กกต. สรุปภาพรวมเลือก สว.ระดับอำเภอเรียบร้อย-ส่งผลไประดับจังหวัด 10 มิ.ย.

บรรยากาศที่เขตราชเทวี ก่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอ 9 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศที่หอประชุม สำนักงานเขตราชเทวี ก่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอ 9 มิ.ย.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปภาพรวมของกระบวนการเลือก สว.ระดับอำเภอ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การเลือก สว. ดำเนินการพร้อมกันใน 928 อำเภอ/เขตทั่วประเทศไทย ณ สถานที่เลือกที่ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอกำหนด โดยถือเป็น “ด่านแรก” ก่อนจัดให้มีการเลือกระดับจังหวัด และระดับประเทศต่อไป มีผู้สมัครกว่า 46,000 คน เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ ท่ามกลางคดีคาศาลรัฐธรรมนูญ

การเลือก สว. ชุดใหม่ 200 คน เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 ภายใต้ระบบใหม่ที่ไทยนำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลก โดยประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิเลือก สว. เพราะกฎหมายให้เฉพาะผู้สมัครที่จ่ายค่าธรรมเนียม 2,500 บาทเท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนน โดยผู้สมัครต้อง “เลือกกันเอง” ในแต่ละกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม และ “เลือกไขว้กลุ่ม” อาชีพ อีกทั้งยังเป็นการ “เลือกแบบไต่ระดับ” 3 ชั้น จากระดับอำเภอ สู่จังหวัด และประเทศ

กระบวนการในวันนี้ (9 มิ.ย.) จะเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. และเสร็จสิ้นในวันเดียวกันเมื่อ ผอ.การเลือกระดับอำเภอประกาศผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยผู้ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่มจะได้เป็น ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวระหว่างการสังเกตการณ์การเลือก สว. ที่เขตหลักสี่ กทม. ว่า ภาพรวมของการเลือก สว. ทั่วประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น โดยคาดว่าขั้นตอนต่าง ๆ จะเสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากมีผู้สมัคร สว. ไม่มาก และคาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อได้ภายในวันนี้

ประธาน กกต. ยังกล่าวถึงภาพรวมการร้องเรียนด้วยว่า เช้าวันนี้มีทั้งหมด 22 คำร้องจากหลายจังหวัด เช่น อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการว่าจ้างให้มาลงสมัคร ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบคำร้อง หากมีพยานหลักฐานเพียงพอก็จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการสืบสวนระดับจังหวัดให้พิจารณาเสร็จสิ้นใน 20 วัน

.

ที่มาของภาพ, thai news pix

คำบรรยายภาพ, ประธาน กกต. ระหว่างตรวจหน่วยเลือก สว. ที่เขตหลักสี่

เปิดชื่อผู้สมัครที่น่าสนใจผ่านเข้าสู่ระดับจังหวัด

หน่วยเลือก สว. ในหลายพื้นที่ทยอยประกาศผลการเลือกระดับอำเภอออกมาตั้งแต่ช่วง 16.00 น. ที่ผ่านมา โดยมีชื่อที่ผ่านเข้ารอบสู่ระดับจังหวัดที่น่าสนใจ อาทิเช่น

  • สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครกลุ่มอาชีพการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  • สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ผู้สมัครกลุ่มอาชีพประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ เขตราชเทวี กทม.
  • นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ผู้สมัครกลุ่มอาชีพการสาธารณสุข เขตหลักสี่ กทม.
  • ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก ผู้สมัครกลุ่มอาชีพสื่อสารมวลชน เขตพระนคร กทม.
  • สนธิญา สวัสดี "นักร้อง" คดีทางการเมืองหลายคดี ผู้สมัครกลุ่มอาชีพอื่น ๆ เขตปทุมวัน กทม.
  • สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจ ผู้สมัครกลุ่มอาชีพอื่น ๆ เขตปทุมวัน กทม.

สำหรับกลุ่มสื่อมวลชนมีผู้สมัครที่เข้ารอบจังหวัดหลายราย เช่น นารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าว (อ.เมือง จ.เชียงใหม่), อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียน (เขตพระนคร กทม.), สุผจญ กลิ่นสุวรรณ พิธีกรทางโทรทัศน์ (อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี), หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการบริหารสื่อเว็บไซต์เดอะอีสานเรคคอร์ด (อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู), จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักข่าวประชาไท (อ.เมือง จ.เชียงราย)

ส่วนแวดวงคนทำงานด้านภาคประชาสังคมและสิทธิมนุษยชน มีผู้ที่ผ่านการเลือกระดับอำเภอสู่รอบระดับจังหวัด เช่น อังคณา นีละไพจิตร ภรรยาทนายสมชาย นีละไพจิตร และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน, เพียรพร ดีเทศน์ นักเคลื่อนไหวด้านทรัพยากร องค์การแม่น้ำนานาชาติ และนายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย เป็นต้น

ส่วนคนดังที่ตกรอบอำเภอ มีอาทิเช่น

  • อุษณีย์ ชิดชอบ พี่สาวของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้สมัครกลุ่มประชาสังคม อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
  • รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนัตต์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ผู้สมัครกลุ่มการศึกษา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
  • ประกิต กอบกิจวัฒนา ศิลปินและครีเอทีฟโฆษณา เจ้าของเพจการเมือง “อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้อง Pop” และแคมเปญเมเนเจอร์ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ผู้สมัครกลุ่มศิลปะ ดนตรี บันเทิง กีฬา จ.จันทบุรี

บรรยากาศเลือก สว. ทั่วไทย

การเลือก สว. ระดับอำเภอ พบว่า มีหลายพื้นที่ที่ผู้สมัครในบางกลุ่มอาชีพผ่านรอบแรกเข้าสู่การเลือกรอบไขว้กลุ่มอาชีพโดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีผู้สมัครหรือผู้มารายงานตัวไม่ถึง 5 คน

ที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ผู้สมัคร สว. เดินทางมารายงานตัวคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยในเขต อ.เมืองนครราชสีมา มีผู้สมัคร 135 คน มากที่สุดในโคราช จากจำนวนผู้สมัครทั้งจังหวัด 462 คน

สำหรับ อ.เมืองนครราชสีมา มีผู้สมัครทั้งหมด 19 กลุ่ม ในจำนวนนี้ 10 กลุ่มมีผู้สมัครมารายงานตัวไม่ถึง 5 คน จึงทำให้ผ่านการเลือกรอบแรกโดยไม่ต้องลงคะแนน และเข้าสู่การเลือกรอบไขว้กลุ่มในช่วงบ่าย

ส่วนที่ อ.เมือง จ.สงขลา มีผู้สมัครทั้งสิ้น 145 คน มติชนออนไลน์รายงานว่า มีผู้เดินทางมารายงานตัวราว 80% โดยบางกลุ่มอาชีพไม่มีผู้มารายงานตัวแม้แต่คนเดียว

กกต. สงขลา ระบุว่าใน 16 อำเภอของจังหวัด มีผู้สมัคร สว. ทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ จำนวน 1,675 คน ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีผู้สมัครมากเป็นอันดับที่ 2 ของภาคใต้ โดย กกต. ประกาศรายชื่อทั้งสิ้น 1,583 คน และมีผู้ที่คุณสมบัติไม่ครบ 92 คน

.

ที่มาของภาพ, thai news pix

คำบรรยายภาพ, นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เป็นผู้ก่อตั้ง "องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน" เมื่อปี 2557

ส่วนบรรยากาศการเลือก สว. ในกรุงเทพฯ มีผู้สมัครที่น่าสนใจในหลายเขต เช่น ที่เขตหลักสี่ ซึ่งใช้หอประชุมภายในสโมสรตำรวจเป็นสถานที่เลือกระดับอำเภอ

นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ผู้สมัคร สว. กลุ่มสาธารณสุข ผ่านรอบเลือกกันเองเข้าสู่รอบเลือกไขว้กลุ่มโดยอัตโนมัติ เพราะมีผู้สมัคร สว. กลุ่มนี้เพียง 3 คน ซึ่งตามกติกา กลุ่มใดที่มีผู้สมัครหรือผู้มารายงานตัวไม่เกิน 5 คน ให้ถือว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเป็น ผู้ได้รับเลือกขั้นต้น ผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ การเลือก สว. ของเขตปทุมวัน ไทยพีบีเอสออนไลน์รายงานว่า มีกลุ่มอาชีพ 4 กลุ่ม ที่มีผู้มารายงานตัวเพียง 1 คน

ธนาธร ระบุ กังวลการเลือกตั้ง สว. ในต่างจังหวัดมากกว่า กทม.

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล เดินทางไปสังเกตการณ์การเลือกตั้ง สว. ที่สำนักงานเขตพระนคร กทม. เมื่อช่วงสาย

นายธนาธรให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เท่าที่ตนเองสังเกตการณ์ พบว่าการเลือกตั้ง สว. ของเขตพระนครเป็นไปด้วยดี "แต่น่าเสียดายว่าทางเขตไม่ได้จัดพื้นที่ให้กับผู้สังเกตการณ์ ให้สามารถเข้าไปสังเกตการณ์ภายในห้องของการเลือก สว. ได้"

ประธานคณะก้าวหน้าบอกว่า เนื่องจากในเขตพระนครวันนี้ ไม่มี สว. กลุ่มอาชีพไหนที่มีผู้สมัครเกิน 5 คนเลย จึงทำให้ผู้สมัครทุกคนผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติไปรอบเลือกไขว้ ส่งผลให้ขั้นตอนดำเนินไปเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ก็ถือว่าราบรื่นดี

เขายังเห็นว่าสนาม สว. ใน กทม. มีความเป็นอิสระสูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ เนื่องจากเป็นเรื่องยากหากจะมีขบวนการจัดตั้ง สว.เกิดขึ้น

"ในกรุงเทพไม่ค่อยห่วงว่ามีจะมีการจัดตั้งอะไรมา เพราะ 50 เขต มันทำได้ยากมาก ผมจึงคิดว่าในกรุงเทพฯ เป็นการเลือกตามเจตจำนงของผู้สมัครมากกว่า ในต่างจังหวัดจะมีโอกาสมากกว่าในการวางแผนกะเกณฑ์ หมายถึงวางแผนเพื่อต่อสู้กับกติกา เพื่อให้ได้เปรียบกฎกติกา" นายธนาธร กล่าว พร้อมกับบอกว่าการเลือกตั้ง สว. ในพื้นที่ต่างจังหวัดมีความน่ากังวลมากกว่า กทม.

ประธานคณะก้าวหน้ายังเห็นว่า การเลือก สว. ดำเนินการมาไกลเกินกว่าจะหยุดแล้ว และควรเดินหน้าต่อ เพราะ "ผมคิดว่าเราไม่ควรให้ สว. ชุดปัจจุบันรักษาการต่อไป"

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส. กทม. พรรคก้าวไกล สังเกตการณ์การเลือกตั้ง สว. ระดับอำเภอของเขตพระนคร

ประธาน กมธ. พัฒนาการเมืองฯ ติงแต่ละหน่วยยังมีมาตรฐานทำงานไม่เหมือนกัน

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร สังเกตการณ์การเลือก สว. ระดับอำเภอ ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม สถานที่เลือก สว. เขตจตุจักร กทม.

เหตุผลที่เลือกมาสังเกตการณ์ที่นี่ นายพริษฐ์บอกว่า เนื่องจากมีผู้สมัครเป็นจำนวนมากอันดับต้น ๆ ของ กทม. ทั้งนี้ ทาง กมธ. ฯ ได้ส่งคณะกรรมการคนอื่น ๆ ไปสังเกตการณ์ตามหน่วยต่าง ๆ ทั่วประเทศด้วย

เขาตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกับนายธนาธร คือ ทางหน่วยเลือกตั้งควรจัดพื้นที่สังเกตการณ์ด้านในที่เอื้อให้ประชาชนสามารถสังเกตการณ์ได้ใกล้ชิดกว่านี้

"แม้มีซีซีทีวีอยู่ก็จริง แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกมุม และเผยแพร่แค่ภาพ ไม่ได้เผยแพร่เสียง" นายพริษฐ์ กล่าว และเรียกร้องว่า กกต. ควรปรับปรุงเรื่องนี้ในการเลือกตั้ง สว. ระดับจังหวัด พร้อมกับตั้งคำถามว่าทำไมหน่วยเลือกตั้งแต่ละพื้นที่มีมาตรฐานในการจัดจุดสังเกตการณ์ไม่เหมือนกัน โดยพบว่าในบางอำเภออนุญาตให้ประชาชนเข้าไปรับชมแม้กระทั่งในขั้นตอนการนับคะแนน ขณะที่บางแห่งกั้นพื้นที่ไว้ให้อยู่รอบนอก

ปัญหาความไม่คงเส้นคงวาของการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วย เช่น การให้เวลาผู้สมัครแนะนำตัวที่แต่ละหน่วยก็ทำไม่เหมือนกัน เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่พริษฐ์ ต้องการให้ปรับปรุงในการเลือกตั้ง สว. ครั้งถัดไป

"สิ่งที่ให้แก้คงไม่ทันแล้ว คือจำนวนผู้สมัคร สว. ในภาพรวมยังคงน้อย อยู่ที่ประมาณ 40,000 กว่าคน" ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันเท่าที่ควร ผู้สมัครบางคนที่อยู่ในกลุ่มอาชีพที่มีผู้สมัครไม่มาก มีสิทธิทะลุเข้ารอบถัดไปได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม เขาออกความเห็นในนามส่วนตัวด้วยว่า ตนเองไม่ได้เห็นด้วยกับวิธีการเลือก สว. เช่นนี้ตั้งแต่แรก

"ผมหวังว่ากระบวนการนี้จะเป็นครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายในการเมืองไทย"

นายพริษฐ์ยังหวังว่า กกต. จะจัดการตรวจสอบข้อร้องเรียนที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้งต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฮั้วการเลือกตั้ง การจัดตั้งเครือข่ายเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ฯลฯ โดยต้องไม่กระทบกับปฏิทินการเลือก สว. โดยรวม เพื่อให้กระบวนการเดินหน้าต่อไป

ขั้นตอนเลือก สว. ระดับอำเภอ

บีบีซีไทยขอสรุปขั้นตอนให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

08.00 น. รายงานตัว: ผู้สมัครต้องรายงานตัวต่อกรรมการประจำสถานที่เลือกของกลุ่มที่ตนลงสมัคร ส่งมอบโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสาร และแสดงหลักฐานเป็น บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน

เอกสารเพียง 2 สิ่งที่ กกต. อนุญาตให้ผู้สมัครพกติดตัวเข้าไปบริเวณสถานที่เลือกได้คือ 1. เอกสารข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร หรือที่เรียกว่า “แบบ สว. 3” (ที่ระบุข้อมูลประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงาน 5 บรรทัด) และ 2. คู่มือในการลงคะแนนเลือก สว. ภายหลัง กกต. เปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกใหม่ในรอบ “เลือกไขว้” ซึ่งเอกสารทั้ง 2 ชุดนี้ได้แจกจ่ายให้ผู้สมัครไปล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อ 3 วันก่อน

09.00 น. ลงคะแนน: ผอ.การเลือกระดับอำเภอประชุมชี้แจงผู้สมัคร

เริ่มลงคะแนนรอบแรก: เป็นการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ โดยผู้สมัครแต่ละคนโหวตได้ไม่เกิน 2 คะแนน จะลงคะแนนให้ตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ ซึ่งในการลงคะแนนต้องเขียนเลขอารบิกลงไปในบัตร ถ้ากลุ่มใดมีผู้สมัครหรือผู้มารายงานตัวไม่เกิน 5 คน ให้ถือว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเป็น ผู้ได้รับเลือกขั้นต้น ผ่านเข้าสู่รอบ “เลือกไขว้” ไปโดยปริยาย

นับคะแนนรอบแรก: การนับคะแนนจะเกิดขึ้น ณ สถานที่เลือกภายหลังการปิดลงคะแนนแล้ว โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 5 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม รวมถึงกลุ่มที่มีผู้สมัครหรือผู้มารายงานตัวไม่เกิน 5 คน ให้เป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มนั้น ๆ กรณีกลุ่มใดมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน จนมีผู้ได้คะแนนสูงสุดเกิน 5 คน ให้ผู้ได้คะแนนเท่ากันจับสลากกันเองเพื่อหาผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของกลุ่ม แต่ถ้ากลุ่มใดมีผู้ได้คะแนนไม่ถึง 5 คน ให้เฉพาะผู้ได้คะแนนเป็นผู้สมัครที่ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มนั้น

จับสลากเพื่อแบ่งสาย: ให้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนไปจับสลากแบ่งสาย จำนวนไม่เกิน 4 สาย สายละ 3-5 กลุ่ม

เริ่มลงคะแนนรอบสอง: เป็นการ “เลือกไขว้” กลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยผู้สมัครแต่ละคนต้องลงคะแนนให้ผู้สมัครที่มาจากกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันกลุ่มละ 1 คน โดยจะเลือกตนเองหรือผู้สมัครกลุ่มเดียวกับตนเองมิได้

นับคะแนนรอบสอง: การนับคะแนนจะเกิดขึ้น ณ สถานที่เลือกภายหลังการปิดลงคะแนนแล้ว โดยให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม เป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอในกลุ่มนั้น กรณีกลุ่มใดมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน จนมีผู้ได้คะแนนสูงสุดเกิน 3 คน ให้ผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันจับสลากกันเองเพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอในกลุ่มนั้น ถ้ากลุ่มใดมีผู้ได้คะแนนไม่ถึง 3 คน ให้เฉพาะผู้ได้คะแนนเป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ

ประกาศผลนับคะแนนเบื้องต้น: หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด ผอ.การเลือกระดับอำเภอจะประกาศบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ พร้อมจัดส่งให้ ผอ.การเลือกระดับจังหวัดปิดประกาศ ณ ที่ว่าการอำเภอ และเผยแพร่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศการเลือกตั้ง สว. ระดับอำเภอในเขตพระนคร กทม.
ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

ข้อห้ามผู้สมัคร หากฝ่าฝืนเจอคุก-ปรับ

ผู้สมัคร สว. จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีโทษทั้งจำคุกและปรับตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.

บีบีซีไทยขอสรุปข้อห้ามสำคัญ ๆ ในวันลงคะแนนเอาไว้ ดังนี้

  • ห้ามนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์สื่อสารเข้าไปบริเวณสถานที่เลือก >> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 71)
  • ห้ามนำบัตรลงคะแนนออกไปจากสถานที่เลือก และห้ามจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรลงคะแนน >> ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้ง 10 ปี (ตามมาตรา 72)
  • ห้ามถ่ายภาพบัตรลงคะแนนแล้ว >> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 73)
  • ห้ามฉีกหรือทำบัตรลงคะแนนชำรุดหรือเสียหาย >> ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้ง 10 ปี (ตามมาตรา 80)
CG

เลขาธิการ กกต. ขอบคุณ “ความร่วมแรงร่วมใจของคนในชาติ”

เวลา 16.00 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดแถลงข่าวภายหลังกระบวนการเลือก สว. ระดับอำเภอเสร็จสิ้นลง โดยกล่าวขอบคุณความร่วมแรงร่วมใจของคนในชาติที่ทำให้การเลือก สว. ไปข้างหน้าด้วยความเรียบร้อย

เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ภาพรวมในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีปัญหาบ้าง เช่น ผู้สมัครมารายงานตัวไม่ทันเวลา 09.00 น., มีผู้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือหูฟังเข้าไปยังสถานที่เลือก ที่ จ.นนทบุรี 1 กรณี, มีผู้สมัครเจ็บป่วยกะทันหันในระหว่างการลงคะแนนรอบ 2 ที่ จ.สิงห์บุรี เมื่อออกจากสถานที่เลือกก็จะถูกตัดสิทธิไป, ไม่มีจุดสังเกตการณ์หน้าสถานที่เลือกใน กทม. บางแห่งซึ่งได้รับแจ้งว่าเป็นเพราะสถานที่คับแคบ จึงจัดให้สังเกตการณ์ที่ห้องถ่ายทอดสด ทั้งนี้หากผู้สมัครเห็นว่า การดำเนินการเลือกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ร้องคัดค้านที่ศาลฎีกาภายใน 3 วันจากนี้

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้คือ

9 มิ.ย. ผอ.การเลือกระดับอำเภอ จะติดผลประกาศการนับคะแนนหน้าสถานที่เลือก โดยบุคคลที่ได้คะแนนเป็น 3 อันดับแรกของแต่ละกลุ่ม จะเป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ แล้วเข้าสู่การเลือกระดับจังหวัดต่อไป

10 มิ.ย. ผอ.การเลือกระดับอำเภอ จะส่งบัญชีผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอให้ ผอ.การเลือกระดับจังหวัด และติดประกาศรายชื่อหน้าที่ว่าการอำเภอ และเผยแพร่บนเว็บไซต์สำนักงาน กกต. และแอปพลิเคชัน “สมาร์ทโหวต”

12 มิ.ย. (ภายใน 3 วัน) ผอ.การเลือกระดับจังหวัด จัดทำข้อมูลผู้สมัครในลักษณะเดียวกับระดับอำเภอ

นายแสวงยอมรับว่า “ประชาชนทั่วไปอาจสนใจน้อย” โดยคนที่น่าจะตื่นตัวสุดคือกลุ่มที่เคลื่อนไหวเพื่อให้การเมืองดี เช่น ไอลอว์ วีวอตช์

.

ที่มาของภาพ, thai news pix

คำบรรยายภาพ, นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

เดินหน้าท่ามกลางคดีคาศาลรัฐธรรมนูญ

การเดินหน้าจัดการเลือก สว. ของ กกต. เกิดขึ้นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 5 มิ.ย. รับคำร้องไว้วินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่

คดีนี้เป็นผลสืบเนื่องจากผู้สมัคร สว. 2 กลุ่ม รวม 6 คน ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนระเบียบในการเลือก สว. ของ กกต. และขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า เนื้อหาของ 4 มาตราใน พ.ร.ป.สว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

สำหรับเนื้อหาทั้ง 4 มาตราที่ผู้ร้องเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ เกี่ยวข้องกับ มาตรา 36 การแนะนำตัวของผู้สมัคร, มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) การเลือกระดับอำเภอ, มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) การเลือกระดับจังหวัด และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) การเลือกระดับประเทศ

อย่างไรก็ตามที่ประชุม กกต. เมื่อ 7 มิ.ย. มีมติเอกฉันท์ให้เดินหน้าจัดการเลือก สว. ตามกำหนดการเดิม โดยประธาน กกต. ให้เหตุผลว่ายังไม่มี “เหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกระดับอำเภอได้ และไม่กังวลว่าการเลือก สว. จะเป็นโมฆะ เพราะ กกต. ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

กกต.

ที่มาของภาพ, Facebook/ECT

คำบรรยายภาพ, อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ต้องจัดการเลือก สว. ใน จ.อ่างทอง หนึ่งวันก่อนถึงวันเลือกระดับอำเภอ