ชาวเน็ตร่วมแสดงความเห็น เลิกอ้าง "การแต่งตัวของผู้หญิง" เป็นสาเหตุการข่มขืน

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ชาวเน็ตไทยจำนวนมากร่วมกันแสดงความเห็นว่า "การแต่งตัวโป๊" ของผู้หญิงไม่ได้หมายถึงการยินยอมรับความเสี่ยงและไม่ใช่เหตุผลให้ผู้ชายล่วงละเมิดทางเพศ
วิดีโอของ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นักแสดงและนางแบบ ที่แสดงความไม่เห็นด้วยต่อทัศนคติเหล่านี้กลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง และทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากรวมทั้งคนดังหลายคนร่วมแสดงความเห็นในเรื่องนี้
"พอดีเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์แล้วเจอเรื่องที่เจ้าหน้าที่ออกมาแนะนำว่า ช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ ให้ผู้หญิงงดแต่งตัวเซ็กซี่ งดแต่งตัวเปิดเผย ให้แต่งตัวมิดชิดเข้าไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชายมาลวนลาม ป้องกันไม่ให้โดนข่มขืน" ซินดี้ กล่าวในวิดีโอบนอินสตาแกรมของเธอเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา
วิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ หลังสื่อมวลชนรายงานว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้แต่งกายอย่างเหมาะสม ไม่ล่อแหลมต่อการถูกคุกคามทางเพศในช่วงสงกรานต์
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Instagram เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Instagram และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Instagram ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด Instagram โพสต์
"ในฐานะคนที่เคยโดนลวนลามมาก่อนในช่วงสงกรานต์ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่แต่อย่างใด มันไม่ใช่ความผิดของผู้หญิงหรือเปล่าคะ ผู้หญิงมีสิทธิ์ที่จะแต่งตัวแบบไหนก็ได้ ตราบใดที่มันไม่อนาจารและไม่ผิดกฎหมาย ผู้ชายต่างหากที่ควรจะคิดนะคะว่าเขากำลังทำอะไรอยู่" เธอกล่าว
ซินดี้กล่าวว่าความคิดว่าการแต่งกายของผู้หญิงเป็นเหตุผลให้เกิดการละเมิดทางเพศทำให้สิทธิสตรีในประเทศไทยยังคงล้าหลัง
ในช่วงไม่กี่วันหลังจากวิดีโอของเธอได้เผยแพร่ออกไป ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมาก รวมทั้งคนดังในวงการบันเทิง เช่น โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล และ พลอยพรรณ ทวีรัตน์ ต่างแสดงความคิดเห็นเรียกร้องสิทธิส่วนบุคคลผ่านแฮชแท็ก #donttellmehowtodress และ #tellmentorespect หรือ อย่าบอกให้ฉันแต่งตัวอย่างไร บอกผู้ชายให้เคารพสิทธิ
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
เมื่อผู้ถูกกระทำออกมาขอโทษ
การกล่าวโทษเหยื่อการข่มขืนหรือละเมิดทางเพศยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 24 มี.ค. อินทุอร ดีบุกคำ วัย 22 ปี นักร้องประจำวงดนตรีในรายการโทรทัศน์ เข้าชี้ตัวผู้ต้องหาหลังจากเธอเข้าแจ้งความว่าถูกคนขับรถแท็กซี่พาเข้าโรงแรมม่านรูดขณะมึนเมา
ความเห็นในโลกออนไลน์ที่กล่าวโทษการแต่งกายของเธอว่ามีส่วนทำให้เกิดเรื่องนี้ ทำให้อินทุอรกล่าวยอมรับผิดในส่วนที่ตนเองเมา ไม่มีสติ และแต่งตัวล่อแหลม ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ปัญหาการกล่าวโทษผู้ถูกละเมิดทางเพศไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ผลสำรวจในสหราชอาณาจักรโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อปี 2005 พบว่า มากกว่า 1 ใน 4 ของผู้ถูกสำรวจระบุว่าพวกเขาคิดว่าผู้หญิงที่แต่งกายเซ็กซี่หรือเปิดเผยร่างกายมีส่วนรับผิดชอบต่อการถูกข่มขืน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 3
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 4
หลายองค์กรทั่วโลกยังคงรณรงค์อย่างต่อเนื่องว่าการแต่งตัวของเหยื่อไม่ได้เป็นการเชื้อเชิญให้เกิดล่วงละเมิด และการข่มขืนเป็นอาชญากรรมที่เกิดจากความต้องการจะแสดงกำลังเหนืออีกฝ่าย และการแต่งตัวของผู้หญิงไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้อาชญากรรมเหล่านี้เกิดขึ้น
เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นิทรรศการศิลปะ "ฉันผิดหรือ?" ที่จัดขึ้นในประเทศเบลเยียม ได้รับความสนใจจากทั่วโลก หลังนำชุดที่ผู้รอดชีวิตจากการถูกข่มขืนสวมใส่ในวันเกิดเหตุมาทำขึ้นมาใหม่และจัดแสดง
นิทรรศการดังกล่าวต้องการ ตั้งคำถามต่อทัศนคติและวัฒนธรรมกล่าวโทษเหยื่อ ดังที่เห็นได้จากคำถามว่า "คุณสวมเสื้อผ้าแบบไหนในวันที่เกิดเหตุ?" ซึ่งเป็นคำถามที่ตำรวจมักจะถามเหยื่อที่ถูกข่มขืน
เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว มีรายงานว่าเกิดเหตุเด็กผู้หญิงวัย 15 ปีถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยชาวบ้านกว่า 40 คนในจ.พังงา วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ปัญหาใหญ่ของคดีข่มขืนในไทย คือ ผู้กระทำจำนวนมากรอดพ้นจากการถูกลงโทษ
วราภรณ์ ระบุว่านั่นเป็นเพราะระบบยุติธรรมของไทยยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกกระทำเท่าที่ควร ตั้งแต่ การแจ้งความกับตำรวจที่มักเป็นผู้ชาย ความอับอายที่ทำให้ไม่ตัดสินใจแจ้งความในวันแรก ๆ ที่เกิดเหตุจนทำให้หลักฐานซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินคดีหายไป
เธอกล่าวว่า การตัดสินของสังคมที่มองว่าเหยื่อเหล่านี้กระทำตัวไม่เหมาะสม รวมถึงทัศนคติของผู้หญิงเองที่มักมองว่าตัวเองมีส่วนผิดที่ทำให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การดำเนินการกับผู้กระทำผิดเป็นไปได้อย่างยากลำบาก










