เรารู้อะไรแล้วบ้าง เหตุเด็กชาย 14 ปี ก่อเหตุยิงกลางห้างพารากอน

tnp

ที่มาของภาพ, thai news pix

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำสั่งส่งตัวเยาวชนชายอายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ไปควบคุมไว้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อให้สถานพินิจตรวจสอบสภาพจิตใจของผู้ต้องหา หลังตรวจสอบการจับกุมของเจ้าหน้าที่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่ผู้ปกครองไม่ยื่นขอประกันตัว

หลังจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน นำเยาวชนชายอายุ 14 ปี แสดงตัวต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมยื่นคำร้องตรวจสอบการจับกุมตัวหลังถูกจับภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อเวลา 17.20 น. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ดำเนินการตรวจสอบการจับกุมแล้ว โดยมีคำสั่งส่งตัวไปควบคุมไว้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หลังจากพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบพนักงานสอบสวน ผู้ร้อง และตรวจเอกสารของผู้ร้องแล้ว

ศาลเยาวชนฯ เห็นว่า "ผู้ต้องหา" เป็นผู้ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดจริง เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมพบผู้ต้องหาในขณะกระทำผิดจึงจับกุมตัวซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้า การจับเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลเยาวชนฯ ระบุด้วยว่า ส่วนที่พนักงานสอบสวนขอให้ศาลส่งตัวผู้ต้องหาไปให้แพทย์จิตเวชสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อรักษาจนกว่าผู้ต้องหาจะสามารถต่อสู้คดีได้นั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้นำแพทย์ผู้ทำความเห็นมาให้ศาลได้สอบถาม หรือไต่สวนให้ฟังได้ว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตจริง ดังนั้นข้อเท็จจริง จึงยังไม่ยุติว่า ผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตเวช

คำสั่งยังระบุด้วยว่า เนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหาอาจเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้อื่น จึงเห็นควรส่งตัวไปควบคุมไว้ในสถานพินิจฯ และให้สถานพินิจฯ ดำเนินการตรวจสอบสภาพจิตใจของผู้ต้องหา ให้หมายควบคุมเว้นแต่มีประกัน

อย่างไรก็ดี ไม่ปรากฏว่า ผู้ปกครองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเยาวชนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวเยาวชนไปยังสถานพินิจตามคำสั่งศาลแล้ว

ความคืบหน้าในวันที่ 5 ต.ค. ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ จับกุมบุคคล 2 คน ที่อยู่ใน อ.เมือง จ.ยะลา เป็นผู้จำหน่ายอาวุธปืนแบลงก์กันให้กับผู้ก่อเหตุเยาวชน

รายงานข่าวจากมติชน ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบว่า เด็กชายอายุ 14 ปี ได้ซื้อปืนแบลงก์กัน ผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นปืนยี่ห้อกล็อก 19 ซึ่งเป็นอาวุธชนิดเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุ จากผู้ขายใน จ.ยะลา และมีการโอนเงินซื้อขายกันจริง ในวงเงิน 16,000 บาท

สำหรับผู้ถูกกล่าวว่าขายปืนทั้ง 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยะลา นำกำลังเข้าค้นบ้านใน ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา และพบของกลางหลายรายการ ได้แก่ กระสุนแบลงค์กัน 209 นัด, ปลอกกระสุนใช้แล้วทิ้ง 33 ปลอก, หัวกระสุนขนาด 9 มม. 1 หัว, ท่อเหล็กสำหรับดัดแปลงปืนเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 มม. จำนวน 33 แท่ง และสลิปกดเงินของธนาคารจำนวนหนึ่ง

เหตุเยาวชนชายอายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืนดัดแปลงก่อเหตุยิงกลางห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อเย็นวันที่ 3 ต.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 5 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง

ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นเด็กชายอายุ 14 ปี ซึ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะเกิดเหตุสวมใส่หมวกแก๊ป เสื้อสีดำ กางเกงสีน้ำตาล ในลักษณะคล้ายกับชุดสำหรับปฏิบัติการภาคสนามของเจ้าหน้าที่

พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ดำเนินคดีกับเยาวชนผู้ก่อเหตุแล้วใน 5 ข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่า, มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนข้อหาอื่น ๆ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงอยู่ระหว่างสอบสวนว่าผู้ปกครองจะเข้าข่ายมีความผิด ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.นครินทร์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้ยังควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และจะควบคุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในวันนี้ เพื่อไต่สวน การจับกุม และนำเข้าสู่กระบวนการรักษาเพื่อให้อาการสภาพจิตใจดีขึ้นก่อน จากนั้นถึงเริ่มกระบวนการสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ

สำหรับขั้นตอนทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับเยาวชน นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ในการจับกุมเยาวชน ศาลเยาวชนจะมีกระบวนการตรวจสอบการจับกุมตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องนำตัวเด็กหรือเยาวชนส่งศาลเยาวชนภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจ ว่าจะควบคุมตัวหรือจะให้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไรต่อไป หลังจากตรวจสอบการจับกุม ศาลจะรอดูรายงานการจับกุมจากพนักงานสอบสวนที่นำส่งมาให้ศาลพิจารณา ว่าพฤติการณ์ของเยาวชนรายนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เรารู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับเหตุยิงกลางเมืองครั้งนี้

ลำดับเหตุการณ์

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สรุปเหตุการณ์ตามลำดับเวลาจากกล้องวงจรปิด ดังนี้

15.35 น. ผู้ก่อเหตุเข้าห้างสยามพารากอน ทางสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ลิงก์ 2

15.40 น. เดินบริเวณชั้น M สะพายกระเป๋าเป้เข้ามา

15.42 น. เดินเข้าห้องน้ำ ชั้น M ข้างร้านหลุยส์ วิตตอง จุดเริ่มเกิดเหตุ

16.10 น. เริ่มยิงในห้องน้ำ และหน้าห้องน้ำ

16.11 น. เริ่มเดินยิงบริเวณชั้น M

16.12 น. ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณ ชั้น M สยามพารากอน

16.25 น. ยิงบริเวณชั้น 2

16.28 น. เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 3 และยิงต่อ

17.10 น. ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุที่บริเวณชั้น 3 ภายในร้านเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง

อย่างไรก็ดีจากการเปิดเผยของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่า จุดเกิดเหตุที่ผู้ก่อเหตุลงมือ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้น G ไปจนถึงชั้น 3 ซึ่งที่ชั้น G พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คือนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน

ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บคือใครบ้าง

จากการแถลงของ ผบ.ตร. เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 3 ต.ค. ยืนยันมีผู้เสียชีวิต 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 รายที่ชั้น G และชาวเมียนมาซึ่งทำงานภายในห้างพารากอน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากกระสุนโดนจุดสำคัญหลายจุด

จากรายงานของสื่อไทยหลายสำนัก ระบุว่า ผู้เสียชีวิต 2 คน ได้แก่ น.ส. จ้าว จินหนาน อายุ 34 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน และ น.ส. โม มิ้นท์ (Moe Myint) อายุ 31 ปี ชาวเมียนมา เป็นลูกจ้างภายในร้านค้าแห่งหนึ่งในสยาม ในช่วงเกิดเหตุเธอได้นำเงินของร้านไปฝากที่ธนาคารแห่งหนึ่งภายในสยามพารากอน เมื่อฝากเงินเสร็จได้แวะเข้าห้องน้ำในห้าง และถูกยิงระหว่างเดินออกมา

ส่วนผู้บาดเจ็บมี 5 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ รพ.ตำรวจ 1 ราย, รพ.จุฬาลงกรณ์ 3 ราย และ รพ.กรุงเทพคริสเตียน 1 ราย โดยผู้บาดเจ็บเป็นคนไทย 3 คน (เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย 1 คน) ชาวจีน 1 คน และชาวลาว 1 คน

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ผู้บาดเจ็บ 3 คน ที่ส่งมาที่ รพ.จุฬาฯ ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล โดย 2 คน ยังคงอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต และอีก 1 คนสามารถนำตัวมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไปได้แล้ว

การเข้าถึงที่เกิดเหตุและการรับมือของห้าง

เหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน ถูกรายงานในช่วงแรกเมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. ของวันที่ 3 ต.ค. จากการแถลงของ ผบ.ตร. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุภายใน 5 นาที ก่อนมีกำลังเสริมจากตำรวจหน่วยที่ฝึกด้านการรับมือกับเหตุกราดยิง

ระหว่างที่เกิดเหตุ ปรากฏคลิปวิดีโอจากผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ต่างวิ่งหนีออกจากห้างในหลายช่องทาง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ทางห้างสยามพารากอน ได้จัดการอพยพคนออก ตามมาตรการที่ได้รับการฝึกอบรมเตรียมการรับมือกับเหตุกราดยิง ทุก ๆ 3 เดือน โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งมีผลช่วยลดความสูญเสียได้

"เขารู้ขั้นตอนเลยว่า เมื่อผู้ก่อเหตุเข้าไป พนักงานรู้เลยว่า ต้องไปซ่อนตัวที่ไหน เขาปิดห้องซ่อน นี่แสดงว่าสิ่งที่เราสอน มันมีผลต่อความปลอดภัของพี่น้องประชาชนจริง ๆ และห้างฝึกอยู่ตลอด" ผบ.ตร. กล่าว

"ถ้าห้างไม่ evacuate (อพยพ) คน และผู้ก่อเหตุยังมีลูกกระสุนอยู่ในแม็กอีก อาจจะมีการสูญเสียเพิ่ม"

ส่วนประเด็นการพกพาอาวุธเข้าไปภายในห้าง ทาง ผบ.ตร. ระบุว่า ทางห้างมีมาตรการการตรวจอยู่ แต่ผู้ก่อเหตุพกอาวุธเข้าไปได้อย่างไร พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ขณะที่สื่อหลายแห่งรายงานถึงทางเข้าห้างบางจุดที่มีส่วนของรอยต่อทางเชื่อมที่อาจเป็นช่องโหว่ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบอาวุธได้

tnp

ที่มาของภาพ, thai news pix

ตำรวจสันนิษฐานว่าแรงจูงใจ คืออะไร

สำหรับมูลเหตุจูงใจในขณะนี้ยังไม่ชัดเจน จากการเปิดเผยของ ผบ.ตร. ช่วงเช้าวันนี้ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชะลอการสอบสวนออกไป เพราะผู้ก่อเหตุอยู่ในสภาพไม่พร้อม จากการสอบสวนเบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบว่า ยังมีความกังวลและมีอาการหูแว่ว

อย่างไรก็ดี จากการเปิดเผยของ ผบ.ตร. สันนิษฐานเบื้องต้นว่า มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ประเด็น ได้แก่ การป่วยจิตเวช การเล่นเกม และแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมของผู้ก่อเหตุ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตเวช และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี แต่ไม่ได้รับประทานยาต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า มีเรื่องของการเล่นเกมเข้ามาเกี่ยวข้องบางส่วน

ผบ.ตร. ให้ข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมกับรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ เช้านี้ (4 ต.ค.) โดยตั้งข้อสังเกตถึงเนื้อหาการโพสต์บนเฟซบุ๊กของผู้ก่อเหตุ ที่พบเนื้อหาเกี่ยวกับการเล่นเกม อาจสะท้อนถึงพฤติกรรมบางอย่างของผู้ก่อเหตุ พร้อมสันนิษฐานเรื่องความกดดันจากสภาพแวดล้อมของตัวเยาวชน

"ฝากไปถึงผู้ปกครองด้วยว่า มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเด็กถูกกดดันจากสังคม ครอบครัวหรือเปล่า ให้ดูลักษณะการเล่น การโพสต์ของลูกว่า มีลักษณะของความรุนแรงหรือไม่"

ส่วนการก่อเหตุที่มีการใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวม 7 คน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) แถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ บรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลา 16.20 น. ว่าผู้ก่อเหตุเข้าไปที่ห้าง ก่อเหตุใช้อาวุธปืนประดิษฐ์เอง ชนิดแบลงก์กัน (blank gun) ดัดแปลงเปลี่ยนลำก้องเป็นปืนจริง แล้วยิงคนที่ชั้นเอ็ม 2 คน จากนั้นไปชั้น 2 และ 3 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมเหตุการณ์จนยุติลง

“ลักษณะเป็น active shooter (กราดยิง) ซึ่งเราได้ฝึกซ้อมการรับมือเมื่อ ธ.ค. 2565 และผลการปฏิบัติงานก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีรับมือได้เร็ว”

เข้าถึงปืนได้อย่างไร

รายงานข่าวช่วงแรกหลังการจับกุมผู้ก่อเหตุ อาวุธที่ใช้คือ ปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ กล็อก19 ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุ คือ ปืนชนิดแบลงก์กันที่ถูกดัดแปลงเพื่อใช้กับกระสุนจริง

อย่างไรก็ดี ที่มาของการครอบครองอาวุธปืนยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังไม่พร้อมรับการสอบสวน

ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ชุดตำรวจได้เข้าค้นบ้านพักย่านบางแคที่ผู้ก่อเหตุอาศัย ตรวจพบอาวุธบางส่วนและเครื่องกระสุนหลายรายการภายในห้องนอนของผู้ก่อเหตุ ได้แก่ ปืนบีบีกัน ล้อหุ่นสงคราม แบบเอ็ม 4 กระสุนปืนเอ็ม 16 กระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวนหนึ่ง

“พ่อแม่ ไม่ทราบเลยว่าลูก มีพฤติกรรมที่สะสมอาวุธและเข้าถึงอาวุธ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ระบุกับรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ

ผบ.ตร. ระบุว่า อาวุธแบลงก์กันที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนที่ยิงสำหรับปล่อยตัวนักกีฬาคล้ายที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ตามกฎหมายแล้ว แบลงก์กันไม่ถือว่าเป็นอาวุธ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหา เพราะตามสถิติพบว่า การก่อเหตุจากปืนแบลงก์กันเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่พบในเหตุนักศึกษาตีกัน

ผบ.ตร. เปิดเผยว่า มีการนำเข้าปืนแบลงก์กันเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งทางตำรวจได้เคยประสานกับกระทรวงมหาดไทยแล้วเพื่อกำหนดให้ปืนชนิดดังกล่าวเป็นอาวุธ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวยอมรับด้วยว่า การควบคุมการเข้าถึงอาวุธทางออนไลน์ทำได้ยากมาก เพราะต้นทางที่ขายเป็นเว็บไซต์ที่อยู่ต่างประเทศ การเฝ้าระวังทางออนไลน์ต้องเป็นลักษณะกึ่ง “ซิงเกิลเกตเวย์” แต่ด้วยกฎหมายขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ การแก้ไขต้องหารือพูดคุยกันถึงระดับรัฐบาล

“ตอนนี้ผู้ซื้อไม่ผิดกฎหมายด้วย แต่นำเข้ามาต้องแจ้ง พอเจอคดีอย่างนี้ตรวจยึดได้ แต่พอพบว่าเป็นแบลงก์กัน กฎหมายไม่ถือว่าเป็นอาวุธ” ผบ.ตร.ระบุ พร้อมบอกว่า ความน่ากังวลคือ การดัดแปลงก็มีการสอนกันทางออนไลน์

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

นาทีจับกุม

ตำรวจชุดที่เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ เป็นชุดเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันและสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์

ภาพจากกล้องวงจรปิดระหว่างการเข้าจับกุม ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ได้แก่ ร.ต.อ.ธัญอมร หนูนารถ รองสารวัตรปราบปราม (รอง สวป.) สน.ปทุมวัน ส.ต.ท.กร ศรีพรหม ผบ.หมู่ ป สน.สำราญราษฏร์ และ ส.ต.ท.นันทนัช สุธรรม ผบ.หมู่ ป สน.สำราญราษฏร์

ร.ต.อ.ธัญอมร ผู้เข้าเจรจาจับกุมเปิดเผยว่า เมื่อพบตัวผู้ก่อเหตุที่ร้านเฟอร์นิเจอร์บริเวณชั้น 3 พบว่าขณะนั้น ผู้ก่อเหตุกำลังโทรศัพท์พูดคุยกับศูนย์วิทยุผ่านฟ้าหรือตำรวจ 191 เพื่อเจรจาให้วางอาวุธ แต่ผู้ก่อเหตุเห็นทีมตำรวจและตอบกลับว่า ตอนนี้ไม่ได้แล้วมีเจ้าหน้าที่ถือปืนอยู่หน้าร้าน ต้องสู้ ทำให้ประเมินสถานการณ์ก่อนเข้าระงับเหตุ ด้วยการอ่านเกม วัดศักยภาพ ก่อนเข้ากดดันด้วยการแสดงอาวุธว่าห้ามสู้ถ้าสู้ไม่มีวันชนะ และคาดว่าคนร้ายคงใช้ความคิดเลยปล่อยอาวุธทิ้ง

"ตอนนั้นเขาสับสนว่าเอายังไงดีจะสู้หรือจะยังไง แต่ด้วยการที่เราใช้ยุทธวิธีเข้าประชิด แล้วใช้ลักษณะแสดงศักยภาพกดดัน โชว์อาวุธ โชว์อุปกรณ์ โชว์กำลัง และรุกเข้าไปแบบไม่ให้ตั้งตัว" ร.ต.อ.ธัญอมร กล่าว

รัฐบาลคุยค่ายมือถือทำระบบแจ้งเตือนภัย

ด้านรัฐบาล วันที่ 5 ต.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อดำเนินการระบบแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจง พร้อมด้วยผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ได้แก่ เอไอเอส และทรู ซึ่งได้เข้ามาทดสอบการแจ้งเตือนผ่านระบบ Location Based service (LBS) ผ่านข้อความสั้น (SMS) ในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล แต่พบว่าต้องใช้เวลาประมวลผลนาน

นายประเสริฐ กล่าวหลังจากการทดสอบว่า ในระยะต่อไปต้องทำระบบ Cell Broadcast หรือการส่งข้อความไปยังมือถือหลายเครื่องพร้อมกันเพื่อให้แจ้งเตือนผ่าน SMS ได้รวดเร็ว และเจาะจงพื้นที่ได้ ในระยะต่อไปต้องทำระบบ Cell Broadcast หรือการส่งข้อความไปยังมือถือหลายเครื่องพร้อมกันเพื่อให้แจ้งเตือนผ่าน SMS ได้รวดเร็ว และเจาะจงพื้นที่ได้

ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. และรักษาการเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช. จะนำเรื่องการพัฒนาระบบ Cell Broadcast เสนอต่อประธาน กสทช .เพื่อให้คณะกรรมการ กสทช. พิจารณาเร็วที่สุด