กราดยิงโคราช : 24 ชั่วโมงแรกของผู้รอดชีวิตและญาติผู้เสียชีวิต

คนหันหลังโอบไหล่กัน

ที่มาของภาพ, Wasawa Lukharang/BBCThai

เกือบห้าโมงเย็นของวันที่ 9 ก.พ. ญาติของผู้เคราะห์ร้าย 7 คนสุดท้ายจากเหตุกราดยิงภายในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เพิ่งจะได้เห็นร่างของบุคคลอันเป็นที่รักภายใต้ผ้าคลุมสีขาวที่ส่งเข้ามายังโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

นี่อาจเป็น 24 ชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของญาติหลายสิบคนที่เฝ้ารอหน้าห้องเก็บศพ ระหว่างที่รถกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตเทียบจอดคันแล้วคันเล่า

บริเวณเดียวกันนี้มีทั้งพ่อแม่ของดาบตำรวจหน่วยอรินทราชที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ญาติของครอบครัวพ่อแม่ลูกที่เสียชีวิตพร้อมกัน ลูกชายจากนครศรีธรรมราชที่สูญเสียพ่อ และกลุ่มวัยรุ่นที่สูญเสียเพื่อนรักของพวกเขา

จนถึงขณะนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิต ที่ทางการยืนยันมีทั้งหมด 30 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 58 คน

พ่อแม่ และลูกน้อยวัยสองขวบ ผู้เคราะห์ร้าย

"ประมาณสองทุ่ม น้องบอกว่าอยากกลับบ้านคิดถึงพ่อกับแม่" ศิริวรรณ นวลรักษา เล่าให้บีบีซีไทยฟังถึงสิ่งที่ปภัชญา นวลรักษา ผู้เป็นน้องสาวบอกกับเธอทางโทรศัพท์ ก่อนที่ปภัชญาจะเสียชีวิตพร้อมกับสามีและลูกวัยสองขวบกว่า

ขณะอุ้มลูกหลบซ่อนอยู่ในห้องของร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ณ จุดนั้นครอบครัวของ น.ส.ปภัชญา ซ่อนตัวอยู่พร้อมกับอีกครอบครัวหนึ่ง และได้พูดคุยกับพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณสองทุ่ม ของคืนวันที่ 8 ก.พ.

ศิริวรรณและญาติ เพิ่งรู้แน่ชัดว่าน้องสาวเสียชีวิตเมื่อเวลาเกือบ 11.00 น. วันนี้

"พี่สาวติดต่ออะไรไม่ได้ก็ชวนกันมา มาก็ไม่คิดว่าน้องจะตาย คิดแค่ว่าน้องหมดแรง ไปหาที่เทอร์มินอลก็เข้าไม่ได้ หารายชื่อก็ไม่เห็นมี จนมีคนทางกู้ภัยส่งข่าวมา" เธอเล่า

ภาพ 3 คนพ่อแม่ลูก บนหน้าจอโทรศัพท์

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตอนุญาตให้บีบีซีไทยเปิดเผยรูปนี้

ศิริวรรณ เล่าว่า สามีของน้องสาวเปิดร้านขายผ้าห่มที่ห้างเทอร์มินอลมาหลายปีตั้งแต่ห้างเริ่มเปิด โดยสามีของน้องสาวจะเป็นคนขายประจำ ส่วน น.ส.ปภัชญา มักจะพาลูกไปหาที่ร้าน เธอเล่าถึงน้องสาวและน้องเขยว่าเป็นคนที่ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องอย่างสม่ำเสมอ

"เมื่อคืนที่ยิงกัน น้องสาวโทรมาถามเหตุการณ์ข้างนอกเป็นไงบ้าง หลานก็ยิ้มให้ พี่สาวก็บอกหลานว่าอย่าเสียงดังนะ เดี๋ยวผู้ก่อเหตุได้ยิน"

"แฟนเค้ากลับบ้านเมื่อ 3-4 วันก่อน พูดกับพี่สาวว่า พักผ่อนบ้างอย่าทำเยอะนะ พี่เขยเปิดร้านซ่อมรถ เขายังบอกเลยว่า ตายไปก็เอาไปไม่ได้หรอก"

"คนพาหนีออกมาได้ก็คือ รปภ."

"ตั้งแต่ที่เขา (ผู้ก่อเหตุ) ยิงครั้งแรก ทุกคนเริ่มเข้าไปแอบในร้าน รูดประตูเหล็กปิดหมด ปิดไฟปิดโทรศัพท์มือถืออยู่ในนั้น" หญิงเจ้าของร้านขายขนมที่เข้าไปหลบหนีในร้านแห่งหนึ่งที่ชั้น 3 เล่าให้บีบีซีไทยฟัง ช่วงบ่ายวันนี้ ระหว่างที่เธอมารอเข้าไปเก็บข้าวของในห้าง รวมทั้งรถยนต์ที่จอดไว้

เธอเล่าว่าเริ่มมีการดับแอร์และทีวี ในเวลาประมาณสามทุ่มครึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นระบบอัตโนมัติของห้าง พอใกล้สี่ทุ่มแสงสว่างที่เหลือคือแสงสว่างจากไฟฉุกเฉิน เธอบอกว่า ในร้านค้าบนห้างแต่ละห้องในขณะนั้น เชื่อว่าน่าจะมีคนหลบอยู่ไม่ต่ำกว่า 10-20 คน ในห้องที่เธออยู่มีคนหลบอยู่ด้วยกัน 13 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กหนึ่งคน

คนไว้อาลัยร้องไห้

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBCThai

คำบรรยายภาพ, ผู้คนร่วมไว้อาลัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

หญิงเจ้าของร้านขายขนมบอกบีบีซีไทยว่า ณ นาทีนั้น เธอหวาดกลัวเรื่องไฟไหม้ จากเหตุถังแก๊สที่ถูกยิง รวมทั้งกลัวระเบิดที่มีข่าวแชร์กันทางโซเชียลว่าผู้ก่อเหตุมีอยู่ในครอบครอง

"จิตตก อยากให้มันผ่านไปไว ๆ ว่า ออกไปมันจะเป็นยังไง จับได้หรือยัง" เธอเล่า "เราเห็นข้างนอกร้านได้ แต่ไม่มีใครลุกมาดู... ตอนนั้นมีแต่ความเงียบอย่างเดียว"

เธอเล่าว่า เธอออกมาจากตัวอาคารได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง (รปภ.) เดินเลาะผ่านแถวหน้าร้าน เธอจำได้ว่าเขาคือ รปภ. ที่เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน เข้ามาแจ้งและพาหนีออกทางประตูหนีไฟด้านหลังที่อยู่ห่างจากบริเวณที่หลบซ่อนราว 30 เมตร

"ตอนแรกเค้า (รปภ.) พาเราไป เราไม่กล้า เราคิด รปภ. คนหนึ่ง จะคุ้มครองเราได้ไง ทำไมตำรวจไม่ขึ้นมาพาเราไป ถ้าเกิดอะไรขึ้น รปภ. จะคุ้มครองเรายังไง ปืนก็ไม่มี ก็วิ่งกลับเข้าห้อง รูดประตูเก็บตัวอยู่ในนั้น แต่ตอนนั้น มี 7-8 คนที่ออกไปแล้ว"

ภาพหน้าห้างเทอร์มินอล 21

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBCThai

จนเวลาล่วงผ่านไปครึ่งชั่วโมงเจ้าหน้าที่ รปภ. ขึ้นมาอีกครั้ง เธอโทรถามหลานที่หนีออกไปได้ก่อนแล้ว และได้รับการยืนยันว่าคนที่พาหนีออกไปคือ รปภ. ทำให้เธอมั่นใจที่จะเดินตามหลัง รปภ. ออกไปเพื่อหนีเอาชีวิตรอด

"คนพาหนีออกมาได้ก็คือ รปภ." เธอกล่าว และเล่าว่า เมื่อหนีออกทางประตูหนีไฟ เธอพบว่า มีอีกนับร้อยชีวิตที่ได้เดินเท้าออกทางด้านหลังห้าง เพื่อไปออกทางถนนมิตรภาพ ระหว่างนั้นมีคนตะโกนว่าให้วิ่งโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเหตุการณ์สงบและออกมาได้

"ตอนนั้นหูอื้อหมด ทุกคนตรงนั้นแตกวิ่งกันพรึ่บ บางคนวิ่งหกล้มลงไปนอนเลยนะ"

รถกู้ภัย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBCThai

"ได้ยินเสียงเขา (ผู้ก่อเหตุ) เดินถามและตะโกนมีใครอยู่ไหม"

ผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดอยู่บริเวณชั้น G ในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช และได้รับความช่วยเหลือออกมาตอนเวลาตีหนึ่ง ช่วงสายวันนี้เธอกลับมารอเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ภายในห้าง

เธอเล่าว่าในเวลาประมาณ 17.30 น เธอกำลังลองเสื้อผ้าอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่งบนชั้น G เมื่อทราบว่าเกิดเหตุการณ์ เธอและเพื่อนชายได้หลบหนีเข้าไปในร้านขายเครื่องสำอางบริเวณใกล้เคียง ซึ่งทางร้านได้ปิดประตูหน้าร้านทันที

ร่องรอยกระสุนบนกระจกหน้ารถของตำรวจ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBCThai

ภายในนั้นมีคนเข้ามาหลบภัยทั้งหมด 8 คน รวมทั้งพนักงานของร้าน ระหว่างนั้นก็ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเพื่อนให้แจ้งกองปราบปราม

"อยู่ข้างในได้ยินแต่เสียงปืน ได้ยินเสียงเขา (ผู้ก่อเหตุ) เดินถามและตะโกนมีใครอยู่ไหม" ระหว่างนั้น เธอเล่าว่า พนักงานในร้านได้ส่งข้อความสอบถามความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุจากเพื่อนอยู่ตลอดเวลา และแจ้งความเคลื่อนไหวที่ได้ยินจากชั้น G "ถ้าได้ยินเสียงอะไรจะไลน์ไปบอกเพื่อนข้างนอก"

จนเวลาราวตีหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาและบอกว่า "นี่คือเจ้าหน้าที่ มีใครอยู่ข้างในไหม" พนักงานของร้านได้เปิดประตู และทุกคนทยอยเดินออกทางประตูหน้าร้าน โดยมีเจ้าหน้าที่รอรับอยู่

"ตอนอยู่ในนั้นมันนานมาก" หญิงชาวโคราชบอกความรู้สึกถึงเหตุการณ์ที่ไม่ต่างจากฝันร้ายที่เพิ่งผ่านพ้นไป

คนวางดอกไม้ไว้อาลัย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharan/BBCThai

จุดเทียนไว้อาลัย

เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม ใน อ.เมืองนครราชสีมา มีประชาชนร่วมวางดอกไม้และจุดเทียนไว้อาลัยเต็มพื้นที่ลานหน้าอนุสาวรีย์ ทุกคนสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ และเขียนข้อความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต"ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง" หนึ่งในข้อความที่ชาวโคราชให้กำลังใจกันในคืนนี้

พระสงฆ์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBCThai