มติเอกฉันท์ศาลรัฐธรรมนูญชี้ 4 มาตรา พ.ร.ป.สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเนื้อหา 4 มาตราของกฎหมายเลือก สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
วันนี้ (18 มิ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ก่อนลงมติว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107
เอกสารข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระบุผลการพิจารณาคดีนี้เพียง 3 บรรทัด และไม่มีการเปิดเผยว่า นายอุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมลงมติในคดีนี้หรือไม่
สำหรับ กรธ. จำนวน 21 คน ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้รับแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ทำหน้าที่ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และจัดทำกฎหมายลูกรวม 10 ฉบับ ในจำนวนนี้คือ พ.ร.ป.สว. ด้วย

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คดีนี้ ศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดีรวม 2 คำร้อง เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยมีผู้สมัคร สว. 2 กลุ่ม รวม 6 คน ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนระเบียบในการเลือก สว. ของ กกต. และขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า เนื้อหาของ 4 มาตราใน พ.ร.ป.สว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยใช้กลไกตามมาตรา 212 ของรัฐธรรมนูญ
แม้ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อ 5 มิ.ย. แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์เมื่อ 7 มิ.ย. ให้เดินหน้าจัดการเลือก สว. ตามกำหนดการเดิม โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มี “เหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยง” ที่ทำให้ กกต. ต้องเลื่อนการเลือก สว. ทั้ง 3 ระดับออกไป
คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นภายหลังการเลือก สว. ระดับจังหวัดเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) และกำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเลือกระดับประเทศในอีก 8 วันข้างหน้า (26 มิ.ย.) ท่ามกลางความกังวลใจของผู้สมัครที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวนกว่า 3 พันคนว่า กระบวนการเลือก สว. จะสะดุดหยุดลงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอดีตพระพุทธะอิสระ ซึ่งเป็นมือยื่นคำร้อง “คดีล้มล้างการปกครอง” ของพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ฟ้องคดีทั้ง 2 กลุ่ม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เจตนาของพวกเขาไม่ได้ขอให้เกิดการ “เลื่อน” หรือ “‘ล้ม” กระบวนการเลือก สว. แต่ไม่ต้องการให้เกิดการจัดตั้งและฮั้ว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เนื้อหา 4 มาตราของกฎหมายเลือก สว. ที่ผู้สมัคร สว. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประกอบด้วย
- มาตรา 36 การแนะนำตัวของผู้สมัคร: ปล่อยให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจเป็น สว. เข้ามา “สมัครเพื่อโหวต”, ปล่อยให้บุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิเลือกเข้ามาทำหน้าที่ “ผู้ช่วยเหลือผู้สมัคร” ในการแนะนำตัว ทำให้เกิดการแทรกแซง ครอบงำ ชักจูง สั่งการจากบุคคลภายนอก, กรณีให้ผู้สมัครสามารถแนะนำตัวด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์และประชาชนอาจเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ “เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้สมัครที่มีกำลังทรัพย์ กำลังคน เครือข่ายโซเชียล สามารถใช้กลไกเหล่านี้สร้างความได้เปรียบ ไม่เป็นธรรม เหลื่อมล้ำ กับผู้สมัคร สว. รายอื่น”
- มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) การเลือกระดับอำเภอ: ในรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ กำหนดให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกิน 2 คน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ “ในการเลือกกันเองโดยไม่เลือกตนเอง ต้องสันนิษฐานว่ามีการสมยอมกันในการเลือก และถือว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”
- มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) การเลือกระดับจังหวัด: ในรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ กำหนดให้ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกิน 2 คน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ “ในการเลือกกันเองโดยไม่เลือกตนเอง ต้องสันนิษฐานว่ามีการสมยอมกันในการเลือก และถือว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”
- มาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) การเลือกระดับประเทศ: ในรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ กำหนดให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกิน 10 คน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ “ในการเลือกกันเองโดยไม่เลือกตนเอง ต้องสันนิษฐานว่ามีการสมยอมกันในการเลือก และถือว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix











