อินเดียเร่งหาสาเหตุ ชาวบ้านในรัฐมหาราษฏระ ผมร่วงหมู่ไม่ทราบสาเหตุกว่า 200 คน

ชาวบ้านใน 12 หมู่บ้านที่เขตบุลธานา (Buldhana) รัฐมหาราษฏระของอินเดีย กำลังตกอยู่ในความงุนงงกับเหตุการณ์ที่คนในหมู่บ้านจำนวนมากเกิดผมร่วง โดยนับตั้งแต่เริ่มเดือน ม.ค. ปีนี้ มีชาวบ้านมากกว่า 200 คน ซึ่งรวมถึงเด็กที่อายุน้อยที่สุด 4 ขวบ ได้เกิดสภาวะผมร่วงอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด ตามการรายงานของหน่วยงานสาธารณสุขในท้องที่
ในบางราย เกิดผมร่วงหมดหัวจนกลายเป็นศีรษะล้านอย่างสิ้นเชิง และปรากฏการณ์นี้ทำให้หลายคนในพื้นที่เกิดความกังวลจนกลายเป็นความตื่นตระหนก ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขของอินเดียต้องเร่งเข้าไปสอบสวนสาเหตุของเหตุการณ์ผมร่วงหมู่ดังกล่าว
อานันด์ (นามสมมติ) จากหมู่บ้านพหุจีรา เป็นคนหนึ่งที่มีอาการผมร่วมนี้ ผมของเขาเริ่มร่วงในวันที่ 31 ธ.ค. ปีก่อน จากนั้นเขาได้ไปร้านตัดผมเพื่อโกนผมออก ผมของเขาได้งอกกลับขึ้นมาใหม่ แต่แล้วก็กลับมาร่วงอีก
มีรายงานว่า ก่อนเกิดผมร่วง ผู้ป่วยจะมีอาการคันบนหนังศีรษะก่อน และตามมาด้วยผมร่วงจำนวนมากอย่างรวดเร็ว บางคนอาจมีผมงอกขึ้นมาใหม่ แต่สาเหตุที่แท้จริงยังไม่เป็นที่แน่ชัด
ล่าสุด กระทรวงการแพทย์ทางเลือกของอินเดีย ได้ให้การรักษาตามอาการแก่ผู้ป่วยด้วยแนวทางการแพทย์ทางเลือกโฮมีโอพาธีย์ (homeopathy)
รัฐบาลอินเดีย ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนสมาคมวิจัยทางการแพทย์ของอินเดีย ได้เริ่มเข้าไปสอบสวนสาเหตุของปรากฏการณ์ดังกล่าวแล้ว
นักวิทยาศาสตร์จากสมาคมวิจัยทางการแพทย์ของอินเดีย พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากเมืองโภปาล, เจนไน, ปูเน และกรุงเดลี ลงพื้นที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุผมร่วงหมู่และเก็บตัวอย่างเส้นผม เล็บ เลือด ปัสสาวะ และน้ำอุปโภคที่ใช้ในหมู่บ้านไปตรวจสอบ และนำไปให้วิทยาลัยการแพทย์อะโกลาของรัฐบาลอินเดียตรวจหาสาเหตุ
ดร.มีนาคชี กาจภีย์ อธิการบดีของวิทยาลัยการแพทย์อะโกลา กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษามราฐี (BBC News Marathi) ว่า "การตรวจสอบตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากร่างกายและเลือด บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า เหตุผมร่วงไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อรา นอกจากนี้ ยังไม่สามารถระบุว่าเกิดจากโรคใดโรคหนึ่งเป็นการเฉพาะได้ด้วย การวิจัยจะดำเนินต่อไปเพื่อตรวจดูว่าสาเหตุที่ชัดเจนเกิดจากอะไร ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในท้องถิ่น รวมถึงแหล่งน้ำในหมู่บ้านได้ถูกนำมาตรวจสอบด้วยแล้ว"
ทีมนักวิชาการจากวิทยาลัยการแพทย์อะโกลา ได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านเหล่านี้แล้ว
ดร.อมอล ไกต์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเขตบุลธานา บอกกับบีบีซีว่า "ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามันเป็นการติดเชื้อรา เพราะการที่ผมร่วงอย่างรวดเร็วไม่ได้เป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อราที่หนังศีรษะ"
ผมร่วงและการถูกกีดกันจากสังคม

สภาวะผมร่วงทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อผู้อยู่อาศัยจากหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบบางแห่ง
ตอนที่ทีมข่าวบีบีซีลงพื้นที่ เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงบางคนหวาดกลัวที่จะเข้ามาหาและพูดคุย
การนัดหมายพูดคุยเรื่องการแต่งงานหลายคู่ถูกยกเลิก และผู้ที่มีอาการผมร่วงได้ถูกกีดกันไม่ให้ร่วมกิจกรรมหรืองานบางอย่างของหมู่บ้าน เด็กนักเรียนบางคนร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกล้อเลียนในโรงเรียนและวิทยาลัยที่พวกเขาเรียนอยู่
ภาวตี (นามสมมติ) หญิงวัย 55 ปี กล่าวว่า "ผมของลูกชายฉันร่วงหมดหัว การคุยเรื่องแต่งงานก็ล่มไปด้วย" เธอกล่าว "ลูกชายของฉันไม่ออกไปพบหน้าใครในหมู่บ้านเลย"
กาเวรี ดาโลการ์ วัย 60 ปี เคยมีผมยาวมากจนสามารถพันรอบเอวได้ แต่ตอนนี้เธอมีรอยศีรษะล้านบางจุดบนศีรษะของเธอ
"ตอนแรก ผมมันก็ร่วงไม่มาก" เธอกล่าว "แต่พอฉันหวีผม มันก็ร่วงลงมาเยอะเลย ตอนสระผมก็ร่วงอีก มันรู้สึกแย่มากที่ผมหลุดร่วงไปเป็นจำนวนมาก"

นพ.โสเมช กุปตา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์เดลีออลอินเดีย (All India Institute of Medical Sciences Delhi - AIIMS) ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุผมร่วงหมู่ ได้พยายามให้ความมั่นใจแก่ชาวบ้านที่กังวลกับอาการผมร่วงของตนเองและสงสัยว่ามันเป็นโรคติดต่อหรือไม่
เขากล่าวกับบีบีซีว่า "คนที่ผมร่วงมาก่อนหน้านี้เริ่มมีผมงอกขึ้นมาใหม่ ผมไม่คิดว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหาถาวร และเส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่ก็มีสุขภาพดี"
"ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่การติดเชื้อไวรัส และดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายนัก" เขากล่าว
ด้าน ดร.ชีลา กอดโบล ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัย ICMR-National AIDS กล่าวว่า "ผู้ป่วยควรระมัดระวังในการใช้แชมพูสระผมและน้ำมันใส่ผมต่าง ๆ และควรใช้หวีส่วนตัวของตัวเอง และไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก"

ถึงแม้ว่าเหตุผมร่วงอย่างไม่ทราบสาเหตุจะพบได้ในคนที่ประสบกับความเครียดในระดับสูง อย่างเช่นในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งหลายคนประสบปัญหาผมร่วงชั่วคราว แต่ยังไม่เคยเกิดกรณีผมร่วงฉับพลันแบบหมู่มากอย่างเช่นที่เกิดในเขตบุลธานา
ในขณะที่การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมมักจะเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของเหตุการณ์ลักษณะนี้ แต่ตอนนี้ทางการอินเดียได้มีมาตรการตรวจสอบหลายทาง เช่นการตรวจแหล่งน้ำหรือหาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
ตัวอย่างน้ำบาดาลในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบได้ถูกส่งไปตรวจวิเคราะห์ และหน่วยงานปกครองท้องถิ่นได้รับคำแนะนำให้เติมคลอรีนลงไปในแหล่งน้ำทุกแห่งในพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำปลอดภัยต่อการดื่ม











