ทำไมการปิดฉากของสวนเสือ จ.มุกดาหาร อาจไม่สะเทือนเครือข่ายค้าเสือข้ามชาติในไทย

Salaman in the rescue day

ที่มาของภาพ, Amy Jones/ Wildlife Friends Foundation Thailand

คำบรรยายภาพ, สภาพของ ซาลามัส เสือโคร่งเพศเมียวัยกว่า 20 ปี ที่ถูกช่วยเหลือจาก "มุกดาสวนเสือและฟาร์ม"
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

มุกดาสวนเสือและฟาร์มเป็นสวนสัตว์ที่ตั้งอยู่ใน จ.มุกดาหาร แต่กลับไม่เคยเปิดให้ประชาชนทั่วไปซื้อตั๋วเข้าชมพื้นที่ด้านในเลยสักครั้ง ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตว่าทางสวนสัตว์สามารถดำเนินกิจการอยู่ได้อย่างไรในเมื่อต้นทุนการดูแลเสือกว่า 50 ตัว ไม่รวมสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ คิดเป็นเงินจำนวนไม่น้อยกว่า 5 แสนบาทต่อเดือน

ในปี 2562 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าตรวจสอบสวนเสือแห่งนี้ และพบหลักฐานว่าซากเสือไม่ตรงกับบัญชีที่แจ้งต่อกรมอุทยานฯ นอกจากนี้ ลูกเสือจำนวน 6 ตัวที่อ้างว่าเกิดจากพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ของสวนเสือ กลับมีผลตรวจตัวอย่างสารพันธุกรรมที่ชี้ว่าไม่น่าจะมีเสือตัวใดในมุกดาสวนเสือฯ เลย ที่เป็นพ่อเสือหรือแม่เสือของลูกเสือทั้ง 6 ตัวดังกล่าว

คดีความต่าง ๆ ยืดเยื้อมาจนถึงปี 2565 โดยทางกรมอุทยาน ฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตสวนสัตว์สาธารณะเมื่อปี 2564 ต่อมาเจ้าของสวนเสือได้เสียชีวิตลงเมื่อเดือน ก.พ. 2566 ถือเป็นการปิดฉากสวนเสือแห่งนี้ลงอย่างถาวร

บีบีซีไทยติดตามชะตากรรมเสือกว่า 50 ชีวิตในสวนสัตว์แห่งนี้ว่าเป็นเช่นไร รวมถึงสำรวจดูว่าตำแหน่งแห่งหนของมุกดาสวนเสือฯ ที่กำลังหายไปจากแผนที่ในเวลานี้ ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายค้าเสือข้ามชาติในไทยหรือไม่

เข้าช่วยเหลือเสือโคร่งในมุกดาสวนเสือและฟาร์ม

“ตลอดชีวิตการทำงานของผม เมื่อต้องไปช่วยเหลือสัตว์ต่าง ๆ ผมมักจะคิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องอยู่ในสภาพที่แย่มากอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับผมเลย แต่สำหรับเสือที่มุกดาฯ มัน...” นายเอ็ดวิน วีก ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ใน จ.เพชรบุรี ส่ายหน้าและพูดไม่จบประโยคเมื่อพูดถึงสภาพของเสือโคร่ง (ชื่อวิทยาศาสตร์ Panthera tigris) และ เสือดาวหรือเสือดำ (ชื่อวิทยาศาสตร์ Panthera pardus) ที่อยู่ในมุกดาสวนเสือและฟาร์ม จ.มุกดาหาร

นายเอ็ดวินได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ขนย้ายเสือในมุกดาสวนเสือฯ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ เป็นผู้คัดกรองเสือที่มีอาการป่วยและไม่แข็งแรงจำนวน 15 ตัว เพื่อส่งต่อให้มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าในฐานะสถานพยาบาลสัตว์ป่าเป็นผู้ดูแล ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเสือโคร่ง 12 ตัว และเสือดาว 3 ตัว

ข้อมูลจากนายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ บอกว่า มุกดาสวนเสือถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตั้งแต่ปี 2564 แต่นายสมดิษฐ์ ธรรมเวช เจ้าของ ไม่ได้จำหน่ายหรือโอนสัตว์ป่าที่ครอบครองภายใน 1 ปี นับตั้งแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต และไม่ประสงค์ส่งมอบให้กรมอุทยานฯ ด้วยเช่นกัน

ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องยึดเสือทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมกับดำเนินคดีนายสมดิษฐ์ฐานครอบครองเสือโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เขากลับเสียชีวิตลงเมื่อต้นปี 2566 โดยทายาทไม่ประสงค์ดูแลเสือต่อ รวมถึงไม่สืบทอดกิจการสวนเสือของบิดา

rescue day

ที่มาของภาพ, Amy Jones/ Wildlife Friends Foundation Thailand

คำบรรยายภาพ, การขนย้ายเสือจากมุกดาสวนเสือฯ ไปรักษาตัวที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า

ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า เล่าว่า เสือเกือบทั้งหมดในมุกดาสวนเสือฯ อยู่ในคอกขนาดประมาณ 4x5 เมตร ส่วนใหญ่เป็นเสือโตเต็มวัยอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ซึ่งยิ่งทำให้การขนย้ายเสือครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อพิจารณาจากระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร ระหว่างมุกดาสวนเสือฯ ใน จ.มุกดาหาร และมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ซึ่งอยู่ใน จ.เพชรบุรี

หนึ่งในเสือที่ถูกขนย้ายมารักษาตัวที่มูลนิธิฯ คือ เสือโคร่งที่ชื่อว่า ซาลามัส เพศเมีย อายุมากกว่า 20 ปี มันอยู่ในสภาพซูบผอม เดินแทบไม่ได้ ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ นายเอ็ดวินบอกว่านี่คือเสือโคร่งเพียงตัวเดียวที่เขาไม่ยอมวางยาสลบ “สภาพมันบอบบางมาก ๆ ผมกลัวว่า หากวางยาแล้วเขาจะไปเลย” ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะต้อนซาลามัสเข้าไปอยู่ในกรงขนย้ายเพื่อนำขึ้นรถพยาบาลได้

ท้ายที่สุด นายเอ็ดวินตัดสินใจเป็นผู้ขับรถพยาบาลคันดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยตลอดระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร เขาคอยสังเกตการณ์ผ่านกล้องภายในรถว่าซาลามัสยังมีสติอยู่หรือไม่ และประคองสภาพของมันจนมาถึงมูลนิธิฯ ใน จ.เพชรบุรี ได้

สภาพกรงเสือของมูลนิธิฯ มีขนาดกว้างกว่ากรงที่มุกดาสวนเสือฯ มาก โดยทุกกรงเชื่อมต่อกับสวนขนาดใหญ่ หรือที่เรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า yard (สวน) “คุณต้องเห็นซาลามัสที่มาถึงที่นี่ช่วงแรก ๆ นะ” นายเอ็ดวินบอกกับบีบีซีไทย “เขานั่งแล้วก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เหมือนไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้คืออะไร จากนั้นค่อย ๆ เริ่มเดินออกมาจากกรงทีละนิด ๆ แต่เดินได้ไม่นานก็ต้องนอนลง เพราะเหมือนเขายังเจ็บขากับสะโพก ยังมีอาการบาดเจ็บทุกครั้งเวลาเดินลงน้ำหนัก”

Rambo in the new cage at WFFT

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, เสือที่ถูกช่วยเหลือจากมุกดาสวนเสือฯ ถูกย้ายไปมายังมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า
feeding salamas

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, สัตวแพทย์แบ่งอาหารของซาลามัสออกเป็น 4 มื้อย่อย เพื่อให้ร่างกายของมันค่อย ๆ ปรับตัว

ปัญหาของทีมสัตวแพทย์คือพวกเขายังไม่สามารถตรวจสภาพเสือแต่ละตัวได้อย่างละเอียด การย้ายเสือทำให้พวกมันเครียด และต้องใช้เวลาอย่างมากกว่าเสือแต่ละตัวจะผ่อนคลายและเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม ปัจจุบัน สัตวแพทย์แบ่งอาหารของซาลามัสออกเป็น 4 มื้อย่อย เพื่อให้ร่างกายของมันค่อย ๆ ปรับตัว ขณะที่เสือตัวอื่น ๆ ได้กินเนื้อสัตว์สดวันละมื้อร่วมกับอาหารเสริมตามคำสั่งของสัตวแพทย์

“ผมไม่เห็นด้วยที่เสือมีสภาพแย่ขนาดนี้นะ แต่ผมเข้าใจเขา” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่ากล่าวถึงทายาทนายสมดิษฐ์ที่เข้ามาจัดการเสือจำนวนกว่า 50 ตัวภายในมุกดาสวนเสือฯ เป็นระยะเวลาสั้น ๆ หลังบิดาเสียชีวิตลง โดยการดูแลเสือ 1 ตัวมีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหารที่เดือนละประมาณ 10,000 บาทต่อตัวขึ้นไป ดังนั้น สวนเสือต้องมีเงินสำรองสำหรับค่าอาหารต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งนายเอ็ดวินมองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าในอนาคตด้วยเช่นกัน

ล่าสุด เหลือเสือโคร่งและเสือดาวจำนวนรวมกัน 36 ตัวที่ยังอยู่ที่มุกดาสวนเสือฯ และอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมอุทยานฯ ว่าจะทำอย่างไรกับพวกมัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะนำไปฝากไว้กับสวนสัตว์สาธารณะที่มีความพร้อม ภายใต้เงื่อนไขว่าห้ามนำเสือชุดดังกล่าวไปเพาะเลี้ยง

meat for tiger

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลเสือแต่ละตัวอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน

คดีก่อนหน้านี้

“ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติ ที่จะมีสวนเสือตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ในที่ที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมหรือถ่ายรูปกับเสืออย่างที่หลายแห่งทำกัน มันเลยน่าสงสัยว่าคุณมีรายได้จากไหน หากคุณเป็นสวนสัตว์สาธารณะ แต่ไม่เคยเปิดขายตั๋วให้กับคนภายนอก” นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ บอกกับบีบีซีไทย ซึ่งข้อมูลที่ระบุว่ามุกดาสวนเสือฯ ไม่เคยเปิดบริการให้คนทั่วไปเข้าชม ได้รับการยืนยันจากนายเผด็จด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์เป็นหัวหน้าทีมพญาเสือซึ่งเป็นชุดปราบปรามของกรมอุทยานฯ พร้อมกับดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.มุกดาหาร ด้วย

เขาเล่าย้อนว่าประมาณปี 2558-59 ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ดิษฐ์วิไลสวนเสือ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นสวนเสือเดิมของนายสมดิษฐ์ อาจลักลอบนำเสือเข้าออกประเทศผ่านชายแดนไทย-มาเลเซีย แต่เมื่อไปตรวจสอบพบว่าสวนเสือดังกล่าวย้ายกิจการไปยังมุกดาสวนเสือฯ จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ปี 2556 พร้อมกับขนย้ายเสือโคร่ง 28 ตัว เสือดาว 8 ตัว ไปด้วย ทำให้ไม่มีหลักฐานว่าสวนเสือแห่งนี้กระทำความผิดหรือไม่ แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่าสถานที่ตั้งของสวนเสือทั้ง 2 แห่ง ดูมีนัยแอบแฝง

“ด้วยประสบการณ์ เราเห็นว่าจะมีเพื่ออะไร จากใต้สุดมาอีสานสุด แล้วติดพรมแดนเลย เหมือนพร้อมออกไปทั้ง 2 ฝั่ง”

Somdit tiger farm map

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ที่ตั้งสวนสัตว์สาธารณะที่ขออนุญาตโดยนายสมดิษฐ์ ธรรมเวช ทั้ง 2 แห่ง

ด้านนายเผด็จ บอกว่า ทางกรมอุทยานฯ เข้าไปตรวจสอบสวัสดิภาพสัตว์ในมุกดาสวนเสือฯ หลายครั้ง และแจ้งให้เจ้าของปรับปรุงสถานที่เลี้ยงมาโดยตลอด พร้อมกับจี้ให้เปิดบริการตามที่ขออนุญาตเป็นสวนสัตว์สาธารณะ แต่ทางสวนเสือไม่ได้ให้ความร่วมมือมากนัก จนกระทั่ง “จุดแตกหัก” มาถึง

ในปี 2562 นายชัยวัฒน์ในฐานะ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกิจการสวนเสือที่ จ.มุกดาหาร แห่งนี้ หลังพบว่าไม่เปิดกิจการให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม จากการตรวจสอบพบซากเสือโคร่ง เช่น หัวและหนัง ถูกเก็บรักษาไว้ภายในสวนสัตว์

“เขาบอกว่าเป็นหนังของเสือที่ย้ายมาจาก จ.ปัตตานี แต่เมื่อเทียบกับภาพถ่ายแล้วลายก็ไม่ตรงกัน” นายชัยวัฒน์บอกกับบีบีซีไทย

tiger skin is not match with the photo

ที่มาของภาพ, กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ

คำบรรยายภาพ, นายชัยวัฒน์ (ขวามือ) ขณะกำลังตรวจสอบหนังเสือที่พบว่าลายไม่ตรงกันกับภาพถ่ายของเสือในมุกดาสวนเสือฯ
6 tiger cubs

ที่มาของภาพ, กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ

จากผลการตรวจสอบตัวอย่างสารพันธุกรรมหรือ DNA ยังระบุว่า มีลูกเสือโคร่งจำนวน 6 ตัว ชื่อว่า ข้าวยำ ข้าวกล่ำ ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวเม่า และข้าวเปลือก ไม่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมกับเสือโคร่งตัวใดเลยในมุกดาสวนเสือฯ แม้ว่าทางมุกดาสวนเสือฯ เคยแจ้งว่าทั้งหมดเป็นลูกเสือที่เกิดขึ้นจากเสือพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่อยู่ในสวนเสือดังกล่าวก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดและอายัดลูกเสือโคร่งทั้งหมด พร้อมกับพักใบอนุญาตสวนสัตว์สาธารณะ และตั้งข้อหานายสมดิษฐ์ฐานครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตสวนสัตว์สาธารณะในเวลาต่อมา

มุกดาสวนเสือฯ เอี่ยวเครือข่ายค้าเสือข้ามชาติหรือไม่

จนถึงวันนี้ ที่มาของลูกเสือโคร่งทั้ง 6 ตัวในมุกดาสวนเสือฯ ก็ยังคงเป็นปริศนา ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าพ่อแม่ของพวกมันคือเสือตัวใดและมาจากไหน

นายชัยวัฒน์ ออกตัวว่าเขาไม่ได้ปรักปรำมุกดาสวนเสือฯ แต่จากข้อมูลการข่าวที่ได้จากการสืบสวนสอบสวนชี้ว่าสวนเสือแห่งนี้ “เหมือนจุด Corridor (แนวระเบียง) ที่ใกล้กับจุดไหน นายห้างใหญ่ ๆ ก็จะเอาของไปพักตามแนว corridor ในจังหวัดภูมิภาคต่าง ๆ” ดังนั้น การปิดตัวลงของมุกดาสวนเสือฯ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ค้าเสือรายใหญ่ เพราะยังมีสวนเสือขนาดเล็กตามจังหวัดต่าง ๆ เป็นที่พักเสือ ก่อนนำออกไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และสำหรับเขา “สมดิษฐ์ ไม่ใช่ [พ่อค้าเสือรายใหญ่]” หากดูจากข้อมูลล่าสุดที่ระบุว่าผู้ค้าเสือข้ามชาติรายใหญ่ในไทยมีจำนวนอย่างน้อย 3 คน

“ถ้าพูดแบบแฟร์ ๆ คุณสมดิษฐ์ไม่ได้ค้าเสือเถื่อนนะ เขาเป็นคนดูแลเสือในระดับหนึ่ง จะให้ฉายานามว่าคุณสมดิษฐ์เป็นผู้ค้า[เสือ]โคร่งถูกกฎหมายหรือไม่ถูกกฎหมาย ผมไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าบอกในมุมมืด มุมที่เรากำลังคุยว่ามันเป็นเสือจากการลักลอบผิดกฎหมาย คุณสมดิษฐ์ยังไม่ถึง มีใหญ่กว่าคุณสมดิษฐ์อีก” นายชัยวัฒน์ บอกกับบีบีซีไทย

ทั้งนี้ บีบีซีไทยได้ติดต่อทายาทของนายสมดิษฐ์เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่บิดาถูกพาดพิงดังกล่าว แต่เจ้าตัวปฏิเสธการให้สัมภาษณ์

Adult tiger

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ข้อมูลของ Wildlife Justice Commission ระบุว่า เสือโคร่งโตเต็มวัยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 900,000 - 2,000,000 บาท

ไทยยังเป็นแหล่งค้าเสือข้ามชาติของภูมิภาค

ข้อมูลจากรายงานฉบับล่าสุดของ Wildlife Justice Commission องค์กรต่อต้านเครือข่ายอาชญากรรมค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน พ.ย. 2566 ระบุว่า ฟาร์มเสือโคร่งหรือสวนเสือในประเทศลาว ไทย และเวียดนาม เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการอยู่รอดของเสือโคร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงแม้ว่ามีบางคนอ้างว่าฟาร์มเสือโคร่งช่วยส่งเสริมการเพาะพันธุ์และสนับสนุนงานด้านอนุรักษ์ แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น เพราะมันทำให้เกิดอุปสงค์และอุปทานค้าเสือผิดกฎหมายซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ลูกเสือมีชีวิตส่วนใหญ่มาจากประเทศลาวและไทย ส่วนฟาร์มเสือในลาวเป็นแหล่งฟอกเสือและชิ้นส่วนต่าง ๆ ส่งขายลูกค้าชาวจีนและชาวเวียดนาม ด้านฟาร์มเสือในประเทศเวียดนามซึ่งดำเนินการโดยเครือข่ายอาชญากรรม มักนำเข้าเสือมีชีวิตและไม่มีชีวิตจากประเทศลาวและไทย

ทั้งนี้ การฟอกเสือ คือ การนำเสือที่ได้มาด้วยวิธีการผิดกฎหมายเข้ามาไว้ในฟาร์มหรือสวนสัตว์สาธารณะ เพื่อแอบอ้างว่าเป็นเสือที่มีที่มาถูกต้อง

ลูกค้าส่วนใหญ่ของฟาร์มเสือในเวียดนามเป็นชาวเวียดนามและชาวจีนที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งมักลงมือเลือกเสือที่จะฆ่าด้วยตัวเองเพื่อนั่งชมขั้นตอนการชำแหละ นอกเหนือจากเรื่องความเชื่อว่าอวัยวะของเสือมีสรรพคุณทางยาตำรับแผนโบราณจีน หรือความเชื่อเรื่องโชคลาง ของขลัง เป็นต้น

โดยทาง Wildlife Justice Commision ได้ข้อมูลจากหน่วยสืบราชการลับมาอีกทีว่า กลุ่มอาชญากรในเวียดนามมีโรงชำแหละและโกดังหลายแห่งในเมืองห่าติ๋ญและกรุงฮานอย ขณะที่เมืองม้องก๊ายเป็นจุดส่งออกไปยังประเทศจีน

การทุจริตและคอร์รัปชันช่วยเอื้อให้การค้าและขนส่งเสือผ่านจุดข้ามแดนระหว่างประเทศทำได้โดยสะดวก นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มอาชญากรยังเข้าถึงบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง เช่น เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง

ด้านนายชัยวัฒน์ บอกว่า การนำเสือโคร่งออกจากไทยไปยังประเทศลาวและเวียดนาม มักดำเนินการโดยผู้ค้าชาวเวียดนามซึ่งเป็นมืออาชีพ ภายใต้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ไทยที่ทุจริต เนื่องจากผลตอบแทนสูงจากมูลค่าของเสือ ซึ่งหากเป็นเสือมีชีวิตจะมีราคามากกว่า 10 ล้านบาท พร้อมกับยืนยันว่า “ยังมีการล่าเสือจากป่าธรรมชาติทุกวัน”

ขณะที่ข้อมูลของ Wildlife Justice Commission ระบุว่า เสือโคร่งโตเต็มวัยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 900,000 - 2,000,000 บาท ส่วนลูกเสือมีราคาอยู่ที่ประมาณ 260,000 - 610,000 บาท

captive tiger

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ประเทศไทยมีเสือโคร่งในกรงเลี้ยงจำนวน 1,248 ตัว จากสวนสัตว์ 28 แห่ง

จากข้อมูลของกรมอุทยานฯ ระบุว่า มีสวนสัตว์สาธารณะ 28 แห่งทั่วประเทศที่มีเสือโคร่งอยู่ในการครอบครอง คิดเป็นจำนวนเสือโคร่งในกรงเลี้ยงทั้งหมด 1,248 ตัว

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า บอกว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงจากนโยบายปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของไทย ต่อเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สวนสัตว์สาธารณะจำนวนมากปิดกิจการลง ส่งผลให้จำนวนสวนเสือลดลงเกือบครึ่งในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว และด้วยการตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มข้นถึงระดับ DNA ของเสือแต่ละตัว ทำให้ธุรกิจสีเทาที่แอบแฝงกับสวนเสือต่าง ๆ ลดลงตามไปด้วย

ปัจจุบัน การเพาะพันธุ์เสือโคร่งต้องขอความเห็นชอบมายังกรมอุทยานฯ ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินว่า ผู้ขอเพาะพันธุ์มีสถานที่รองรับเสือที่มีอยู่เดิมและเสือที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่เพียงพอและดีต่อสวัสดิภาพของสัตว์หรือไม่ โดย ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า บอกว่า เป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่ทางกรมอุทยานฯ จะเห็นชอบ เนื่องจากต้องการควบคุมจำนวนเสือในกรงเลี้ยงมากกว่า

“ในเมื่อธุรกิจคุณหากินกับสัตว์ คุณก็ต้องดูแลสัตว์ทุกตัวให้ดี ไม่ใช่เอาเสือแก่ ๆ ไปกองสุมอยู่ในหลืบที่ไม่มีใครมองเห็น เพราะมันทำงานไม่ได้แล้ว ไม่น่ารักแล้ว แต่พยายามเพาะลูกเสือออกมาให้คนถ่ายรูปเล่น เพื่อขายความน่ารักอย่างเดียว แบบนี้มันไม่ใช่” นายเผด็จกล่าว แต่เขายอมรับว่ามาตรการนี้ยังไม่สามารถป้องกันการเพาะเลี้ยงเสือในกรงได้ 100% เพราะสวนเสือบางแห่งอ้างว่าเสือผสมพันธุ์กันเอง และสุดท้ายก็มีลูกเสือเพิ่มขึ้นมา

ด้าน ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เสนอว่า ไม่ควรอนุญาตให้เพาะเลี้ยงเสือในกรง ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เพื่อควบคุมจำนวนเสือในกรงเลี้ยงให้ลดลง แต่ถ้าหากสวนสัตว์ต้องการเสือไปจัดแสดง ก็ให้นำเสือที่อยู่ในศูนย์ช่วยเหลือสัตว์และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ จำนวนรวมกันทั้งหมด 114 ตัว ไปดูแลแทน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเสือโคร่งเหล่านี้เป็นของกลางจากคดีค้าสัตว์ป่า

Tiger population in Thailand

ที่มาของภาพ, BBC Thai

A tourist seen taking pictures next to a tiger cub in the tourist attraction 'Tiger Kingdom' on September 21, 2019 in Chiang Mai

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกับเสือโคร่ง

ขณะที่นายเอ็ดวิน บอกว่า ถึงแม้ไทยยังเป็นแหล่งค้าเสือข้ามชาติของภูมิภาค แต่ไทยเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถเพิ่มจำนวนประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติสำเร็จ ส่งผลให้ปัจจุบันมีเสือโคร่งในป่าธรรมชาติกว่า 200 ตัว โดยเฉพาะในเขตผืนป่าตะวันตก จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 80 ตัว

“จริงอยู่ว่าประเทศไทยดังเรื่องนำเสือมาถ่ายรูปเซลฟี่กับคน เป็นประเทศที่นรก ทำไมคนไทยร้ายแบบนี้ นี่คือความเห็นบนเฟสบุ๊กที่ผมเห็นทุกวันแล้วผมไม่ชอบ ในเวลาเดียวกัน เรื่องการอนุรักษ์เสือของไทยเป็น success story (เรื่องราวที่ประสบผลสำเร็จ) ที่ 1 ของเอเชียนะ ซึ่งเป็นเรื่องน่าประทับใจ” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า กล่าว