143 วัน นอกเรือนจำของ ทักษิณ ชินวัตร กับ 2 ความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ในวันที่ 143 ของการนอนนอกเรือนจำของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับฉายาใหม่ว่า “ชายชั้น 14” มีความเคลื่อนไหวสำคัญเกิดขึ้น 2 จุด ในวันนี้ (12 ม.ค.)
จุดแรก ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธาน ได้เดินทางไปขอศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลตำรวจ ทว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังพื้นที่ที่อดีตนายกฯ พักรักษาตัวอยู่
นายชัยชนะเปิดเผยในภายหลังว่า ได้ขึ้นไปถึงชั้น 14 "เห็นเจ้าหน้าที่" แต่ไม่สามารถตอบได้ว่านายทักษิณรักษาอยู่ในห้องผู้ป่วยหรือไม่ เพราะโรงพยาบาลตำรวจไม่อนุญาตให้เข้าตรวจสอบ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
"ทางโรงพยาบาลตำรวจอนุญาตให้เราขึ้นไปบนชั้น 14 เพื่อไปดูขั้นตอนวิธีการคุมขัง มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติหน้าที่อยู่กับตำรวจ" นายชัยชนะกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
จุดที่สอง ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นัดชุมนุม “ทวงคืนความยุติธรรม” เพื่อเรียกร้องให้ส่งตัวนายทักษิณกลับเข้าเรือนจำ โดยประกาศชุมนุม 3 วัน (12-14 ม.ค.) และปักหลักค้างคืนด้วย อย่างไรก็ตาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง อยู่ระหว่างลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ในช่วงเช้า ก่อนเข้าทำเนียบฯ ในช่วงบ่าย ทั้งนี้นายกฯ ได้เดินตรวจความพร้อมของการเตรียมจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 13 ม.ค. ที่ทำเนียบฯ และตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการชุมนุมใกล้เคียงว่าจะส่งผลกระทบต่องานวันเด็กที่จะจัดขึ้นหรือไม่ โดยนายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าทุกคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของเด็ก ๆ เราเห็นต่างกันบางเรื่อง แต่เรื่องของอนาคตของชาติ เชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกัน เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรค
นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ 22 ส.ค. 2566 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่ได้นอนเรือนจำแม้แต่คืนเดียว ก็ถูกย้ายตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลา 0.20 น. ของวันที่ 23 ส.ค. 2566 เพื่อเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
กรมราชทัณฑ์ให้เหตุผลว่า นายทักษิณมีโรคประจำตัวหลายโรคที่อยู่ระหว่างการรักษาติดตามอาการ มีโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ยังขาดเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีศักยภาพ แพทย์จึงเห็นควรส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจที่มีความพร้อม และมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม สว. และ สส.ฝ่ายค้านบางส่วน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตในกรณีนี้ เนื่องจากมีนักโทษเด็ดขาดที่รักษาตัวอยู่นอกเรือนจำเกิน 120 วัน เพียง 3 รายเท่านั้นทั้งประเทศ โดย 2 รายแรก มีอาการป่วยจิตเวช และอีก 1 รายอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่ไม่มีการเปิดเผยอาการป่วยที่ชัดเจน
กมธ.ตร. “ดูงาน” รพ.ตำรวจ แตะชั้น 14

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เวลา 10.00 น. กมธ.ตำรวจ นำโดยนายชัยชนะ เดชเดโช ปรากฏตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
นักการเมืองกลุ่มนี้ได้รับการเชื้อเชิญให้ไปรับฟังการบรรยายสรุปการทำงานของโรงพยาบาลตำรวจ ที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคารศรียานนท์ ขณะที่นายทักษิณรักษาตัวอยู่ชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ซึ่ง 2 อาคารอยู่ห่างกันราว 550 เมตร
พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) โรงพยาบาลตำรวจ มอบหมายให้ตัวแทนเป็นผู้ชี้แจงและตอบข้อซักถามของ กมธ. เกี่ยวกับการนำตัวผู้ต้องขังที่ส่งจากกรมราชทัณฑ์มารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ออกมาระบุว่า กมธ. ไม่สามารถไปดูงานที่ชั้น 14 ได้ เพราะการจะไปดูผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณหรือผู้ป่วยรายอื่น รพ.ตำรวจคงไม่อนุญาต รวมถึงการขอดูผ่านกล้องวงจรปิดในห้องควบคุมด้วย เช่นเดียวกับการให้วิดีโอคอลพูดคุยกับคนไข้ ซึ่งทางโรงพยาบาลตำรวจไม่เคยทำ เพราะเกรงเป็นการละเมิดสิทธิ์ หากคนไข้ไม่อนุญาตก็ไม่สามารถทำได้ทุกกรณี
ต่อมาในเวลา 12.09 น. นายชัยชนะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปถึงชั้น 14 ของอาคารศรียานนท์ แต่ไม่ได้เข้าพบ หรือตรวจสอบว่านายทักษิณรักษาตัวอยู่หรือไม่ เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
"เรามาให้ประชาชนหายข้อสงสัย ส่วนนายทักษิณ ชินวัตร รักษาตัวอยู่ที่นี่จริงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์" เขากล่าว
"นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่ถ้ากรมราชทัณฑ์ต้องการเป็นจำเลยสังคมนี้ กรมราชทัณฑ์ก็ต้อง ชี้แจงกับสังคมให้เข้าใจ ถ้าเมื่อไหร่ชี้แจงไม่เข้าใจ จำคำผมไว้เลย จำเลยของสังคมคือกรมราชทัณฑ์"
สำหรับการทัวร์ชั้น 14 ของ กมธ.ตำรวจ มี พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ นายแพทย์ สบ.7 เป็นผู้พาคณะของนายชัยชนะขึ้นไป โดยใช้เวลาราว 20 นาที
นายชัยชนะกล่าวถึงบรรยากาศที่ชั้น 14 ว่า มีเจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกัน 8 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 2 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันในฐานะเจ่าของท้องที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 3 นาย โดยมีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบด้วยการถ่ายภาพส่งทางไลน์ทุก 2 ชั่วโมง พบว่าห้องที่ผู้ต้องขังอยู่ไม่ได้ล็อก ผู้คุมสามารถเดินเข้าได้ทุกเวลา หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่แล้ว ตนได้ลงมาชั้น 7 เพื่อดูขั้นตอนการปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยมารักษาโรค จำนวน 2 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มาควบคุม เห็นได้อย่างหนึ่งว่าผู้ต้องขังที่มารักษาตัวมีความเท่าเทียมกัน
ประธาน กมธ.ตำรวจ กล่าวขอบคุณโรงพยาบาลตำรวจที่กรุณาให้ขึ้นไปดูถึงชั้น 14 และบอกด้วยว่า “ผมไม่ข้องใจที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว แต่ข้องใจที่ราชทัณฑ์ที่ขอเอกสารไป ต้องได้รับ”
คปท. นัดชุมนุมหน้าทำเนียบฯ เรียกร้องส่งทักษิณกลับเข้าเรือนจำ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ด้านเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นัดรวมพลที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 15.00 น. โดยถือเป็นวันแรกของกิจกรรม “ทวงคืนความยุติธรรม” ซึ่งจะจัดต่อเนื่องไปถึง 14 ม.ค.
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ให้เหตุผลว่า ที่นัดหมายชุมนุมเพราะต้องการแสดงจุดยืนและส่งสัญญาณไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องที่อนุญาตให้นายทักษิณคุมขังนอกเรือนจำ โดยอ้างว่าทำการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเตือนไปยังข้าราชการทางการเมือง ข้าราชการของกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูคดีจำนำข้าวให้ดี เพราะมีข้าราชการจำนวนมากที่ติดคุก เพราะตกเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือนักการเมืองให้ทุจริตคอร์รัปชั่น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ราชทัณฑ์อ้างความเห็นแพทย์ให้ทักษิณนอน รพ.ตำรวจต่อ
วานนี้ (12 ม.ค.) กรมราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีนายทักษิณออกรักษาตัวภายนอกเรือนจำเกิน 120 วัน โดยให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจต่อไป “เพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายแก่ชีวิต”
เอกสารข่าวของกรมราชทัณฑ์ระบุตอนหนึ่งว่า ขณะนี้นายทักษิณได้ออกไปเกินระยะเวลา 120 วัน เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้ประสานไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อรับทราบอาการป่วย แพทย์ได้รายงานอาการเจ็บป่วยหลายประการที่ต้องเฝ้าระวัง และแจ้งความเห็นว่า “ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทาง และต้องดูแลอย่างใกล้ชิดถึงอาการป่วยเพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายแก่ชีวิต”
เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จึงรายงานมายังกรมราชทัณฑ์ เพื่อพิจารณาตามกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ที่ระบุไว้ว่า กรณีผู้ต้องขังต้องพักรักษาตัวที่สถานที่รักษาเป็นเวลานาน ให้ผู้บัญชาเรือนจำดำเนินการ ดังนี้ กรณีการพักรักษาตัวเกินกว่า 120 วัน ให้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากอธิบดี พร้อมกับความเห็นแพทย์ผู้ทำการรักษา ตลอดจนหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้รัฐมนตรีทราบต่อไป
“อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้พิจารณาความเห็นของแพทย์ผู้ทำการรักษาที่พิจารณาแล้วมีความเห็นว่ายังต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ประกอบกับเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องครบถ้วนตามกฎหมาย จึงพิจารณาเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2567 ให้นายทักษิณอยู่รักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากยังคงมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ทำการรักษาเฉพาะทาง และหากเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาการที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจะได้ดำเนินการรักษาอย่างทันท่วงที” กรมราชทัณฑ์ชี้แจงผ่านเอกสารข่าว
กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎกระทรวง และรายงานให้รัฐมนตรีทราบต่อไป ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พร้อมย้ำว่า ทางกรมยึดหลักการสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังพึงได้รับตามมาตรฐานสากล รวมถึงเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย และตามจรรยาบรรณของแพทย์ จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยออกสู่สาธารณชนได้ ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ตลอดจนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 323 และข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกร พ.ศ. 2549 ข้อ 27
นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายทักษิณจะพักรักษาเป็นเวลานานเท่าใด ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและความเห็นของแพทย์ ไม่กังวลที่ถูกร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะไม่ได้ดำเนินการโดยพลการ และทำตามที่หลักกฎหมายกำหนด











