สามตัวประกันอิสราเอลที่ถูกทหารยิงพลาด เขียนข้อความขอความช่วยเหลือด้วยเศษอาหาร

ที่มาของภาพ, Israel Defense Forces
ตัวประกันชาวอิสราเอลที่ถูกทหารจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ยิงพลาดจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้ใช้อาหารเหลือเขียนข้อความส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
ตัวประกันชาวอิสราเอล 3 ราย ได้แก่ โยธาม ฮาอิม อายุ 28 ปี, ซาเมอร์ ทาลาลกา อายุ 22 ปี และ อาลอน ชามริซ อายุ 26 ปี ถูกยิงเสียชีวิตที่ย่านเชไจยา (Shejaiya) ในฉนวนกาซา เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค.
ไอดีเอฟแถลงรายละเอียดของตัวประกันที่ถูกยิงพลาดว่า พวกเขาหลบอยู่ในอาคารข้าง ๆ จุดที่ถูกยิงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง พร้อมกับยอมรับว่า การยิงผู้ที่ถือธงขาวเป็นการละเมิดกฎการปะทะ
อิสราเอลกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการเจรจาขอปล่อยตัวประกันจากกลุ่มฮามาส เชื่อว่าขณะนี้ยังมีตัวประกันอีก 120 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งถูกจับไปตั้งแต่วันที่ฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค.
เหตุโจมตีอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,200 คน หลังจากนั้นอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้เพื่อทำลายกลุ่มฮามาส ขณะที่ผลจากการสู้รบ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาแล้วกว่า 18,000 คน จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขในกาซา และมีพลเรือนพลัดถิ่นฐานนับแสนคน
ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลคนหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่า กลุ่มตัวประกันทั้ง 3 คน แสดงตัวเดินออกมาจากตึกดังกล่าว พวกเขาไม่สวมเสื้อ และถือท่อนไม้ที่พันด้วยเสื้อผ้าสีขาว จากนั้นทหารอิสราเอลคนหนึ่งรู้สึกว่าถูกคุกคาม เมื่อกลุ่มชายทั้งสามเดินเข้ามาใกล้ในระยะหลาย 10 เมตร ทหารคนดังกล่าวตะโกนว่าพวกเขาเป็น "ผู้ก่อการร้าย" และเริ่มเปิดฉากยิง ชายกลุ่มดังกล่าวเสียชีวิตทันที 2 ราย อีกรายบาดเจ็บและหนีเข้าไปในตึก

ที่มาของภาพ, HOSTAGE AND MISSING FAMILIES FORUM
เจ้าหน้าที่ทางการอิสราเอลกล่าวต่ออีกว่า ชายที่ได้รับบาดเจ็บร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเป็นภาษาฮิบรู ทำให้ผู้บัญชาการกองพันสั่งให้ทหารหยุดยิง ต่อมาตัวประกันที่ได้รับบาดเจ็บปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้ง ก่อนถูกยิงจนเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ตัวประกันกลุ่มนี้ถูกผู้ที่จับตัวมาทิ้งไว้ หรือว่าพวกเขาหนีเอาชีวิตรอดออกมาเอง
เมื่อวันอาทิตย์ ทหารของกองกำลังไอดีเอฟ ได้เปิดปฏิบัติการค้นตึกบริเวณที่เกิดเหตุ การเข้าค้นทำให้พบข้อความที่เขียนว่า "SOS" และ "ช่วยด้วย ตัวประกัน 3 คน" ถูกเขียนอยู่บนผ้าผืนหนึ่ง ทำให้สันนิษฐานได้ว่าพวกเขาหลบอยู่ในตึกดังกล่าวมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว
หลังจากสิ้นสุดข้อตกลงพักรบชั่วคราวระหว่างอิสราเอลและฮามาสในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ครอบครัวของตัวประกันได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลเจรจาการหยุดยิงรอบใหม่เพื่อให้ตัวประกันที่เหลือได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ หลังจากข้อตกลงรอบแรกมีการปล่อยตัวประกันออกมากว่า 100 คน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลคุมขังไว้
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล บอกปัดข้อเรียกร้องนี้ โดยยืนยันว่า "การกดดันทางทหารยังมีความจำเป็นทั้งเพื่อการนำตัวประกันกลับมาและเพื่อชัยชนะ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ตัวประกันคนไทย เผยช่วงเวลาถูกคุมขังพร้อมตัวประกันอิสราเอลทั้ง 3 คน
วิเชียร เต็มทอง แรงงานไทยวัย 27 ปี และเป็น 1 ใน 23 ตัวประกันชาวไทยที่ได้รับการปล่อยตัวและได้กลับสู่ประเทศไทยแล้ว บอกกับบีบีซีว่า เขารู้สึกช็อกและเสียใจ เมื่อรู้ข่าวว่าตัวประกันชาวอิสราเอล 3 ราย ถูกยิงเสียชีวิตจากความผิดพลาดของทหาร
วิเชียร ซึ่งเพิ่งไปทำงานอิสราเอลได้เพียง 10 วัน ก่อนฮามาสโจมตี เล่าว่า เขาโดนจับจากเขตคิบบุตซ์ คฟาร์ อาซาร์ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ถูกจับตัวไปตอนนั้นพร้อมกับชาวอิสราเอล 3 คน
วิเชียรเล่าว่า เขาถูกคุมขังพร้อมกับชาวอิสราเอล 3 คนนี้เป็นเวลาเกือบ 50 วัน ชาวอิสราเอลโดนจับมาพร้อมเขาก่อน 2 คน ส่วนอีกคนถูกจับมาในวันที่สาม เขายังจำชื่อทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเป็น โยธามที่ทำท่าตีกลองเพื่อสื่อสารให้วิเชียรรู้ว่าเขาเป็นนักดนตรี รวมทั้ง อาลอน และแซมมี
"เราพูดคุยด้วยภาษาของเราเองไม่ได้ ส่วนมากเราจะใช้ภาษามือ และใช้วิธีวาดภาพเพื่อสื่อสาร"
แรงงานไทยที่รอดชีวิตกลับมารายนี้บอกด้วยว่า พวกเขาทั้ง 4 คน มักจะชูมือเป็นสัญลักษณบอกกันให้ "สู้ต่อไป" ทุกวัน เพื่อสร้างกำลังใจให้กันเอง เขาเล่าด้วยว่า ขณะที่เขารอดจากการถูกทุบตีในที่กักกัน ตัวประกันอิสราเอลกลับถูกคนที่คุมตัวฟาดด้วยสายไฟ
ส่วนการกินการอยู่ วิเชียรเปิดเผยว่า เขาและชาวอิสราเอลอีก 3 คน ได้ขนมปังกินวันละ 1 ครั้ง ในช่วง 40 วันแรกที่ถูกจับตัวไปไว้ในอุโมงค์แห่งที่หนึ่ง หลังจากนั้นพอถูกย้ายตัวไปที่อุโมงค์แห่งที่สอง พวกเขาได้ขนมปังมา 1 แถวเพื่อแบ่งกันกิน
วิเชียรบอกด้วยว่า เมื่อตนรู้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา เขาได้สวมกอดอำลากับตัวประกันชาวอิสราเอลกลุ่มนี้ด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters
ขณะเดียวกัน ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บของชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก ทำให้นานาชาติกดดันอิสราเอลหนักขึ้น ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของอิสราเอล
เมื่อวันอาทิตย์ นางแคทเธอรีน โคลอนนา รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ได้เดินทางไปที่อิสราเอล พร้อมกับเรียกร้องให้มีการพักรบทันทีและยืดเวลาการพักรบให้นานขึ้น แต่เอลี โคเฮน รัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอล บอกว่า การหยุดยิงจะเป็นความผิดพลาดและบอกว่ามันจะเป็น "ของขวัญให้กับฮามาส"
ด้านสหราชอาณาจักรและเยอรมนี เรียกร้องให้มีการ "หยุดยิงที่ยั่งยืน" เช่นกัน โดยต้องดำเนินการทันที
สถานการณ์ล่าสุดในฉนวนกาซา พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกทำลายจากการโจมตีทิ้งระเบิดของอิสราเอล และสหประชาชาติได้ออกมาเตือนถึงหายนะทางมนุษยธรรม จากการขาดแคลนสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานในวงกว้าง ความอดอยากขาดแคลนทำให้พลเรือนในกาซาถึงกับปีนรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ โดยภาพนี้แพร่หลายในโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันอิสราเอลก็สู้รบอย่างไม่ลดละ กองกำลังไอดีเอฟเผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็นอุโมงค์ใหญ่ที่สุดที่ฮามาสใช้โจมตีในขณะนี้ ซึ่งบางจุดมีความกว้างพอที่รถยนต์จะแล่นผ่านได้ และมีความยาวราว 400 เมตร ตั้งแต่ชายแดนอีเรซและข้ามมายังเขตแดนอิสราเอล











