"มันเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเหลือให้ยึดครองตั้งแต่แรกแล้ว" ฟังเสียงชาวกาซา หลังอิสราเอลอนุมัติแผนเข้าควบคุมกาซา ซิตี

Israeli tank manoeuvres near heavy machinery, with a view of destruction in North Gaza, in the background, as seen from the Israeli side of the border, July 17, 2025.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ของอิสราเอล เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาต้องการเข้ายึดครองฉนวนกาซาทั้งหมด โดยแผนที่ได้รับการอนุมัติจะมุ่งเน้นไปที่เมืองกาซา ซิตี ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนแห่งนี้
เวลาอ่าน: 3 นาที

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านความมั่นคงอิสราเอลอนุมัติแผนเข้าควบคุมเมืองกาซา ซิตี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์หลายแสนคน นี่ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 2 ปี

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ต้องการยึดครองฉนวนกาซาทั้งหมด โดยแผนที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่กาซา ซิตี เมืองที่ใหญ่ที่สุดในกาซา

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจาก "รัฐมนตรีส่วนใหญ่ใน ครม. เชื่อว่าแผนทางเลือกที่นำเสนอต่อ ครม. จะไม่สามารถเอาชนะกลุ่มฮามาส หรือนำตัวผู้ถูกลักพาตัวกลับมาได้" ตามแถลงการณ์ของสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

ครม. ด้านความมั่นคงอิสราเอลยังได้เผยแพร่ "หลักการ 5 ประการในการยุติสงคราม" ซึ่งรวมถึงการปลดอาวุธของกลุ่มฮามาส การส่งตัวประกันทั้งหมดทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตแล้วคืน การปลดอาวุธของฉนวนกาซา การให้อิสราเอลควบคุมความมั่นคงในฉนวนกาซา และการมีรัฐบาลพลเรือนทางเลือกที่ไม่ใช่ฮามาสหรือองค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestine Authority)

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงจากพันธมิตร เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซาและอนุญาตให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ได้

อิสราเอลเริ่มทำสงครามในฉนวนกาซาหลังการโจมตีของฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 1,200 คน และจับตัวประกัน 251 คนกลับไปยังฉนวนกาซา

นับตั้งแต่นั้น กระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาสระบุว่า การบุกรุกทางทหารครั้งใหญ่ของอิสราเอลทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 61,000 คน

จากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล สหประชาชาติประเมินว่า 87% ของฉนวนกาซาได้กลายเป็นเขตทหาร หรือไม่ก็อยู่ภายใต้ประกาศอพยพแล้ว

Internally displaced Palestinians, including children, hold pots as they receive food from a charity kitchen, in Gaza City, Gaza Strip, 04 August 2025.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, หน่วยงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่าง ๆ เตือนว่า วิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาจะเลวร้ายลง

"มันเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเหลือให้ยึดครองตั้งแต่แรกแล้ว" มาห์มูด อัล-กุราชลี ชาวปาเลสไตน์ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์จากเมืองกาซา ซิตี เมื่อทราบข่าวแผนการของเนทันยาฮูในการเข้าควบคุมภูมิภาคดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ

เขากล่าวว่า "ฉนวนกาซาเกือบทั้งหมดถูกบีบให้เหลือแค่พื้นที่ทางตะวันตกของเมืองกาซา ซิตี และนั่นคือทั้งหมดที่เหลืออยู่ ณ จุดนี้ สำหรับผู้คนที่นี่แล้ว ไม่มีความแตกต่างอีกต่อไป ไม่ว่าเขาจะเข้ามายึดครองที่นี่หรือไม่ก็ตาม"

ราเอ็ด อาบู โมฮัมเหม็ด กล่าวว่า พวกเขาอาศัยอยู่ในเต็นท์มา 5 เดือนแล้ว และเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว "ใช่ มันมีความทุกข์ทรมาน มีความตาย แต่เรายังคงต้องการมีชีวิตต่อไป อิสราเอลไม่ได้ฆ่าฮามาส แต่กำลังเข่นฆ่าพลเรือน เด็ก และผู้หญิง"

ด้านกลุ่มฮามาสก็มีปฏิกิริยาต่อข้อเสนอเข้ายึดครองฉนวนกาซา โดยกล่าวว่า เนทันยาฮู "วางแผนที่จะดำเนินแนวทางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และทำให้มีการพลัดถิ่นต่อไปด้วยการก่ออาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์มากขึ้น"

การกระทำของเขา "แสดงให้เห็นถึงการพลิกผันอย่างชัดเจนจากแนวทางการเจรจา และเผยให้เห็นแรงจูงใจแท้จริงที่อยู่เบื้องหลังการถอนตัวจากวงเจรจารอบสุดท้าย" แถลงการณ์ของฮามาสระบุ

ฮามาสยังบอกด้วยว่า พวกเขากำลัง "ใกล้" ที่จะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้ว และหากอิสราเอลเข้ายึดครองฉนวนกาซา ก็จะต้องจ่ายต้นทุนที่สูงลิ่ว

ฮามาสยังเรียกร้องให้ประเทศอาหรับและอิสลาม รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ "ประณามและปฏิเสธแถลงการณ์ที่เป็นอันตรายเหล่านี้ และดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานและยุติการยึดครอง"

ก่อนการประชุม ครม. ความมั่นคง เนทันยาฮูกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า อิสราเอลตั้งใจที่จะควบคุมฉนวนกาซาทั้งหมด กำจัดฮามาส แต่ "ไม่ต้องการเก็บเอาไว้"

"เราต้องการปลดปล่อยตนเองและปลดปล่อยประชาชนในฉนวนกาซาจากความหวาดกลัวอันน่าสะพรึงกลัวของฮามาส"

"เราต้องการมีเขตแดนด้านความมั่นคง เราไม่ได้ต้องการเข้าปกครอง" เขากล่าวเสริม

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า กองทัพอิสราเอลคัดค้านแผนการยึดครองฉนวนกาซาทั้งหมด โดยมีรายงานว่า พลโท เอียล ซามีร์ เสนาธิการทหารบก กล่าวกับเนทันยาฮูในการประชุมที่ตึงเครียดเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า "นี่เท่ากับการเดินเข้าไปในกับดัก"

Families and supporters of Israeli hostages held by Hamas in Gaza carrying torches, banners and pictures of the hostages protest outside the Israeli Prime Minister's office during a security cabinet session, to demand the immediate release of the hostages and the end of the war, in Jerusalem, 07 August 2025.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ครอบครัวตัวประกันชาวอิสราเอลและผู้สนับสนุนชุมนุมประท้วงระหว่างการประชุม ครม. ด้านความมั่นคง

แผนการยึดครองเมืองกาซา ซิตี ได้รับการประณามอย่างรุนแรงจากครอบครัวของตัวประกันที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในกาซา พวกเขาเรียกร้องให้ยุติสงครามทันทีและต้องการข้อตกลงที่ผ่านการเจรจากัน

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวและผู้สนับสนุนตัวประกันได้ออกมาประท้วงที่กรุงเทลอาวีฟและหน้าสำนักงานของเบนจามิน เนทันยาฮู ในนครเยรูซาเลม ในระหว่างที่ ครม. ความมั่นคงกำลังประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการดังกล่าว

ผู้ประท้วงบางคนล่ามโซ่ตัวเองและเตือนว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็น "โทษประหารชีวิต" แก่คนที่พวกเขารัก

ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ให้เห็นว่า ประชาชนชาวอิสราเอลส่วนใหญ่สนับสนุนข้อตกลงกับฮามาสเพื่อปล่อยตัวตัวประกันและยุติสงคราม ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่าขณะนี้ฮามาสไม่สนใจที่จะเจรจา เนื่องจากกลุ่มฮามาสรู้สึกมั่นใจมากขึ้นจากแรงกดดันระหว่างประเทศที่มีต่ออิสราเอลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซา

ภัยคุกคามจากการยึดครองอย่างเต็มรูปแบบอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่พยายามบีบบังคับให้กลุ่มฮามาสยอมประนีประนอมในการเจรจาที่หยุดชะงัก

แต่หลายคนเชื่อว่า เนทันยาฮูกำลังขยายความขัดแย้งออกไปเพื่อเป็นหลักประกันความอยู่รอดของรัฐบาลผสมของเขา ซึ่งต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐมนตรีชาตินิยมสุดโต่งที่ขู่จะถอนตัวจากรัฐบาลหากไปทำข้อตกลงใด ๆ กับฮามาส

อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ และ เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาให้เหตุผลปกป้องการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา ซึ่งอาจเท่ากับการบังคับอพยพพลเรือน ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงคราม พวกเขายังให้เหตุผลปกป้องการนำชาวยิวไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่นั่นด้วย

Palestinians run towards parachutes carrying aid packages airdropped over northern Gaza Strip, August 7, 2025

ที่มาของภาพ, Reuters

อิสราเอลได้ปิดกั้นการส่งความช่วยเหลือทั้งหมดตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. และกลับมาโจมตีทางทหารต่อกลุ่มฮามาสอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิง 2 เดือนสิ้นสุดลง อิสราเอลอ้างว่าต้องการกดดันให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอลที่เหลืออยู่

แม้ว่าการปิดล้อมจะคลี่คลายลงบางส่วนหลังจากผ่านไปเกือบ 2 เดือน ท่ามกลางคำเตือนถึงภาวะอดอยากที่กำลังจะเกิดขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก แต่ปัญหาการขาดแคลนอาหาร ยา และเชื้อเพลิงกลับเลวร้ายลง

กระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การดูแลของฮามาส แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (7 ส.ค.) ว่า มีผู้เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการ 4 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเพิ่มเป็น 197 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 96 ราย

อิสราเอลยืนยันว่า "ไม่มีภาวะอดอยาก" ในกาซา และได้สนับสนุนมูลนิธิด้านมนุษยธรรมกาซา (Gaza Humanitarian Foundation - GHF) ในการแจกจ่ายความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการ GHF หลังมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 859 รายรอบจุดแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือของ GHF นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ

เมื่อวันพฤหัสบดี อิสราเอลกล่าวว่าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 80 ชุดถูกหย่อนลงจากทางอากาศ โดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยอรมนี จอร์แดน เบลเยียม และแคนาดา ช่วยเหลือ

ทว่า หน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ ได้เตือนอย่างต่อเนื่องว่า ความช่วยเหลือที่ส่งทางอากาศเหล่านี้ไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการและการขาดแคลนทรัพยากรสำคัญอื่น ๆ เช่น เชื้อเพลิงและเวชภัณฑ์

ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลไม่อนุญาตให้สำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงบีบีซีรายงานข่าวอย่างอิสระในฉนวนกาซา