ทักษิณ ชินวัตร “ป่วยจริง” รมว.ยุติธรรมยืนยัน หลัง จุรินทร์ คลางแคลงใจปม “เข้าคุกทิพย์”

ทวี จูดี้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

รมว.ยุติธรรมอ้างความเห็นของแพทย์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี “ป่วยจริง” หลังฝ่ายค้านอภิปรายงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ โดยตั้งคำถามถึงการ “เข้าคุกทิพย์” กว่า 120 วันของนักโทษบางคน

แม้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผู้อภิปรายงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลใดออกมา

แต่ทั้ง สส. พรรคเพื่อไทย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ชี้แจงแทนอดีตนายทักษิณว่ามีแพทย์รับรองอาการป่วย

“การอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไปไหนไม่ได้ นี่ก็คือการเสียเสรีภาพแล้ว ไปไหนไม่ได้” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อ 22 ส.ค. ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรม แต่ไม่ได้นอนเรือนจำแม้แต่คืนเดียว ก็ถูกย้ายออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครช่วงกลางดึก เพื่อเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ

หลังจากนั้น นายทักษิณได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ก่อนมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษให้ นักโทษเด็ดขาดชาย (น.ช.) ทักษิณ ชินวัตร จากจำคุก 3 คดี รวมเวลา 8 ปี เหลือโทษจำคุก 1 ปี

ปัจจุบัน อดีตนายกฯ พักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา รพ.ตำรวจ ตามคำยืนยันของทนายความนายทักษิณ

ทักษิณ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายทักษิณ ชินวัตร ปรากฏตัวให้สาธารณะได้เห็นเพียง 2 นาทีก่อนกลับเข้าอาคารไป ในวันเหยียบแผ่นดินไทย 22 ส.ค.

ท้า “หลวงจู้ประเทศ” ตั้ง กก.สอบปม “ติดคุกทิพย์”

ในวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท (3 ม.ค.) นายจุรินทร์ได้หยิบยกงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม วงเงิน 14,972 ล้านบาท ขึ้นมาอภิปราย โดยระบุว่า งบก้อนนี้นำไปทำโครงการสำคัญที่สุดคือ โครงการผู้ต้องขังได้รับการควบคุมดูแล มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2565-2570 ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 38,979 ล้านบาท เฉพาะงบปี 2567 เสนอของบ 6,620 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับควบคุมดูแลผู้ต้องขังให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล หลักสิทธิมนุษยชน โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ โดยครอบคลุมผู้ต้องขัง 280,000 คน

สส.ปชป. ระบุว่า ส่วนตัวสนับสนุนงบประมาณก้อนนี้ ให้รัฐบาลดำเนินการตามวัตถุประสงค์ แต่มีคำถาม 2 ข้อ คือ 1. รัฐบาลในฐานะผู้ใช้งบประมาณปี 2566 และกำลังของบประมาณใช้ในปี 2567 ได้บริหารโครงการตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติกับผู้ต้องขังทั้ง 280,000 คนหรือไม่ เพราะมีข้อเคลือบแคลงใจเกิดขึ้นกับสังคมว่า “ทำไมรัฐบาลปล่อยให้นักโทษบางคน ‘เข้าคุกทิพย์’ มาแล้วกว่า 120 วัน ซึ่งยังไม่เคยติดคุกจริงแม้แต่วันเดียว”

นายจุรินทร์ตั้งคำถามไปถึงนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้ร่วมรับผิดชอบบริหารโครงการงบ 38,900 ล้านบาท ว่าเหตุใดถึงไม่ทำข้อเคลือบแคลงสงสัยให้กระจ่าง โดยเฉพาะนายกฯ “ท่านสั่งการได้ทุกเรื่อง จนทุกวันนี้กลายเป็น ‘หลวงจู้ประเทศ’ ไปแล้ว แต่พอเรื่องคาใจคนทั้งประเทศ ทำไมท่านถึงไม่กล้าสั่งตั้งคณะกรรมการสอบ เพื่อเอาความจริงออกมาให้ปรากฏกับคนทั้งประเทศ”

ซัดออกระเบียบ “ศรีธนญชัย” สร้างสองมาตรฐานในหมู่นักโทษเด็ดขาด

นักการเมืองจากค่าย ปชป. ยังกล่าวถึงการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการคุมขังในสถานคุมขัง พ.ศ. 2566 โดยอ้างว่าทำตามคำแนะนำของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งข้อเท็จจริงคือ กสม. ทำหนังสือถึงราชทัณฑ์จริง แต่เนื้อหาที่แนะนำให้ทำคือให้ราชทัณฑ์ปฎิบัติตามหลักสากลของสหประชาชาติ โดยให้แยกผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างสู้คดี ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ประมาณ 50,000 คน กับนักโทษเด็ดขาดที่คดีถึงที่สุดแล้วประมาณ 230,000 คน ออกจากกัน และ ในบรรดานักโทษเด็ดขาดด้วยกัน ก็ต้องควบคุมภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

“แต่พอมาออกระเบียบ กลายเป็นระเบียบศรีธนญชัย แทนที่จะแยกผู้ต้องขังที่เป็นผู้บริสุทธิ์ออกจากนักโทษเด็ดขาด กลับกลายเป็นว่าไปแยกผู้ต้องขังเด็ดขาดออกเป็นสองมาตรฐาน มาตรฐานที่หนึ่ง ติดคุกที่เรือนจำ มาตรฐานที่สอง ติดคุกที่บ้านได้ โดยอาศัยแค่อำนาจคณะกรรมการที่รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นประธาน ไม่ใช่อำนาจศาล จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าระเบียบนี้อาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ และทำให้คำพิพากษาศาลไร้ความหมาย ศาลสถิตยุติธรรมพิพากษาจำคุก กรมราชทัณฑ์สั่งให้นักโทษบางคนไปติดคุกเสวยสุขที่บ้านได้กลายเป็นนักโทษเทวดา” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี รมว.ยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามแผนงานโครงการ 6 ปี งบ 38,900 ล้านบาท และไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เยาะเย้ยย่ำยีหลักนิติธรรมของประเทศต่อไป เพราะจะอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียงที่ไม่เพียงแต่จะทำฝันจะอยู่ 4 ปีของนายกฯ ให้กลายเป็น “ฝันทิพย์” เท่านั้น แต่จะเป็นการยิ่งตอกย้ำฉายา “เซลล์แมนสแตนด์ชิน” ให้กลายเป็นผลงานชิ้นโบดำประทับติดตัวนายกรัฐมนตรีตลอดไป

สส.เพื่อไทยประท้วงพาดพิงทักษิณ

รพ.ตร.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายทักษิณ ชินวัตร เข้ารับการรักษาที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ หลังมีอาการความดันสูง ต่อมาตรวจพบอย่างน้อย 4 โรค

ในระหว่างที่นายจุรินทร์กล่าวถึงการ “เข้าคุกทิพย์” นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นประท้วง โดยกล่าวว่า ไม่คิดว่าอดีตรัฐมนตรีจะลุกขึ้นอภิปรายเรื่องงบประมาณ เพราะที่ผ่านมา ท่านก็ล้มเหลวมาโดยตลอด อภิปรายครั้งสุดท้ายคะแนนก็น้อยกว่าคนอื่น เรื่องที่ผู้อภิปรายกำลังอภิปรายนั้นกำลังอภิปรายนอกประเด็น ซึ่งก็เป็นสไตล์เก่า ๆ จึงขอให้ประธานวินิจฉัย

“ที่มีการอภิปรายพาดพิงบุคคลภายนอก ผมรู้ว่าผู้อภิปรายกำลังพูดถึงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่โดนกลั่นแกล้งไปอยู่เมืองนอก 17 ปี ยืนยันว่าท่านอดีตนายกฯ มีใบรับรองจากท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และมีใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายครูมานิตย์ ซึ่งเป็นอดีตลูกพรรคของนายทักษิณ อดีตนายกฯ คนที่ 23 และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าว

จากนั้น นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ได้ลุกขึ้นประท้วงนายครูมานิตย์ที่อภิปรายกล่าวหาว่าอดีตรัฐมนตรีบริหารล้มเหลว และขอให้ถอนคำพูด แต่ประธานสภาวินิจฉัยว่า เป็นเพียงความคิดเห็นของผู้อภิปราย ซึ่งก็ไม่ใช่ความคิดเห็นที่หยาบคาย หรือเสียดสี ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่ขอให้อยู่ในกรอบ

ทวีบอกไม่เคยไปเยี่ยมทักษิณ แต่แพทย์ยืนยัน “ป่วยจริง”

ต่อมาในช่วงเย็น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ชี้แจงกรณีนายจุรินทร์อภิปรายประเด็นระเบียบกระทรวงราชทัณฑ์ ส่อเป็นการเลือกปฏิบัติต่อนายทักษิณ ชินวัตร ว่า กฎหมายราชทัณฑ์ปี 2560 เกิดมาก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดนี้ และระเบียบดังกล่าวเป็นการออกตามกฎกระทรวงที่มีมาตั้งแต่ปี 2563 ดังนั้น ระเบียบที่เพิ่งออกจึงเป็นการฟื้นฟูหลักนิติธรรมของประเทศไทยในสายตานานาชาติ หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะถือว่าเป็นผู้ทำลายหลักนิติธรรมเสียเอง ขณะเดียวกันในการออกระเบียบนี้ นายกรัฐมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการราชทัณฑ์ ที่มี รมว.ยุติธรรม เป็นประธาน

"การที่อดีตรองนายกฯ (นายจุรินทร์) บอกว่าไม่เห็นด้วย ผมไม่รู้ว่าเราอยู่ในประเทศเดียวกันหรือเปล่า เพราะถ้าเราอยู่ในรัฐธรรมนูญเดียวกัน เราต้องธำรงไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด"

รมว.ยุติธรรมกล่าวด้วยว่า ราชทัณฑ์ไม่ใช่สถานที่ฆ่าคนหรือทรมานคน ไม่ว่าใครเจ็บป่วยก็ต้องออกไปรักษา ไม่ใช่เพียงแต่อดีตนายกฯ ทักษิณเท่านั้น ส่วนการรักษาตัวนอกเรือนจำ 120 วัน ก็เป็นดุลพินิจการให้ความเห็นของแพทย์หลายคน พร้อมมีการยืนยันจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย

"การป่วยของท่าน (ทักษิณ) เกิดก่อนรัฐบาลนี้จะเข้ามา เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา ท่านเข้ามาก่อนเดือนกว่า ท่านก็ไปรักษาตัวที่ รพ. ....ผมเป็น รมว. ยุติธรรม แม้ผมไม่เคยไปเยี่ยม แต่ได้ถามทางแพทย์ แพทย์ก็ยืนยันว่าท่านป่วยจริง"

“กรณีผู้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลที่เกี่ยวเนื่องกับเรือนจำ กฎหมายเขียนว่าที่นั่นคือเรือนจำ การอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไปไหนไม่ได้ นี่ก็คือการเสียเสรีภาพแล้ว ไปไหนไม่ได้” พ.ต.อ.ทวีกล่าว

ในการชี้แจง พ.ต.อ.ทวี ยังอธิบายถึงระเบียบการออกไปอยู่เรือนจำประเภท 1 แยกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแยกคุมขัง 18,000 คน ซึ่งเกณฑ์นี้นานาชาติยอมรับ กลุ่มที่พัฒนาพฤตินิสัย 16,000 คน กลุ่มผู้ต้องขังที่เจ็บป่วยที่ต้องรักษาพยาบาล 1,000 คน และกลุ่มเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย พร้อมกับกล่าวตั้งคำถามไปยังนายจุรินทร์ว่า จะไปรังเกียจคนอีกนับหมื่นคนที่ได้รับประโยชน์จากระเบียบนี้ได้อย่างไร