ศาลปกครองกลางยกฟ้อง คดี สฤณี-ยิ่งชีพ-จอห์น วิญญู ฟ้อง ทบ. หยุดใช้ "ไอโอ" โจมตีผู้เห็นต่าง

.

ที่มาของภาพ, hand out/ilaw

คำบรรยายภาพ, น.ส.สฤณี, นายยิ่งชีพ และนายวิญญู ระบุว่าจะเดินหน้าเพื่ออุทธรณ์ต่อในชั้นศาลถัดไป

ศาลปกครองพิพากษายกฟ้องคดีกลุ่มประชาชนขอให้กองทัพบกหยุดปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอ ชี้กองทัพบกจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการข่าวสารจริง แต่ผู้เข้ามาแสดงความเห็นในบัญชีโซเชียลมีเดียของบุคคลทั้งสาม และ "บัญชีอวตาร" อาจเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของกองทัพบก จึงรับฟังไม่ได้ว่าผู้บัญชาการทหารบกและกองทัพบกกระทำการละเมิด

ผู้ฟ้องคดีนี้ ได้แก่ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และนายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า จอห์น วิญญู โดยมีกองทัพบกเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้บัญชาการกองทัพบก เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

นี่ถือเป็นคดีแรกในประวัติศาสตร์ที่ประชาชนยื่นฟ้องกองทัพบกต่อศาลปกครองเพื่อขอให้หยุดการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารโจมตีประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง

แม้ศาลปกครองจะยกฟ้อง แต่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ กล่าวกับสำนักข่าวเดอะรีพอร์ตเตอร์ส (The Reporters) ว่า "เป็นพัฒนาการที่สำคัญ" เนื่องจากในชั้นศาล ศาลได้ยอมรับว่าเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เป็นการสั่งการภายในของกองทัพบก เป็นเอกสารจริง

ทั้งนี้ น.ส.สฤณี, นายยิ่งชีพ และนายวิญญู ระบุว่าจะเดินหน้าเพื่ออุทธรณ์ต่อในชั้นศาลถัดไป

คำพิพากษาศาลปกครองกลาง รับมีการทำไอโอของกองทัพบกจริง

เอกสารข่าวจากศาลปกครองที่เผยแพร่ต่อสื่อ มีใจความจากคำพิพากษาของศาลปกครองกลางระบุว่า กองทัพบก (ทบ.) และผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) มีการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการข่าวสารเพื่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติงานของ ทบ. ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้ผู้รับข้อมูลมีทัศนคติเชิงบวกต่อกองทัพบก และมีการดำเนินการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center)

ศาลปกครองกลางเห็นว่า สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทุกคนเข้าไปแสดงความเห็นได้ ทั้งชอบหรือไม่ชอบ "โดยคนที่ไม่ชอบใจก็อาจโพสต์แสดงความเห็นในเชิงลบเอาไว้ได้" กรณีของผู้ฟ้องทั้งสามคน บัญชีโซเชียลมีเดียเปิดสาธารณะ ดังนั้น การที่มีคนเห็นต่างที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ ทบ. เข้ามาแสดงความเห็นจึงอาจเกิดขึ้นได้

"บัญชีโซเชียลมีเดียของผู้ฟ้องคดีทั้งสามเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ การเข้าถึงติดตามบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้ฟ้องคดีทั้งสามโดยกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อหรือความเห็นแตกต่างจากผู้ฟ้องคดีทั้งสามที่นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้บัญชาการกองทัพบก) จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้" คำพิพากษาระบุ

ศาลปกครองกลางยังระบุถึงบัญชีที่ไม่ระบุตัวตนหรือ "บัญชีอวตาร" ที่มาเคลื่อนไหวในบัญชีโซเชียลมีเดียของ น.ส.สฤณี, นายยิ่งชีพ และนายวิญญู ว่าอาจเป็นบัญชีที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใดก็ได้ และรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่ามีบัญชีอวตารที่นำเสนอข้อความที่เป็นข้อมูลเท็จของบุคคลทั้งสามตามที่ผู้ฟ้องกล่าวอ้างจริง แต่รับฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทบ.

"บัญชีอวตารอาจถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใดก็ได้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเจ้าหน้าที่ในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้บัญชาการกองทัพบก) เท่านั้นที่สามารถสร้างบัญชีอวตารได้… ฉะนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่า มีบัญชีสื่อออนไลน์อวตารจํานวนหนึ่งนําเสนอข้อความหรือแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ฟ้องคดีทั้งสามโดยไม่ถูกต้อง บิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความด้วยข้อมูลเท็จ และเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงตามที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามกล่าวอ้างก็ตาม แต่ก็ยังรับฟังไม่ได้ว่าการกระทําดังกล่าวเป็นการกระทําของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กองทัพบก) โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (ผู้บัญชาการกองทัพบก) และเจ้าหน้าที่ในสังกัดของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1"

คำพิพากษาศาลปกครองกลาง สรุปสุดท้ายว่า ทั้งกองทัพบกและผู้บัญชาการกองทัพบก จึงไม่ได้ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 กรณีนี้ถึงรับฟังไม่ได้ว่า มีการกระทำละเมิดต่อผู้ถูกฟ้องทั้งสาม ได้แก่ น.ส.สฤณี, นายยิ่งชีพ และนายวิญญู

.

ที่มาของภาพ, สำนักงานศาลปกครอง

ยิ่งชีพ-สฤณี ชี้เป็นความก้าวหน้า เหตุศาลยอมรับเอกสารสั่งการไอโอเป็นของจริง

หลังรับฟังคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง นายยิ่งชีพ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะรีพอร์ตเตอร์ส (The Reporters) ระบุว่าศาลเชื่อว่าเอกสารข้อความ เอกสารการสั่งการบันทึกข้อความต่าง ๆ ที่นำส่งต่อศาลรวม 5 ฉบับ ซึ่งมีลายเซ็นผู้เกี่ยวข้องที่ชัดเจนระบุให้มีการปฏิบัติการต่อคนผู้เห็นต่างทางการเมือง กลุ่มผู้ชุมนุมในมิติ เทา-ดำ เป็นเอกสารจริง แม้กองทัพจะปฏิเสธว่าเป็นเอกสารปลอม แต่กองทัพก็ไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้ปลอมเอกสาร อย่างไรก็ตาม สุดท้ายศาลเห็นว่าบัญชีเหล่านี้อาจเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เกิดภายใต้คำสั่งของกองทัพ

"ศาลได้ยินและรับฟังรายงานผลของทวิตเตอร์ที่ออกมาว่า มีบัญชีปลอม fake account ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับกองทัพบก ซึ่งศาลรับทราบแล้วว่ากองทัพบกเกี่ยวข้อง" นายยิ่งชีพกล่าว

"มีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบกมาด่าเรา... แต่สุดท้ายศาลวกมาว่า การมีบัญชีเหล่านี้มาปฏิสัมพันธ์อาจเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ อาจไม่ใช่ปฏิบัติการที่ทำไปตามคำสั่งก็ได้"

นายยิ่งชีพยอมรับว่าคดีนี้ยากมากตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพราะเอกสารหลักฐาน แต่เป็นเพราะบรรยากาศทางการเมือง เพราะหากศาลให้ผู้ฟ้องคดีชนะ "ก็เท่ากับเป็นการตบหน้ากองทัพครั้งใหญ่"

"ศาลยอมเชื่อเรามาหลายก้าวขนาดนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่ยืนยันกันแล้วว่า เอกสารที่เราส่งไป กองทัพบอกว่าไม่จริง แต่ศาลบอกว่าจริงแล้ว ผมคิดว่าเรามาไกล แต่ในฐานะประชาชนคนธรรมดาที่ถูกปฏิบัติการไอโอ จะได้ความยุติธรรมคืนมา มีผู้รับผิด ได้ค่าเสียหายชดเชย ยังเป็นเรื่องยากมากในประเทศนี้" ยิ่งชีพระบุ

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, คดีนี้ 3 คนดังบนโลกออนไลน์ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อเดือน มี.ค. 2564 โดย เอกสารประกอบคำฟ้องของทั้ง 3 คน ประกอบด้วย หลักฐานที่ปรากฏทั้งจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 ครั้ง, รายงานเปิดเผยเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับรัฐของทวิตเตอร์, รายงานของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รวมทั้งข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ

ด้าน น.ส.สฤณี ระบุว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งในแง่ที่ว่า มีความชัดเจนว่าเอกสารหลักฐานเป็นเอกสารจริง มีคำสั่งให้ทำปฏิบัติการไอโอขึ้นจริง ในคำตัดสินศาลมีการแยกระหว่างการทำประชาสัมพันธ์กับปฏิบัติการไอโอ จึงมองว่าเป็นความคืบหน้า แต่ว่ายังไปไม่สุดทาง ดังนั้นจึงจะใช้สิทธิต่อไปในการอุทธรณ์

"คิดว่าจะได้เชื่อมโยงให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ส่วนตัวคิดว่าลำพังการมีคำสั่งแบบนี้ก็ไม่ถูกต้องแล้ว และเป็นไปได้อย่างไรที่พอมีคำสั่งลักษณะนี้ของกองทัพบกออกมา แล้วจะไม่มีการดำเนินการตามคำสั่ง ต่อให้มีเจ้าหน้าที่บางคนอาจมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ต้องมีปฏิบัติการข่าวสารตามคำสั่งที่มีเอกสารทางการที่ศาลบอกว่าเป็นของจริง ดังนั้นเรื่องการเชื่อมโยงเป็นสิ่งที่เราต้องทำงานหนักขึ้นในชั้นต่อไป" น.ส.สฤณี กล่าวกับ เดอะรีพอร์ตเตอร์ส

ไอลอว์ระบุว่า คดีนี้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2564 โดยคำฟ้องในคดีนี้อาศัยหลักฐานปฏิบัติการจากการเผยแพร่รายงานของบริษัททวิตเตอร์ ที่ตรวจพบว่ามีกลุ่มบัญชีปลอมที่เชื่อมโยงกับกองทัพบกของไทย ซึ่งพบทวิตเตอร์ที่มุ่งโจมตีผู้ฟ้องคดีทั้งสามด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยคำขอท้ายคำฟ้องในคดีนี้มีประเด็นเดียว คือขอให้ศาลปกครองสั่งยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้ผู้ฟ้องคดีเสียหายในทันที