สำรวจเสียงกลุ่มประชาสังคมส่งถึง ส.ว.เรียกร้องให้โหวต นายกฯ จากพรรคอันดับ 1

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง ที่การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทยจะเริ่มขึ้นในช่วงเข้าของวันที่ 13 ก.ค. ทว่า ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองรอคอยอยู่จากการตัดสินใจของสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 คน
ขณะเดียวกันกลุ่มภาคประชาสังคมรวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน เริ่มออกมาแสดงจุดยืนพร้อมเรียกร้องให้ ส.ว. ให้การสนับสนุนด้วยการโหวตเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากพรรคของเขาได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง
บีบีซีไทยรวบรวม ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยพวกเขาหวังว่าจะสามารถทำให้ ส.ว. หันมาลงคะแนนเสียงให้กับนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งทั่้วไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา
12 ก.ค.
- ประธานทีดีอาร์ไอ
ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจส่วนตัวว่า "ขอโอกาสให้ประชาธิปไตยทำงาน"
โดยระบุว่า ในประเทศไทย ประชาธิปไตยมีโอกาสทำงานน้อยเกินไป เพราะถูกแทรกแซงจากอำนาจอื่นๆ ที่ไม่ได้มีฐานความชอบธรรมมาเกือบตลอดเวลา วันที่ 13 ก.ค. นี้ก็จะเป็นอีกวันหนึ่งที่ประชาธิปไตยอาจถูกแทรกแซงไม่ให้สามารถทำงานได้อีก ซึ่งจะทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นมีความชอบธรรมต่ำ และก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งตามมาอีก
"ภายใต้ระบบที่บิดเบี้ยวในปัจจุบัน แนวทางเดียวที่วุฒิสภาจะสามารถสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับรัฐบาลใหม่ได้ก็คือ การลงคะแนนเสียงที่สอดคล้องกับเสียงของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสะท้อนเสียงของประชาชนมาอีกต่อหนึ่ง ไม่ใช่การออกเสียงสวนทาง งดออกเสียงหรือขาดประชุม"
- สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน
กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรียกร้องให้ ส.ว. และ ส.ส. ทุกพรรคต้องไม่ฝืนเจตจำนงของประชาชน และเคารพหลักการที่ว่า นายกฯ ต้องมาจากเสียงข้างมาก
ทั้งนี้เพจดังกล่าวมีผู้ติดตามราว 1.2 หมื่นราย
- สหภาพเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย
กลุ่มเคลื่อนไหวด้านแรงงานบุคลากรทางการแพทย์ที่เรียกตัวเองว่า " สหภาพเทคนิคการแพทย์ The Union of Medical Technologist of Thailand หรือ UMTT" เรียกร้องให้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว.ที่มีเป็นบุคลากรวิชาชีพแพทย์ เคารพเสียงและเจตจำนงค์ของประชาชน รับฟังและเคารพหลักการ ในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามเสียงข้างมากในวันที่ 13 ก.ค. ตามที่ประชาชนได้มีมติไว้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
11 ก.ค.
- ศิลปินรางวัลศรีบุรพา
นายสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ศิลปินอาวุโส เจ้าของรางวัลศรีบูรพา 2562 มีจดหมายเปิดผนึกถึง ส.ว. เรื่อง ขอให้สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีให้พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากมาบริหารประเทศเพื่อสังคมไทยจะได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ประเทศดำเนินไปตามครรลองประชาธิปไตย

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/Sinsawat Yodbangtoey
- สมาคมข้าราชการท้องถิ่นแห่งประเทศไทย
สมาคมข้าราชการท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ ส.ว. ลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีตามฉันทามติของประชาชน โดยแถลงการณ์ดังกล่าวลงวันที่ 11 ก.ค. 2566
ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า สมาคมฯ เห็นว่า "เมื่อพรรคการเมืองใดรวบรวมคะแนนเสียงของสมาชิกผู้แทนราษฎรได้เกิน 250 เสียง ย่อมมีความชอบธรรมที่จะได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเข้ามาบริหารประเทศตามเจตจำนงของประชาชนเสียงข้างมาก ตามหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนประเด็นนโยบายของพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนนั้น เป็นเพียงนโยบายของพรรคที่เสนอต่อประชาชน ใช่เหตุที่จะนำมาเป็นเงื่อนไขในการที่จะลงคะแนนเสียงนายกรัฐมนตรีไม่"
- จดหมายเปิดผนึกจาก PUBAT
สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ออกแถลงการณ์ถึง ส.ว. เช่นกัน
สำหรับข้อเรียกร้องของ PUBAT มีทั้งหมด 2 ข้อ ซึ่งลงนามโดยนายสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมฯ ประกอบด้วย
- ขอให้ยึดในหลักการประชาธิปไตยอันเป็นสากลโลกยึดถือ คือพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงอันดับหนึ่ง มีหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล รวมเสียงข้างมากให้ได้ เพื่อให้มีความชอบธรรมในการบริหารของประเทศ
- ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลเสียงข้างมาก ได้จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดตามครรลองประชาธิปไตยเพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้เดินหน้าต่อไปผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน
หลังจากที่ PUBAT ออกแถลงการณ์ดังกล่าวนายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งคำถามต่อท่าทีดังกล่าวของ PUBAT ว่าเหมาะสมหรือไม่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Kasemsant AEC" ซึ่งมีผู้ติดตามราว 4.61 แสนรายว่า
"เมื่อ #pubat ยอมละทิ้งวัตถุประสงค์สำคัญ หันมายุ่งเกี่ยวการเมือง (ข้อ4) เชียร์ #ก้าวไกล ออกหน้าออกตา มันถูกต้องแล้วหรือ?"
พร้อมกับโพสต์วัตถุประสงค์ข้อที่ 4 ที่ระบุว่า "ทำการติดต่อประสานงานกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และสมาคมผู้จำหน่ายหนังสือ สมาคมและสถาบันต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และส่งเสริมงานและความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง"
10 ก.ค.
ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เรียกความเชื่อมั่นในประชาธิปไตยของสมาชิกวุฒิสภาสายแพทย์ ทั้ง 12 คน ในการโหวตเลือกให้พรรคที่ได้อันดับ 1 ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามครรลองประชาธิปไตย

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ชมรมแพทย์ชนบท
1 ก.ค.
สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) และองค์กรเครือข่ายผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ออกแถลงการณ์ ส.ค.ท. ที่ 007/2566 เรื่อง เรียกร้องให้ ส.ส. 500 คน ได้แสดงตนตามเอกสิทธิ์แห่งครรลองประชาธิปไตยสากล โดยเคารพฉันทานุมัติจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน








