ความเข้าใจระดับสูงมาก
คะแนน PISA นักเรียนไทย ด้านคณิตศาสตร์
นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์อยู่ที่ 394 คะแนน โดยพบว่าร้อยละ 68 ของนักเรียนไทยมีระดับทักษะคณิตศาสตร์อยู่ในระดับต่ำกว่า 2 ขณะที่นักเรียนอีกประมาณร้อยละ 30 มีความรู้คณิตศาสตร์อยู่ในระดับ 2 ขึ้นไป ตัวเลขนี้ถือว่าไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิก OECD ซึ่งมีนักเรียนกลุ่มนี้อยู่ที่ร้อยละ 69 และมีนักเรียนไทยเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่มีระดับทักษะคณิตศาสตร์อยู่ในระดับสูง (ระดับ 5-6) ขณะที่ร้อยละ 41 ของนักเรียนสิงคโปร์ มีทักษะคณิตศาสตร์อยู่ในระดับนี้
ด้านวิทยาศาสตร์
คะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนไทยอยู่ที่ 409 คะแนน โดยพบว่าร้อยละ 53 ของจำนวนนักเรียนไทยมีระดับทักษะด้านวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าระดับขั้นพื้นฐาน (ต่ำกว่าระดับ 2) และอีกประมาณร้อยละ 47 มีความสามารถด้านนี้อยู่ในระดับ 2 ขึ้นไป ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ที่มีจำนวนนักเรียนซึ่งเข้าใจวิทยาศาสตร์ระดับขั้นพื้นฐานขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 76
ด้านการอ่าน
คะแนนเฉลี่ยด้านการอ่านของนักเรียนไทยอยู่ที่ 379 คะแนน โดยพบว่าประมาณร้อยละ 66 ของนักเรียนไทยมีระดับทักษะการอ่านต่ำกว่าระดับ 2 ส่วนจำนวนนักเรียนไทยที่มีระดับทักษะการอ่านอยู่ที่ระดับ 2 ขึ้นไป อยู่ที่ประมาณร้อยละ 34 ขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศ OECD มีระดับทักษะการอ่านอยู่ในระดับสูงปานกลาง (ระดับ 3-4)
ที่สำคัญคือ ในทักษะการอ่านระดับ 5 หรือสูงกว่า ซึ่งต้องมีความสามารถในการรับมือกับข้อความขนาดยาว จัดการกับแนวคิดเชิงนามธรรมหรือแนวคิดที่ขัดกับความรู้สึก แยกแยะข้อเท็จจริงและความเห็นออกจากกัน โดยพิจารณาจากความเกี่ยวข้องของเนื้อหาหรือที่มาของข้อมูลได้ พบนักเรียนไทยเพียงจำนวนร้อยละ 0.2 ที่มีคะแนนอยู่ในระดับนี้เท่านั้น ขณะที่กลุ่มประเทศ OECD มีนักเรียนจำนวนประมาณร้อยละ 7 ที่มีความสามารถการอ่านอยู่ในระดับดังกล่าว

ที่มาของภาพ, PA
ไม่เข้าใจบทเรียน ไม่ฟังครูสอน ถูกอุปกรณ์ดิจิทัลเบี่ยงเบนความสนใจ
ในรายงานผลการทดสอบ PISA ระบุว่า ครูไทยส่วนใหญ่ให้ความช่วยเหลือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือในวิชาคณิตศาสตร์เป็นอย่างดี แต่ในปี 2022 พบว่านักเรียนบางคนไม่อยู่ในบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดวินัยต่อการเรียนรู้ โดยประมาณร้อยละ 20 ของนักเรียนไทยไม่เข้าใจบทเรียนส่วนใหญ่หรือทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนไทยอีกประมาณร้อยละ 20 ที่ไม่สนใจฟังสิ่งที่ครูพูด และอีกร้อยละ 26 ที่ถูกเบี่ยงเบนความสนใจด้วยอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ฯลฯ ขณะที่นักเรียนอีกร้อยละ 23 ถูกรบกวนโดยนักเรียนคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ยของนักเรียนในกลุ่มประเทศ OECD ที่ถูกเบี่ยงเบนความสนใจด้วยอุปกรณ์ดิจิทัลนั้นน้อยกว่าไทย เนื่องจากบางแห่งมีกฎห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน
จำนวนครูไม่เพียงพอ - ผู้สอนไม่ได้คุณภาพ
รายงานของ PISA ยังระบุด้วยว่า ร้อยละ 43 ของนักเรียนในไทยได้รับผลกระทบด้านการเรียนการสอนเนื่องจากจำนวนครูในโรงเรียนไม่เพียงพอ ขณะที่อีกประมาณร้อยละ 16 รายงานว่าคุณภาพครูผู้สอนในโรงเรียนไม่ได้คุณภาพ
มีข้อมูลตัวเลขก่อนหน้านี้ที่ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า จำนวนครูที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้คะแนนทดสอบทักษะด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนในประเทศต่าง ๆ ลดน้อยลง เมื่อเทียบกับคะแนนของนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องนี้น้อยกว่า หรือแทบไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลย

ที่มาของภาพ, Getty Images
เด็กไทยยังเหลื่อมล้ำกันเองในประเทศ
การวิเคราะห์ของ PISA ยังชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของการศึกษาไทยด้วย โดยพบว่า เด็กที่มีความได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจและสังคม หรือเด็กที่มีฐานะระดับบนประมาณร้อยละ 25 สามารถทำคะแนนในทักษะวิชาคณิตศาสตร์ได้มากกว่าเด็กที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำสุดของประเทศถึง 61 คะแนน ซึ่งช่องว่างระดับนี้เป็นมาตั้งแต่ปี 2011 หรือกว่า 10 ปีมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กนักเรียนกลุ่มยากจนในไทยอีกร้อยละ 15 ที่ได้คะแนนคณิตศาสตร์อยู่ในระดับท็อปสุดของประเทศ ขณะที่ประเทศสมาชิก OECD มีนักเรียนกลุ่มนี้อยู่ที่ร้อยละ 10 จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า นักเรียนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมที่ด้อยกว่า ก็สามารถมีผลการประเมินที่ดีได้
และเมื่อดูเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กไทยกับเด็กประเทศอื่น เด็กไทยที่เข้าทดสอบ PISA รอบนี้จำนวนร้อยละ 33 อยู่ในครัวเรือนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำที่สุด นั่นหมายความว่า เด็กนักเรียนไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เสียเปรียบทางโอกาสมากที่สุดที่ร่วมทดสอบ PISA ในครั้งล่าสุดนี้
โดยหากเปรียบเทียบกับเด็กจากประเทศตุรเคีย และเวียดนาม ที่มีสภาพทางสังคมเศรษฐกิจระดับเดียวกับไทย ก็พบว่านักเรียนจากทั้งสองประเทศนี้ มีคะแนนทักษะทางคณิตศาสตร์สูงกว่าเด็กไทยเสียอีก
เกือบร้อยละ 10 เผชิญความอดอยากทุกวันหรือแทบทุกวัน
เมื่อสอบถามว่าในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มีนักเรียนคนใดไม่ได้รับประทานอาหารอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอต่อการซื้อข้าวบ้าง พบว่าเกือบร้อยละ 30 ของนักเรียนไทยตอบว่าเผชิญปัญหานี้สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่อีกประมาณร้อยละ 15 ตอบว่าเผชิญปัญหานี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และอีกประมาณเกือบร้อยละ 10 ระบุว่าเผชิญปัญหานี้ทุกวันหรือเกือบทุกวัน
สำหรับรายงาน PISA ปีล่าสุดนี้ ได้มาจากการให้เด็กนักเรียนอายุ 15 ปีใน 81 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจทั่วโลก จำนวนกว่า 690,000 คน ทำการทดสอบในช่วงปลายปี 2022 โดยรายงานจากการทดสอบดังกล่าวเพิ่งจะเผยแพร่เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2023 ที่ผ่านมา











