อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาต่อเนื่อง หลัง UNSC ผ่านมติเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ที่มาของภาพ, EPA
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา ขณะที่การทิ้งระเบิดของอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไปจนถึงดึกของวันศุกร์ (22 ธ.ค.)
การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อค่ายผู้ลี้ภัยนูเซรัต ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของฉนวนกาซา คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 18 ราย ตามรายงานของสื่อปาเลสไตน์
นอกจากนี้ยังทำลายโรงบำบัดน้ำในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาด้วย
ขณะที่ผู้ลี้ภัยในค่ายบูเรอิจได้รับคำสั่งจากกองทัพอิสราเอลให้อพยพลงสู่ใต้ทันทีเพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"เราควรไปที่ไหน" ไซอัด แพทย์ ผู้เป็นพ่อของลูก 6 คน บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ "ไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัยสักแห่ง"
วาลา อัล-เมดินี ผู้พลัดถิ่นอีกราย กล่าวว่า เธอได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีใส่หมู่บ้านของเธอในเมืองกาซา ซิตี และต้องใช้รถเข็น
“นี่ไม่ใช่ชีวิตแล้ว ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ไม่มีอะไรเลย” เธอกล่าวกับเอเอฟพี
สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ระบุว่า มีการโจมตีทางอากาศใกล้กับโรงพยาบาลอัล-อามาล ในเมืองข่านยูนิส
แพทย์ไร้พรมแดนระบุผ่านเอ็กซ์ว่า "การโจมตีตามอำเภอใจ" ของอิสราเอลต่อฉนวนกาซา "ทำให้ทางตอนเหนือของแถบนี้กลายเป็นกองซากปรักหักพัง" และยังเสริมด้วยว่า ในโรงพยาบาลอัล-นัสเซอร์ในเมืองข่านยูนิส “ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเกือบทุกวัน”

ที่มาของภาพ, ANADOLU
โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (World Food Programme - WFP) ระบุว่า 1 ใน 4 ของครัวเรือนทั้งหมดในฉนวนกาซา หรือราว 500,000 คน กำลังเผชิญกับ "หายนะจากภาวะหิวโหย" โดยอาหารและน้ำกำลังจะหมด
อิสราเอลเริ่มโจมตีใส่ฉนวนกาซา หลังจากนักรบติดอาวุธฮามาสบุกจู่โจมแบบไม่คาดคิดเมื่อ 7 ต.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ราย และจับคนอีกกว่า 240 รายเป็นตัวประกัน ซึ่งมีทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างประเทศ
ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซามีมากกว่า 20,000 ราย และบาดเจ็บ 50,000 ราย ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขกาซาที่ดำเนินการโดยกลุ่มฮามาส
กองทัพอิสราเอลแสดงความเสียใจต่อการสังหารพลเรือน แต่กล่าวโทษกลุ่มฮามาสที่ปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น หรือใช้ประชาชนเป็นโล่ห์มนุษย์ ซึ่งกลุ่มฮามาสปฏิเสธ
มติ UNSC ให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ผ่านข้อมติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสงครามอิสราเอล-ฮามาสเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ปลอดภัย ไม่ถูกกีดขวาง และเพิ่มขึ้น หลังมีการเลื่อนการลงมติหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในการลงมติครั้งล่าสุดเมื่อ 22 ธ.ค. รัสเซียและสหรัฐฯ งดออกเสียง ขณะที่อีก 13 ชาติสมาชิกลงมติเห็นด้วย รวมถึงสหราชอาณาจักรซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับมติที่คล้ายกัน
อย่างไรก็ตามข้อมติที่ผ่านความเห็นชอบในครั้งนี้ ไม่ได้บรรจุข้อเรียกร้องให้หยุดสงครามในทันที
ข้อมติที่ได้รับความเห็นชอบนี้ยังเรียกร้องให้มีการตั้งผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น เพื่อดูแลและตรวจสอบความช่วยเหลือของประเทศที่ 3 ต่อฉนวนกาซา รวมถึงสนับสนุนให้สร้างเงื่อนไข “เพื่อหยุดยั้งการทำสงครามอย่างยั่งยืน”

ที่มาของภาพ, Reuters
สำหรับปฏิกิริยาหลัง UNSC ผ่านมติดังกล่าว กลุ่มฮามาสกล่าวโจมตีว่า “เป็นขั้นตอนที่ไม่เพียงพอ” ที่จะสนองตอบความต้องการด้านมนุษยธรรมของประชาชนในฉนวนกาซา และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าทำงานหนักเพื่อ “ทำให้ข้อมตินี้ขาดสาระสำคัญ”
ด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลคือปัญหาที่แท้จริงของการส่งความช่วยเหลือเข้าไปในฉนวนกาซา พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในทันที











