"ไม่มีใครบอกเราว่าลูกปืนที่ยิงขึ้นฟ้าในงานเฉลิมฉลองฆ่าคนได้"

ที่มาของภาพ, Getty
- Author, แครีน ทอร์บีย์
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
การยิงปืนขึ้นท้องฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลต่าง ๆ ส่งผลให้มีเหยื่อจากลูกหลงได้รับบาดเจ็บและบางรายถึงขึ้นเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น
เลบานอนก็เผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน โดยเฉลี่ยในแต่ละปีมีผู้คนถูกคร่าชีวิตจากการถูกลูกหลงในการยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลองราว 7 คน จนทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าเพราะเหตุใดวัฒนธรรมที่แฝงเร้นด้วยอันตรายนี้ จึงยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน แครีน ทอร์บีย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีภาษาอาหรับมีคำตอบ
ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อหนูน้อย นายา วัย 7 ขวบที่กำลังเล่นโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ภายในสนามเด็กเล่นของโรงเรียนถูกยิงที่ศีรษะ โดยลูกกระสุนปืนมาจากบุคคลนิรนามที่ยิงปืนมาจากชุมชนใกล้ ๆ โรงเรียนเพื่อฉลองที่สอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมปลายได้สำเร็จ
นายาต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาถึง 23 วัน ก่อนที่เธอจะสิ้นใจจากพิษบาดแผล เรื่องราวของเธอที่ถูกแบ่งปันและส่งต่อในสังคมออนไลน์ได้สร้างกระแสความโกรธเคืองในสังคมเลบานอนเป็นอย่างมาก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายหนึ่งคร่ำครวญถึงการจากไปของนายาว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และหวั่นว่า โศกนาฏกรรมเช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นกับลูกสาวของเธอ
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
ในกรณีการสังหารผู้อื่นอย่างสะเพร่าเช่นนี้ โดยทั่วไปข้อมูลเดียวที่สามารถยืนยันได้คือตัวตนของเหยื่อ ในขณะที่หลักฐานหรือข้อบ่งชี้ว่าผู้สังหารคือใครมักไม่ปรากฏ เขาหรือเธอมักยังคงลอยนวลและใช้ชีวิตอย่างปกติ และบางทีอาจไม่ตระหนักถึงผลอันเลวร้ายจากการกระทำของตัวเองด้วยซ้ำ
"ฉันสวดมนต์ขอพรให้นายาปลอดภัยนานหลายคืน หลังเธอต้องอยู่ในอาการโคมานานหลายสัปดาห์ ก่อนที่เธอจะจากไป" ฮัสมิค ฮาร์โปยัน กล่าว
แม้ว่าฮาร์โปยันจะไม่ได้รู้จักกับนายาและครอบครัวของหนูน้อยเป็นการส่วนตัว แต่เธอก็พอจะรู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร
ย้อนไปไม่กี่เดือนก่อน วี. คริสต์ ลูกชายวัย 13 ปี ของฮาร์โปยันก็ถูกยิงด้วยลูกปืนปริศนาเช่นกัน ขณะที่กำลังเล่นฟุตบอลในสนามกีฬาที่อยู่ในแถบตะวันตกของกรุงเบรุต โดยกระสุนพุ่งมาที่บริเวณระหว่างกระดูกซี่โครงช่วงอก แต่เคราะห์ดีที่เด็กชายวัย 13 ปีรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์
ถึงตอนนี้ลูกกระสุนยังคงปักอยู่ภายในอกของคริสต์ โดยที่เขาได้แสดงจุดเล็ก ๆ บนร่างกาย ที่เป็นจุดที่กระสุนของคาลาชนิคอฟทะลุร่างของเขาเข้าไป

ในวันเกิดเหตุ เขาจำได้ว่าไม่ได้ยินเสียงลูกปืน แต่สิ่งเดียวที่เขาจำได้คือ รู้สึกเจ็บแปลบที่หลัง หลังจากนั้นก็หายใจไม่ออก ผู้ฝึกสอนฟุตบอลของเขาไม่ทราบว่าทำไมคริสต์จึงร้องไห้ จนกระทั่งเห็นว่ามีเลือดออก จึงนำตัวส่งโรงพบาบาลทันที
สำหรับคริสต์เองแทบไม่เคยรู้จักกับคำว่า "ลูกหลง" เลย แต่ตอนนี้ เพียงได้ยินเสียงดังขึ้น ก็ทำให้ตัวเขาสั่นเทา
"ไม่ว่าจะเสียงอะไร เสียงปืน หรือพลุไฟ ก็ทำให้ผมไม่มีสติ วิ่งไปวิ่งมาเพื่อหาที่หลบซ่อน" เขาอธิบาย
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางถึงโรงพยาบาล พวกเขาได้แนะนำให้ครอบครัวของเด็กผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ฟ้องร้องในคดีนิรนาม
สองสัปดาห์ต่อมา ตำรวจได้เรียกครอบครัวของคริสต์มาเพื่อแจ้งว่า พวกเขาสามารถยืนยันตัวตนบุคคลที่คาดว่าจะเป็นผู้ยิงปืนในวันนั้นได้ 12 ราย ซึ่งทั้งหมดได้ยิงปืนขี้นในงานศพ เป็นการแสดงออกซึ่งความโศกเศร้าที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่สามารถระบุได้ว่าลูกหลงที่คริสต์ได้รับใครเป็นคนยิงกันแน่

ที่มาของภาพ, Getty
ครอบครัวของคริสต์ตัดสินใจไม่ดำเนินคดีกับผู้ใดในครั้งนั้น แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมายของเลบานอนก็ตาม โดยนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา การยิงปืนขึ้นฟ้าถือเป็นการละเมิดกฎหมาย มีโทษจำคุกระหว่าง 3 เดือน ถึง 3 ปี โทษปรับ รวมถึงการยึดอาวุธ
หากว่า การยิงปืนดังกล่าวนำไปสู่การเสียชีวิตของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทำผิดจะต้องโทษให้ทำงานหนัก
การตัดสินใจดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเกรงกลัวต่ออำนาจจากนักการเมือง ที่จะปกป้องกลุ่มผู้ยิงปืน รวมทั้งการดำเนินคดีต่อหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นก็อาจจะนำมาซึ่งการเอาคืนคนที่ฟ้องร้องได้
"แม้ว่าฉันจะตัดสินใจฟ้องร้อง คน ๆ นั้นอาจจะเข้าคุกก็จริง แต่ในที่สุดก็จะถูกปล่อยตัวออกมา และมาจัดการพวกเราที่บ้าน" ฮาร์โปยัน อธิบาย
มันจึงกลายเป็นความจริงที่ว่า มีเพียงไม่กี่คนเท่านี้ที่ได้รับโทษจากการยิงผู้อื่นตายโดยไม่ตั้งใจเช่นนี้
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเลบานอน อัล-กาวส์ (Al-Qaws) รายงานว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าเมื่อปีที่แล้ว มีผู้ต้องสงสัยในข้อหายิงปืนเฉลิมฉลอง 242 ราย โดยในจำนวนนี้มีมากถึง 186 รายที่ไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ ขณะที่คนอื่น ๆ ที่เหลือถูกควบคุมตัวเพียงชั่วคราว และมีเพียงสองรายเท่านั้นที่ยังคงถูกคุมขัง
นักวิพากษ์สังคมคาดการณ์ว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนที่ถูกคุมขังเป็นเพราะทั้งสองไม่รู้จักนักการเมือง หรือผู้ทรงอิทธิพลใด ๆ

เกิดอะไรขึ้น หากคุณยิงปืนขึ้นฟ้า
ผลการศึกษาหลายชิ้นระบุว่า แม้ว่าความเร็วของกระสุนปืนที่ตกลงมาจากท้องฟ้าจะช้ากว่ากระสุนที่เพิ่งถูกยิงออกมาจากปากกระบอกปืน แต่มันก็เร็วพอที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
โดยกระสุนปืนที่ถูกยิงจากรังปืนจะเกิดขึ้นจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของก๊าซภายในรังเพลิงเพื่อเร่งความเร็ว ซึ่งจะทำให้ลูกปืนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่า 1,500 เมตรต่อวินาทีในปืนบางประเภท
แต่หากว่าเป็นการยิงปืนขึ้นฟ้า ลูกปืนจะเคลื่อนที่ขึ้นไปจนถึงจุดที่แรงดึงดูดของโลกและแรงเสียดทานจากอากาศช่วยกันลดความเร็วของกระสุนปืนจนเหลือศูนย์ ก่อนที่จะตกลงมาในอัตราเร่งด้วยแรงดึงดูดของโลก (ขณะที่ยังมีแรงเสียดทานจากอากาศที่อาจจะทำให้กระสุนลดความเร็วลงบ้าง)
อย่างไรก็ตาม ความเร็วสุดท้ายของลูกกระสุนปืนจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ส่วนประกอบของกระสุนปืน รูปร่างของกระสุน ขนาดลำกล้อง และมุมหรือองศาของการยิง
จากการศึกษาในปี 1962 ระบุว่าปืนที่มีขนาดลำกล้อง .30 สามารถทำความเร็วสุดท้ายได้ถึง 91 เมตรต่อวินาที ขณะที่ตกลงมาจากฟ้า งานวิจัยล่าสุดอีกชิ้นบ่งชี้ว่า ด้วยความเร็วเพียง 61 เมตรต่อวินาที ก็เพียงพอที่จะเจาะเข้ากะโหลกศีรษะได้แล้ว
งานศึกษาอีกชิ้นหนึ่งในปี 2018 พบว่า กระสุนปืนที่ตกจากท้องฟ้าสามารถมีความเร็วได้สูงถึง 180 เมตรต่อวินาที ดังนั้นจึงสามารถทะลุผ่านกะโหลกศีรษะได้
ด้านผู้เชี่ยวชาญในวัฒนธรรมของการใช้ปืนอ้างว่า การยิงปืนขึ้นฟ้ามีรากฐานจากสมมติฐานทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงการใช้อาวุธกับแนวความคิดชายเป็นใหญ่และการถือเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่
ทว่าในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นมองว่า วิถีปฏิบัติหลายอย่าง อาทิ การยิงสลุต 21 นัด การยิงปืนในพิธีศพทางทหาร (แม้ว่าจะใช้ปืนเสียงเปล่า หรือ แบลงค์กัน) ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม

"ไม่มีใครเคยบอกผม ว่านี่ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นลูกผู้ชาย"

ถึงแม้ว่าจะพบเห็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง รวมถึงมีการรณรงค์ให้เกิดการตระหนักรู้ถึงปัญหาดังกล่าวผ่านสื่อมวลชนอย่างหนัก รวมทั้งมีการประณามจากหน่วยงานด้านศาสนาและการเมือง แต่พฤติกรรมการยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเฉลิมฉลองก็ยังเกิดขึ้นทั่วไปในเลบานอน
อย่างไรก็ตาม ยังถือว่ามีสัญญาณดีที่มีบุคคลบางส่วนที่เริ่มฉุกคิดขึ้นมาบ้าง
อัยมานคือหนึ่งในผู้ที่เคยยิงปืนขึ้นฟ้า ปัจจุบันเขามีอายุ 31 ปี อาศัยอยู่ในย่านทางตะวันตกของกรุงเบรุต
เขาเคยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าทุกเมื่อเมื่อสบโอกาส จากหลังคาอาคารที่พักอาศัยของเขา ซึ่งเป็นย่านที่กำลังก่อสร้าง
"การยิงปืนขึ้นฟ้าครั้งแรกของผมเกิดขึ้นเมื่ออายุ 14 ปี และก็ยิงปืนมาเรื่อย ๆ รวมทั้งยิงแข่งกับผู้นำกลุ่มละแวกบ้าน หรือกลุ่มเยาวชนเพื่อนบ้านจากหมู่บ้านอื่น ๆ" เขาเล่าให้ฟัง
ในอดีต อัยมานมักจะยิงปืนขึ้นฟ้า เพียงเพราะได้ยินข่าวว่ามีงานแต่งงานของใครสักคน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนที่เขารู้จักก็ตาม หรือหลายครั้งก็ยิงปืนเพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้ใครสักคนที่สอบผ่าน และบางครั้งก็ยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุผลใด ๆ
แต่ 7 ปีก่อน เขาตัดสินใจเลิกนิสัยดังกล่าว
"เมื่อผมได้ยินว่ามีคนตายจากกระสุนลูกหลง ผมก็จะรู้สึกสำนึกผิด ตอนที่ผมกำลังเติบโตขึ้น ไม่มีใครบอกผมเลยว่า สิ่งที่ทำอยู่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นผู้ชายเลย และไม่มีใครบอกผมด้วยว่า กระสุนเหล่านั้นเป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนาเพราะสามารถฆ่าคนได้" อัยมาน บอกกับบีบีซี
อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้อัยมานยังคงไม่เลิกใช้อาวุธปืน แต่เขาก็จำกัดการใช้ โดยยิงเฉพาะที่สมาคมยิงปืน หรือไม่ก็พื้นทีห่างไกลเท่านั้น
ที่ใดบ้างบนโลกที่ผู้คนยิงปืนขึ้นฟ้า และมันอันตรายแค่ไหน

ที่มาของภาพ, Getty
การยิงปืนขึ้นฟ้าในงานเฉลิมฉลองถือเป็นเรื่องปกติในหลายประเทศในแถบตะวันออกกลาง, แอฟริกาเหนือ, อเมริกาใต้, คาบสมุทรบอลข่าน และบางส่วนในเอเชีย เช่น ในอัฟกานิสถาน และปากีสถาน
งานรื่นเริงส่วนใหญ่ที่มักถูกใช้เป็นโอกาสในการยิงปืนขึ้นฟ้า ได้แก่ งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า, งานวิวาห์, วันหยุดทางศาสนา หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น วาระที่มีผลการเรียนหรือผลการแข่งขันกีฬาที่ดี
ส่วนอีกฟากหนึ่งอย่างในสหรัฐอเมริกา ก็พบว่ามีการยิงปืนขึ้นฟ้าเช่นกัน แต่มีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงตามท้องถนน มากกว่าเป็นการยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลอง
ขณะที่ในจอร์แดน ก็พบกรณีผู้เสียชีวิตจากกระสุนนิรนามเช่นกัน โดยเกิดขึ้นกับฮัมเซห์ อัล ฟานัตเซห์ นายตำรวจรายหนึ่งที่ถูกลูกหลงในงานแต่งงานของตัวเองจนเสียชีวิตในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา
ในเดือน ม.ค. มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตสองรายหลังจากงานเฉลิมฉลองแห่งหนึ่งมีการยิงปืนขึ้นฟ้าในรัฐมิชิแกน ขณะที่ในเดือน ธ.ค. 2021 มีรายงานว่ามีผู้ถูกลูกหลงหลายคนในรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยในจำนวนนั้นมีผู้หญิงหนึ่งคนเสียชีวิต
ในเดือน ก.ย. 2021 ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน มีคนอย่างน้อย 17 รายที่ถูกสังหารและอีก 41 คนได้รับบาดเจ็บ จากการเฉลิมฉลองของกลุ่มตาลีบันในโอกาสที่ยึดครองพื้นที่หุบเขาปัญจ์ชีร์ได้
ส่วนตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่ เหตุการณ์การเสียชีวิตของชาวฟิลิปปินส์ 3 รายจากลูกหลงการยิงปืนในงานส่งท้ายปีเก่าในปี 2011, เหตุการณ์ที่เจ้าบ่าวชาวตุรกีรายหนึ่งได้สังหารญาติ 3 ราย หลังจากที่เขายิงปืน AK-47 ในงานแต่งงานตัวเองในปี 2010
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิต 3 รายในบังคลาเทศระหว่างงานเฉลิมฉลองหลังจากทีมชาติอิรักยัดเยียดความปราชัยให้กับทีมชาติเวียดนามในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพในปี 2007
รายงานเพิ่มเติมโดย มาร์ค ซี และ เซลิน กิริต










