ชาวเกาหลีใต้เกือบ 60 คนถูกส่งตัวกลับจากกัมพูชาหลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์

A group of people in masks and handcuffs are accompanied by police through an airport.

ที่มาของภาพ, NEWS 1

    • Author, ออตติลี มิทเชลล์
    • Role, บีบีซีนิวส์

ชาวเกาหลีใต้ 59 คนที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ถูกส่งตัวกลับประเทศแล้วในสภาพที่ถูกใส่กุญแจมือ

กลุ่มคนเหล่านี้เดินทางมาถึงสนามบินอินชอน เกาหลีใต้ เมื่อเช้าวันเสาร์ (18 ต.ค.) ซึ่งเป็นเวลาหลายวันหลังเกาหลีใต้ส่งคณะทำงานไปยังกัมพูชาเพื่อหารือเกี่ยวกับการลักพาตัวพลเมืองของประเทศไปยังศูนย์สแกมเมอร์

กลุ่มคนเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอีกราว 200,000 คน ซึ่งสหประชาชาติประเมินว่าถูกหลอกลวงให้เข้าร่วมขบวนการสแกมเมอร์ในพื้นที่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบางรายอาจหลงในคำโฆษณาชวนเช่ือด้วยสัญญาว่าจ้างที่การันตีรายได้ดี ขณะที่บางรายก็ถูกบังคับให้ทำ

เจ้าหน้าที่จากทางการเกาหลีใต้เดินทางถึงกัมพูชา หลังมีรายงานเหตุนักศึกษาชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกทรมาน และการตายของเขาก็เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ตามการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

ชาวเกาหลีใต้อีก 5 คนถูกเนรเทศออกจากประเทศเนื่องจากความผิดฐานอาญาอื่น ๆ

กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกจับกุมระหว่างการปราบปรามของทางการกัมพูชา ขณะที่อีก 5 คนได้เข้ามอบตัวและหลบหนีออกออกมาจากเครือข่ายเอง

หลังเดินทางถึงสนามบิน พวกเขาจะถูกควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการสอบสวนต่อไป

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้กล่าวว่า บุคคลเหล่านี้ถูกจับกุมบนเที่ยวบินเช่าเหมาลำไม่นานหลังจากเครื่องขึ้นบิน

ภายใต้กฎหมายของเกาหลีใต้ เครื่องบินของสายการบินแห่งชาติถือเป็นดินแดนของเกาหลีใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสามารถออกหมายจับได้

วี ซุง-ลัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ กล่าวว่า สมาชิกกลุ่มที่ถูกส่งตัวกลับประเทศมีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง "โดยสมัครใจและไม่สมัครใจ" ในการหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้

"พวกเขาส่วนใหญ่ควรได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้กระทำความผิดทางอาญา" นายวีกล่าว

การถูกนำตัวกลับประเทศครั้งนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดการด้านการทูตระดับสูงเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า เขาได้พบกับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เพื่อหารือเกี่ยวกับ "การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงทางออนไลน์"

"กัมพูชาและสาธารณรัฐเกาหลีจะยังคงเสริมสร้างความร่วมมือของเราเพื่อป้องกัน ปราบปราม และปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น" ฮุน มาเนตระบุ

การกลับมาของครกลุ่มนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากการปราบปรามของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออาณาจักรธุรกิจของกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการหลอกลวงคริปโตเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การยึดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 459,000 ล้านบาท)

การฉ้อโกงคริปโตเป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบการหลอกลวงหลายประเภทที่ดำเนินการจากศูนย์กลางต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการหลอกลวงในรูปแบบหลอกลวงทางความรัก หรือโรแมนซ์สแกม ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักต้มตุ๋นที่ปลอมตัวเป็นคู่รักทางออนไลน์เพื่อขโมยเงิน

สหประชาชาติประเมินว่า ศูนย์ดังกล่าวสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชญากรนับพันล้านดอลลาร์ทุกปี