เลือก สว. ระดับจังหวัดวันนี้ คัด 3,080 คนเข้ารอบประเทศ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับจังหวัด เสร็จสิ้นลงในวันนี้ (16 มิ.ย.) โดยมีผู้สมัครเพียง 13% ที่จะได้ไปต่อระดับประเทศ ขณะที่การเลือกในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นสมรภูมิใหญ่ที่สุดเสร็จสิ้นช้าที่สุดในช่วงหัวค่ำ เนื่องจากมีผู้สมัครทักท้วงว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้องเป็นธรรม
ผู้อำนวยการเลือกระดับจังหวัดจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิ.ย. จากนั้นในวันที่ 22 มิ.ย. ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดต้องไปรับเอกสารแนะนำตัวที่จังหวัด
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงว่า หากผู้สมัครรายใดเห็นว่าการเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม ภายใน 3 วันนับแต่วันเลือก ให้ยื่นฟ้องศาลฎีกาได้ หรือจะยื่นร้องต่อ กกต. ก็ได้ โดยให้ กกต. วินิจฉัยโดยเร็ว สำหรับเรื่องร้องเรียนขณะนี้มี 80 เรื่อง โดยมี 2 เรื่องที่เป็นการร้องระดับจังหวัด ซึ่ง กกต. จะเร่งวินิจฉัยต่อไป
การเลือกระดับอำเภอถือเป็น “ด่านสอง” ที่ผู้สมัคร สว. จำนวน 23,645 คน ซึ่งผ่านจากระดับอำเภอเข้าสู่ระดับจังหวัด จะต้องเข้ากระบวนการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ และ “เลือกไขว้” กลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน ณ สถานที่เลือกที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดกำหนด เพื่อเฟ้นหาผู้ผ่านเข้าสู่สนามเลือกระดับประเทศต่อไป
คนที่จะหลุดเข้ารอบสุดท้ายได้ ต้องมีคะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม โดยจะมีผู้ผ่านเข้ารอบจังหวัดละ 40 คน หรือกลุ่มละ 154 คน เมื่อรวมทุกกลุ่มทุกจังหวัดทั่วไทยจะมีจำนวนสูงสุด 3,080 คน นั่นหมายความว่าจะมีผู้สมัครถึง 87% ต้องยุติบทบาทลงในวันนี้
ในบรรดาผู้สมัคร สว. ที่เข้าสู่การเลือกระดับจังหวัดกว่า 2.3 หมื่นคนนี้ อยู่ในกลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น มากที่สุด จำนวน 1,987 ราย ส่วนกลุ่มที่มีผู้สมัครเหลืออยู่น้อยที่สุดคือ กลุ่มที่ 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม จำนวน 443 ราย
ระบบการเลือก สว. 200 คนของไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 ภายใต้ระบบใหม่ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลก แม้แต่ผู้จัดการเลือกอย่างเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังยอมรับว่า “ซับซ้อนที่สุดในโลก”

กระบวนการในวันนี้ (16 มิ.ย.) จะเริ่มต้นในเวลา 09.00 น. และเสร็จสิ้นในวันเดียวกัน โดยในช่วงเช้า เป็นการเลือกในกล่ม และช่วงบ่าย เป็นการเลือกไขว้ ทั้งนี้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า “การแนะนำตัวของผู้สมัครก็สามารถทำได้ แต่เน้นให้เป็นระเบียบ ไม่เดินขวักไขว่” จากเดิมเน้นให้ผู้สมัครศึกษาข้อมูลผู้สมัครอื่นจากแบบ สว. 3 หรือเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัครเท่านั้น
เลขาธิการ กกต. ชี้แจงสาเหตุที่ไม่ได้แจก สว. 3 ของทั้งจังหวัดให้ผู้สมัครตั้งแต่ต้นว่าเป็นเพราะ “เกรงว่าเอกสารจะหนาเกินศอก” จึงออกระเบียบให้แจกเอกสารแนะนำตัวในกลุ่มเดียวกัน ส่วนในรอบแบ่งสาย “เลือกไขว้” จะให้เวลาศึกษาข้อมูลในสายราว 1 ชม.

ในอีก 2 วันข้างหน้า (18 มิ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ ตามที่ศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดีรวม 2 คำร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
สำหรับเนื้อหาทั้ง 4 มาตราที่ผู้สมัคร สว. ในฐานะผู้ร้อง เห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ เกี่ยวข้องกับการแนะนำตัวของผู้สมัคร และวิธีการเลือก สว. ทั้ง 3 ระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ
เลขาธิการ กกต. บอกว่า ต้องรอฟังคำสั่งศาล “หากผลเป็นลบ ทาง กกต. ได้มีมาตรการรองรับทุกประตู แต่ยังบอกรายละเอียดไม่ได้”
ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ซึ่งรณรงค์ให้ประชาชนคนธรรมดาลงสมัคร สว. เพื่อ “แฮ็กระบบ” เพื่อทลายระบบจัดตั้ง โดยวันนี้เธอได้เดินทางไปมาร่วมสังเกตการณ์กระบวนการเลือก สว. ในสนาม กทม. ให้ความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะชั่งน้ำหนักความเสี่ยง และไม่ทำให้กระบวนการเลือก สว. ซึ่งผ่านมา 2 ระดับแล้วต้องเป็นโมฆะ “เชื่อว่าการล้มกระบวนการเลือก สว. คงไม่เกิดขึ้น เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างเป็นธรรม”
ขั้นตอนเลือก สว. ระดับจังหวัด
บีบีซีไทยขอสรุปขั้นตอนให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้
ภายใน 09.00 น. รายงานตัว: ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอต้องมาถึงและแสดงตนต่อกรรมการประจำสถานที่เลือกของกลุ่มที่ตนลงสมัคร ส่งมอบโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสาร และแสดงหลักฐานเป็น บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน
09.00 น. ลงคะแนน: ผอ.การเลือกระดับจังหวัดประชุมชี้แจงผู้สมัคร
เริ่มลงคะแนนรอบแรก ซึ่งเป็นการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ โดยกรรมการประจำหน่วยเลือก (กปล.) จะเรียกผู้สมัครไปลงคะแนนตามลำดับสมัครก่อนหลัง โดยผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอโหวตได้ไม่เกิน 2 คะแนน จะลงคะแนนให้ตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ ซึ่งในการลงคะแนนต้องเขียนเลขอารบิกลงไปในบัตร แต่ถ้ากลุ่มใดมีผู้สมัครหรือผู้มารายงานตัวไม่เกิน 5 คน ให้ถือว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเป็น ผู้ได้รับเลือกขั้นต้น ผ่านเข้าสู่รอบ “เลือกไขว้” ไปโดยปริยาย
จากนั้น นับคะแนนรอบแรก: การนับคะแนนจะเกิดขึ้น ณ สถานที่เลือกภายหลังการปิดลงคะแนนแล้ว โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 5 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม รวมถึงกลุ่มที่มีผู้สมัครหรือผู้มารายงานตัวไม่เกิน 5 คน ให้เป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มนั้น ๆ กรณีกลุ่มใดมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน จนมีผู้ได้คะแนนสูงสุดเกิน 5 คน ให้ผู้ได้คะแนนเท่ากันจับสลากกันเองเพื่อหาผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของกลุ่ม แต่ถ้ากลุ่มใดมีผู้ได้คะแนนไม่ถึง 5 คน ให้เฉพาะผู้ได้คะแนนเป็นผู้สมัครที่ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มนั้น
จากนั้นเชิญผู้สมัครที่ไม่ได้ไปต่อออกจากห้อง รับเครื่องมือสื่อสาร แล้วออกจากที่เลือก
ต่อมา จับสลากเพื่อแบ่งสาย: ให้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนไปจับสลากแบ่งสาย จำนวนไม่เกิน 4 สาย สายละ 3-5 กลุ่ม
ช่วงบ่าย เริ่มลงคะแนนรอบสอง ซึ่งเป็นการ “เลือกไขว้” กลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยผู้สมัครแต่ละคนต้องลงคะแนนให้ผู้สมัครที่มาจากกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันกลุ่มละ 1 คน โดยจะเลือกตนเองหรือผู้สมัครกลุ่มเดียวกับตนเองมิได้
จากนั้น นับคะแนนรอบสอง: การนับคะแนนจะเกิดขึ้น ณ สถานที่เลือกภายหลังการปิดลงคะแนนแล้ว โดยให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม เป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอในกลุ่มนั้น กรณีกลุ่มใดมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน จนมีผู้ได้คะแนนสูงสุดเกิน 2 คน ให้ผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันจับสลากกันเองเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอในกลุ่มนั้น ถ้ากลุ่มใดมีผู้ได้คะแนนไม่ถึง 2 คน ให้เฉพาะผู้ได้คะแนนเป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด ผอ.การเลือกระดับจังหวัด ประกาศบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด พร้อมจัดส่งให้ ผอ.การเลือกระดับประเทศ ปิดประกาศ ณ ศาลากลางจังหวัด และเผยแพร่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ผู้สมัครกลุ่มกฎหมายทักท้วงผลนับคะแนน ทำเลือกรอบ 2 สนาม กทม. ล่าช้า
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยร่วมสังเกตการณ์กระบวนการเลือก สว. ระดับจังหวัดของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งมีผู้มีสิทธิเลือกจำนวนมากที่สุดของประเทศ 1,634 คน ทั้งนี้กลุ่มที่มีผู้สมัครมากในรอบนี้ที่สุดคือ กลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น จำนวน 135 คน ส่วนกลุ่มที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือ กลุ่ม 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม จำนวน 42 คน
อย่างไรก็ตามมีผู้มารายงานตัว 1,617 คน ขาดไป 17 คนใน 12 กลุ่ม และมีอยู่คนหนึ่งมาตอน 09.00 น. แต่ลืมบัตรประจำตัวประชาชน
การเลือก สว. ของ กทม. จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยใช้ห้องประชุม 20 ห้องจัดให้ลงคะแนนแยกเป็นรายกลุ่ม และมีการเชื่อมต่อสัญญาณถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์วงจรปิดมายังศูนย์อำนวยการกลาง ทว่ามีแต่ภาพ ไม่มีเสียง
บรรดาผู้สมัครต่างเดินทางมารอตั้งแต่เช้าตรู่ บ้างก็จับกลุ่มพูดคุยกัน บ้างก็เปิดเอกสาร สว. 3 ช่วยกันทำความรู้จักเพื่อนผู้สมัคร เมื่อทั้งหมดเข้าห้องกลุ่มอาชีพแล้ว ผอ.การเลือก ก็ชี้แจงขั้นตอนการเลือกให้ผู้สมัครทราบ
กระทั่งเวลา 09.30 น. ผอ.การเลือก กทม. จึงกล่าวเปิดการลงคะแนน “บัดนี้ถึงเวลาการลงคะแนนแล้ว ขอเปิดการลงคะแนน”
การเลือกรอบแรก “เลือกกันเอง” ใน 20 กลุ่ม ส่วนใหญ่เสร็จสิ้นลงและประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกขั้นต้นก่อนเวลา 12.00 น. ทว่ากระบวนการในรอบสอง “เลือกไขว้” ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากเกิดปัญหาการทักท้วงของผู้สมัครกลุ่ม 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทำให้อีก 19 กลุ่มที่เหลือ ต้องนั่งรอกว่า 2 ชม.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับกลุ่มกฎหมายฯ มีผู้สมัครมารายงานตัว 82 คน จากทั้งหมด 83 คน ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนและมีการประกาศผล มีผู้สมัคร 4 คนทักท้วงการนับคะแนน โดยระบุว่า ในช่วงการขานคะแนนพวกเขาได้คนละ 3 คะแนน และมีพยานยืนยีน แต่พอบันทึกคะแนนกลับเหลือเพียงคนละ 2 คะแนน ทำให้ชวดสิทธิจับสลากเป็นตัวแทนกลุ่มเข้าสู่รอบ “เลือกไขว้” กลุ่มต่อไป
สำหรับกลุ่มนี้ มีผู้สมัครที่มีคะแนนนำลอยลำไปรอไว้ก่อน 3 คน ขณะที่อีก 13 คนได้คะแนนเท่ากันคนละ 3 คะแนน จึงต้องจับสลากให้เหลือ 2 คนเพื่อเป็นตัวกลุ่มเข้าสู่รอบต่อไปรวม 5 คน อย่างไรก็ตามในจำนวน 13 คนนี้ ไม่มีผู้สมัครทั้ง 4 คน พวกเขาจึงต้องการให้ กกต. นับคะแนนใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ประจำสถานที่เลือกยืนยันว่าทำไม่ได้ การนับคะแนนใหม่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการทักท้วงในขณะนับคะแนนเท่านั้น และแนะนำให้ผู้สมัครทั้ง 4 รายลงชื่อในเอกสารทักท้วง แต่ 3 จาก 4 คนไม่ยินยอมและไม่ยอมรับกระบวนการ ทำให้การจับสลากไม่อาจเกิดขึ้นได้ ขณะที่อีก 1 คนไม่ติดใจ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่าย ผอ.การเลือก กทม. จึงวินิจฉัยว่า กปล. ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องชอบธรรมแล้ว และเดินหน้าให้มีการจับสลากในหมู่ผู้สมัคร 13 คน โดยไม่เปิดให้นับคะแนนใหม่ ตำรวจจึงเชิญตัวทั้ง 3 คนออกจากห้อง
ด้านผู้สมัคร 3 คน เปิดแถลงวิจารณ์ว่า การดำเนินการเลือกของกลุ่ม 2 ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม และจะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ทุ่งสองห้อง ในวันเดียวกันนี้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กว่าผู้สมัครจะได้จับสลาก และเข้าสู่รอบเลือกไขว้ ก็ต้องรอจนครบทั้ง 20 กลุ่ม และรอเจ้าหน้าปรินท์เอกสารข้อมูลแนะนำตัว (สว. 3) ให้แต่ละสายได้ศึกษา โดยใช้เวลาราว 1 ชม. จึงเปิดให้ทั้ง 4 สาย ก. ข ค ง เริ่มลงคะแนนในรอบ “เลือกไขว้” ในช่วงเวลาหลัง 16.30 น.
อย่างไรก็ตามได้ปัญหาขึ้นในสาย ง ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1, 16, 11, 12, 14 เมื่อผู้สมัคร 6 คน ทักท้วงต่อ กปล. เกี่ยวกับการให้ผู้สมัครได้แนะนำตัวในรอบ 2
พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัด กทม. ในฐานะประธานกรรมการเลือกระดับจังหวัด เปิดเผยว่า ข้อทักท้วงดัวกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากมีหนังสือสั่งการจากเลขาธิการ กกต. ให้นำผลจากการปฏิบัติในการเลือกระดับอำเภอมาเป็นบทเรียน ทั้งเรื่องการพยายามแบ่งเส้นแบ่งแนวในการจัดระเบียบเพื่อไม่ให้ผู้สมัครได้พูดคุยกัน จนอาจจะเกิดภาวะวิสัยที่ไม่ปกติ และใช้เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครมาเป็นเครื่องมือในการพิจารณาคัดเลือกมากกว่าการพูดคุย
“เมื่อได้ชี้แจงแนวทางแล้ว ก็ให้ผู้สมัครที่ต้องการทักท้วงนั้นได้ทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งผู้อำนวยการการเลือก สว. ก็จะส่งให้กับทาง กกต. ได้พิจารณา ในลำดับต่อไป” ปลัด กทม. กล่าว
สมชัย-สนธิญา-เหรียญทอง ตกรอบแรกในสนาม กทม.
สำหรับบรรดาคนดังที่ “ตกรอบ” ใน กทม. ตั้งแต่รอบแรก “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ อาทิ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ผู้สมัครกลุ่มประชาสังคม ที่บอกว่า “เสียดาย แต่ไม่เสียใจ”, นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ผู้สมัครกลุ่มอื่น ๆ ที่กล่าวว่า “ไม่อาย” เพราะเส้นทางของเขายังมีอีกเยอะ และอ้างถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระดับอำเภอ “เรารู้ว่าเขาวางอะไรกันไว้ มาวันนี้จะจับโจร ก็ต้องปลอมเป็นโจรสิ มันถึงจะจับได้”, นายสนธิญา สวัสดี เจ้าของฉายา “นักร้อง(เรียน) ผู้สมัครกลุ่มอื่น ๆ, นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต. ผู้สมัครกลุ่มกฎหมายฯ, นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครกลุ่มการสาธารณสุข ที่ตกรอบเพราะจับสลากไม่ได้ รวมถึง พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ผู้สมัครกลุ่มการสาธารณสุข
พล.ต.นพ.เหรียญทอง สละสิทธิ์จับสลาก หลังได้คะแนนเท่ากับเพื่อนผู้สมัคร สว. กลุ่ม 4 รายอื่น ๆ รวม 5 คน ซึ่งได้คะแนนคนละ 4 คะแนน โดยให้เหตุผลว่า มีเจตนารมณ์ชัดเจนว่ามาเพื่อเลือก ไม่ใช่มาเพื่อให้คนอื่นเลือก แม้คิดว่าตัวเองมีความสามารถ แต่สามารถรับใช้ชาติได้ทุกบทบาท ซึ่งการเป็น สว. ก็เป็นบทบาทหนึ่ง
“คนอื่นที่เขาผ่านเข้ารอบไป เขาดีกว่าผมเยอะ ผมบางทีก็เถื่อนไป ก็ต้องดูสารรูปตัวเองด้วย อย่าคิดว่าตัวเองดังมาก ดังได้ก็ดับได้ ไม่เสียดาย มีงานต้องทำอีกเยอะ” หมอเหรียญทอง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นอกจากนี้ยังมีคนดังอื่น ๆ ที่ตกรอบ "เลือกไขว้" ในสนาม กทม. อาทิ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว. และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปช.) ผู้สมัครกลุ่มประชาสังคม, นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป ผู้สมัครกลุ่มประชาสังคม, นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ "อี้" อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครกลุ่มศิลปะ ดนตรี บันเทิง กีฬา, นายเนตร นาคสุข” อดีตรองอัยการสูงสุด ผู้สมัครกลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน
เปิดรายชื่อคนดังที่ตกรอบและผ่านเข้ารอบสู่ระดับประเทศ
หน่วยเลือก สว. ในหลายจังหวัดประกาศผลการเลือก สว. ระดับจังหวัด ตั้งแต่ช่วง 16.00 น. ที่ผ่านมา
สำหรับชื่อของผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบสู่ระดับประเทศที่น่าสนใจ มีดังนี้
กลุ่ม 1 กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง
- นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี (จ.เชียงใหม่)
- พล.ต.อ.ศรีวราห์ อดีตรอง ผบ.ตร. (จ.นครปฐม)
- นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี หรือ "ผู้ว่าฯ ปู" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร (จ.อ่างทอง)
- นายภคพงศ์ ทวิพัฒน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและหลายจังหวัด (จ.พังงา)
- นายมงคล สุระสัจจะ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง (จ.บุรีรัมย์)
- นายกฤษฎา เปี่ยมพงษ์สานต์ อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (กทม.)
กลุ่ม 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
- นายสุรชัย ตรงงาม นักกฎหมายจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (กทม.)
- พล.ต.อ.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ อดีต รมช.มหาดไทย (จ.สงขลา)
กลุ่ม 3 กลุ่มการศึกษา
- นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กทม.)
- นางฉันทนา หวันแก้ว อดีตรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กทม.)
กลุ่ม 4 กลุ่มการสาธารณสุข
- นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย อดีตกรรมการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (กทม.)
- นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนักการเมือง (จ.ขอนแก่น)
กลุ่ม 7 กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้าง ที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน
- นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตประธาน บมจ.ไอทีวี และรองประธาน บมจ.ชินคอร์ปฯ (จ.สมุทรสงคราม)
- ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กทม.)
กลุ่ม 11 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว
- นายพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกรรมการเครือโรงแรมใบหยก (จ.แม่ฮ่องสอน)
กลุ่มที่ 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม
- นายวิวัฒน์ ทีฆะคีรีกุล ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (กทม.)
กลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น
- นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต สว. (จ.นนทบุรี)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
- น.ส.อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอดีต สสร. ปี 2550 (กทม.)
- นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย (จ.สงขลา)
- น.ส.นุชนารถ แท่นทอง อดีตประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค (จ.สมุทรปราการ)
- นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ (จ.สมุทรสาคร)
กลุ่ม 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม
- ศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก (กทม.)
- น.ส.อัจฉรา อัชฌายกชาติ เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายการเมือง จากสถานทูตสหรัฐฯ และอดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (กทม.)
- นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ พิธีกรทางโทรทัศน์ (จ.ปทุมธานี)
- น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตบรรณาธิการบริหารเดอะอีสานเรคคอร์ด (จ.หนองบัวลำภู)
- นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย อดีตบรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท (จ.สมุทรสงคราม)
- นายประทีป คงสิบ อดีตผู้บริหารฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี (จ.เพชรบูรณ์)
คนดังที่ตกรอบจังหวัด
- นายจักรพันธุ์ ยมจินดา อดีตผู้ประกาศข่าว ผู้สมัครกลุ่มสื่อสารมวลชนฯ (จ.ระยอง) ตกรอบแรกจากการต้องจับสลาก เนื่องจากมีผู้ได้คะแนนอันดับที่ 5 จำนวน 3 คน แต่นายจักรพันธุ์จับสลากไม่ผ่าน
- น.ส.นารากร ติยายน พิธีกรและผู้ประกาศข่าว ผู้สมัครกลุ่มสื่อสารมวลชนฯ (จ.เชียงใหม่)
- นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ผู้สมัครกลุ่มประชาสังคมฯ (จ.ลำปาง)
- นายซะการีย์ยา อมตยา นักเขียนและกวีซีไรต์ ผู้สมัครกลุ่มสื่อสารมวลชนฯ (จ.นราธิวาส)
- นายการุณ ใสงาม อดีต สส. และอดีต สว.บุรีรัมย์ ผู้สมัครกลุ่มอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม (จ.บุรีรัมย์)
- นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. และอดีต สว. ผู้สมัครกลุ่มกฎหมายฯ (จ.ตาก)











