"ผมซ่อนตัวจากกำแพงความร้อน" ผู้รอดชีวิตเผยนาทีหนีตายจากเปลวเพลิงนรกในบาร์สวิตเซอร์แลนด์

ที่มาของภาพ, EPA/Shutterstock
- Author, ซิลเวีย คอสเทโล และเบน โทเบียส
- Role, ครองส์-มอนทานา และลอนดอน
เรื่องราวนี้อาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ทำให้ผู้อ่านไม่สบายใจ
"ผมคิดว่าน้องชายของผมอยู่ข้างใน ผมก็เลยมาและพยายามจะพังหน้าต่างเพื่อช่วยคนออกมา และจากนั้นผมก็เข้าไปข้างใน"
ชายวัย 18 ปีผู้ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ บอกกับบีบีซีหลังจากเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำในงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าที่รีสอร์ตในเขตครองส์-มอนทานา (Crans-Montana) ในสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปลี่ยนค่ำคืนของการเฉลิมฉลองกลายเป็นฝันร้ายในฉับพลัน
ตำรวจเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตราว 40 คน จากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ขึ้นในบาร์ชื่อว่า "เลอ คองสเตลลาซิยง" (Le Constellation) เมื่อราว 1.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันพฤหัสบดี (1 ม.ค.) โดยมีอีกกว่า 115 คนได้รับบาดเจ็บซึ่งส่วนใหญ่มีแผลไฟไหม้รุนแรง
ผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับบีบีซีว่าเขาอยู่ใกล้กับบาร์ตอนที่ได้ยินเสียงระเบิดแล้วตามมาด้วยกลุ่มควันหนาทึบ
ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังพยายามหนีออกมา เขาเข้าไปข้างในเพื่อจะตามหาน้องชาย และเมื่ออยู่ข้างในแล้วเขาก็ได้เห็นเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง
"ผมเห็นผู้คนถูกไฟเผา... ผมเห็นคนถูกไฟไหม้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่เหลือเสื้อผ้าติดตัวพวกเขาแล้ว" เขาเปิดเผยก่อนจะเสริมว่า "มันน่าตกใจมาก"
น้องชายของเขาปลอดภัย
"ผมไปบาร์นี้ทุกวันตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ผมไม่ได้ไป มันถูกไฟไหม้" เขากล่าว
ทีมนักดับเพลิงและแพทย์ฉุกเฉินเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว พยานรายนี้เล่าว่าเขาพยายามช่วยในสิ่งที่ช่วยได้ เช่นการหาน้ำและเสื้อผ้าให้กับผู้บาดเจ็บ
ไม่กี่นาทีก่อนหน้า ชาวสวิตเซอร์แลนด์และนักท่องเที่ยวเพิ่งเฉลิมฉลองเข้าสู่ปี 2026 ในช่วงวันหยุดเทศกาลที่คึกคักที่สุดของปีสำหรับสกีรีสอร์ตหลายแห่ง
เลอ คองสเตลลาซิยง เป็นบาร์ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รองรับคนได้ประมาณ 300 คน โดยกระจายตัวในพื้นที่ทั้งสองชั้นและระเบียง แม้จะไม่แน่ชัดว่ามีคนอยู่ในบาร์จำนวนเท่าใดในขณะที่เกิดเหตุ
หญิงชาวฝรั่งเศสสองคน เอ็มมา และอัลเบน บอกกับสื่อฝรั่งเศส BFMTV ว่าพวกเธออยู่ด้านในขณะที่เปลวไฟปะทุขึ้น
พวกเธอเชื่อว่ามันเริ่มต้นขึ้นเมื่อพนักงานเสิร์ฟวาง "เทียนวันเกิด" ไว้ด้านบนขวดแชมเปญหลายขวด
"ไม่กี่วินาทีต่อมา เพดานทั้งเพดานก็เกิดไฟลุกไหม้ ทุกอย่างบนนั้นทำจากไม้ทั้งหมด" พวกเธอกล่าวก่อนจะเสริมว่าเปลวเพลิง "เริ่มลุกลามเร็วมาก ๆ"
ส่วนการจะออกจากบาร์ก็ "ยากมาก" ซึ่งเอ็มมาและอัลเบนมองว่าเป็นเพราะเส้นทางหลบหนีที่พวกเธอใช้ในการออกจากห้องนั้น "แคบ" และบันไดที่เป็นเส้นทางในการออกไปนอกบาร์ก็ "ยิ่งแคบกว่า"
"พวกเราโชคดีมาก" พวกเธอเสริม โดยอ้างว่ามี "คนอีกราว 200 คนที่พยายามจะออกจากบาร์ภายใน 30 วินาทีผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่แคบมาก"
วัยรุ่นอีกคนซึ่งอยู่ในบาร์ขณะเกิดเหตุบอกกับบีบีซีว่าเขาถูกบีบให้ต้องซ่อนตัวจาก "กำแพงความร้อน" ก่อนที่จะสามารถหนีขึ้นบันไดไปได้
กระนั้นเขาก็ยังไม่สามารถออกไปข้างนอกได้แม้จะพยายามจะพังหน้าต่างโดยใช้โต๊ะ แต่เมื่อเขาใช้เท้าของตัวเองถีบทลายกระจก เขาจึงสามารถเอาชีวิตรอดออกมา

ที่มาของภาพ, Valais Cantonal Police
หอผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเต็มอย่างรวดเร็ว และผู้ป่วยบางคนถูกส่งตัวไปรักษาที่อื่น รวมถึงในเมืองมิลานของอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน
หนึ่งได้ผู้ที่ได้รับรู้เหตุการณ์คือโอเลห์ ปาสกา ซึ่งเข้ามาพักที่ครองส์-มอนทานา พร้อมกับภรรยาและลูก
เขาบอกกับบีบีซีว่าพวกเขาเพิ่งจะเฉลิมฉลองปีใหม่ในห้องพักของโรงแรมซึ่งอยู่ห่างจากบาร์ราว 50 เมตร ตอนนั้นเขาได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ซึ่งตอนแรกพวกเขาคิดว่าเป็นเสียงประทัด
พวกเขาได้ยินเสียงบางคนร้องไห้อยู่ด้านนอก แต่ตอนแรกพวกเขาคิดว่าคงมีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น
กระทั่งเมื่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินหน่วยต่าง ๆ เริ่มมาถึง พร้อมกับ "เสียงไซเรนหลากหลายประเภท" ซึ่งส่งสัญญาณการมาถึงของรถพยาบาล ตำรวจ และนักดับเพลิง พวกเขาถึงรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
แดเนียลลา ซึ่งมาจากเมืองมิลานและมีบ้านพักตากอากาศอยู่บนถนนเส้นคู่ขนานกับบาร์ ก็ได้เห็นความสยองขวัญของเหตุการณ์นี้
เธอกำลังเดินกลับบ้านหลังจากไปรับประทานอาหารเย็นกับสามี ตอนที่เริ่มได้กลิ่นควันใกล้กับบาร์ และเห็นเสื้อแจ็กเก็ตที่มอดไหม้อยู่บนพื้น
"คนวิ่งสะเปะสะปะไปทุกทาง กรีดร้องและร่ำไห้ ฉันเห็นหลายคนถูกแบกขึ้นเปลหามออกไป" เธอบอกกับบีบีซี
"ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหาฉันและบอกว่าเขาเพิ่งเห็นนรกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีทางลืม จากนั้นฉันก็นิ่งไปเลย"
หลังจากกลับไปที่อะพาร์ตเมนต์ เธอบอกว่าเธอ "ได้ยินเสียงกรีดร้องตลอดคืน มันโหดร้ายมาก"
นักเรียนคนหนึ่งซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน เดินทางมาถึงบาร์กับเพื่อนของเขา ในตอนที่ "ผู้คนเริ่มวิ่งออกมาด้านนอก พร้อมควันไฟและอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้"
ด้วยความอยากช่วย เขาบอกกับบีบีซีว่าเขารีบไปที่ร้านอาหารใกล้ ๆ ซึ่งผู้จัดการร้านได้รับผู้บาดเจ็บบางส่วนเข้ามา เพื่อหาน้ำให้จนกระทั่งรถพยาบาลมาถึง
"มันเจ็บไปทั่วตัวเลย" หนึ่งในผู้ที่หนีออกมาบอกกับเด็กนักเรียนคนนี้ และเขาเล่าให้เราฟัง
"บางคนตะโกนส่งเสียง แค่ตะโกน ไม่มีอย่างอื่นเลย บางคนก็ไม่พูดอะไร พวกเขาแค่นอนอยู่บนพื้น"

ที่มาของภาพ, Reuters
บรรยากาศแห่งความตื่นตระหนกแผ่ขยายไปทั่วเมืองในวันพฤหัสบดี หลังผ่านข้ามคืนแห่งความโกลาหลและโศกนาฏกรรม
เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่าอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าที่จะสามารถระบุตัวตนเหยื่อทั้งหมดได้ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทวงการต่างประเทศระบุว่าการระบุตัวตนจะทำได้ยากเนื่องจากเหยื่อถูกไฟไหม้รุนแรง
ตอนนี้ทั้งเพื่อน ๆ และญาติ ๆ กำลังเฝ้ารอข่าวคนที่รักอย่างเป็นกังวล
ชายชาวอิตาลีคนหนึ่งระบุว่าเพื่อนคนหนึ่งของเขาซึ่งอยู่ในบาร์ขณะที่เกิดเหตุถูก "ไฟไหม้ทั่วทั้งตัว" ขณะที่อีกคนถูกนำส่งไปยังเมืองซูริคด้วยเฮลิคอปเตอร์
"เพื่อนอีกคนของพวกเรา... เมื่อคืนนี้เราไม่ได้ข่าวเลย ไม่มีใครพบตัวเขา" เขากล่าวกับสถานีโทรทัศน์สาธารณะของอิตาลี Rai News
"เพื่อน ๆ ของผมและตัวผมเองไม่ได้นอนเลยเมื่อคืนนี้ เราแทบไม่ได้กินอะไรเลย" เขากล่าวเสริม













