ม็อบ 11 มิถุนา 65: อ. กนกรัตน์ จุฬาฯ วิเคราะห์การกลับมาของการชุมนุมมวลชนอิสระที่ดินแดง

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

การชุมนุมของกลุ่มมวลชนอิสระที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง คืนที่ 11 มิ.ย. หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม "เดินไล่ตู่" จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในช่วงเย็น เป็นการกลับมาอีกครั้งของการชุมนุมของมวลชนอิสระในรอบ 7 เดือนนับจากครั้งสุดท้ายในเดือน พ.ย. 2564

ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 11 มิ.ย. ประชาชนจำนวนหนึ่งมารวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในการชุมนุมไร้แกนนำ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เดินไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง

การชุมนุมดังกล่าวจบลงในช่วงเย็นด้วยกิจกรรม "ยืนหยุดขัง" เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง 9 คน และเปิดแฟลชจากโทรศัพท์มือถือ เป็นกิจกรรมสุดท้าย ก่อนผู้ชุมนุมแยกย้าย หลังจากนั้นที่บริเวณแยกดินแดงตลอดคืน เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชนและมวลชนอิสระ

เหตุการณ์ตลอดทั้งคืนจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาสิ่งของไปทางแถวของตำรวจ บางส่วนปาประทัดลงบนถนน จุดพลุ มีเหตุการณ์ชายฉกรรจ์ทุบและเผารถตำรวจ ส่วนตำรวจควบคุมฝูงชน ได้ฉีดน้ำสกัดผู้ชุมนุม ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง นอกจากนี้ยังปรากฏเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าจับและค้นตัวสื่ออิสระ

"มันรีพีทแพทเทิร์น (เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำ) เมื่อเดือนสิงหา-ตุลา ปีที่แล้วเลย ซึ่งกลุ่มที่มาตอนกลางคืน จะเห็นรูปแบบค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นเยาวชนทะลุแก๊ซ เมื่อปีที่แล้ว" ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับบีบีซีไทย

การรวมตัวชุมนุมของกลุ่มมวลชนอิสระ คืนวันที่ 11 มิ.ย. เกิดขึ้นหลังจากครั้งล่าสุดในเดือน พ.ย. 2564 ที่มีการชุมนุมและเหตุรุนแรงระหว่างตำรวจควบคุมฝูงชนและมวลชนอิสระบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและถนนวิภาวดีต่อเนื่องนานเกือบ 4 เดือน ระหว่างเดือน ส.ค.- พ.ย. 2564 เป็นเหตุการณ์ที่ถูกสื่อและนักวิชาการเรียกว่า "สมรภูมิดินแดง"

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

การชุมนุมของมวลชนอิสระ มีเหตุการณ์เยาวชนชายวัย 15 ปี ถูกยิงที่ศีรษะระหว่างร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างการชุมนุมบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดินแดงที่ต่อเนื่องมาจากการชุมนุมบริเวณดินแดง เมื่อวันที่ 16 ส.ค. และเสียชีวิตในเดือน ต.ค.

เหตุใดการชุมนุมของมวลชนอิสระหรือที่เรียกชื่อกันว่า "ทะลุแก๊ซ" กลับมาอีกครั้ง ผศ.ดร.กนกรัตน์ ซึ่งลงพื้นที่ศึกษาวิจัยถึงที่มาของการเกิดขึ้นของการชุมนุมที่แยกดินแดง สัมภาษณ์เยาวชนผู้ร่วมชุมนุม 30 คน เมื่อปี 2564 กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เพราะนับตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่ม "ทะลุแก๊ซ" ยุติลง รัฐบาลยังไม่เคยศึกษาปัญหาว่า อะไรคือที่มาของ "ม็อบ" ในครั้งนั้นเลย ซึ่งพวกเขาไม่ได้มีข้อเรียกร้องเพียงให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกเท่านั้น อีกทั้งยังจบด้วยการจับกุมผู้เข้าร่วมชุมนุม เกือบ 400 คน ประเมินจากการสังเกตการณ์ ที่คาดว่าแกนนำที่อยู่แถวหน้ามีอย่างมากประมาณ 500-600 คน

"การแก้ปัญหาของรัฐกลับดำเนินคดีเพิ่มต้นทุนให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุม แล้วก็ปล่อยให้ม็อบสลายไป ท่ามกลางปัญหาที่ค้างคา อันนี้คือเรื่องแรกที่ว่าทำไมทะลุแก๊ซจึงกลับมา"

เยาวชนลูกหลานชนชั้นล่างในเมือง กับเศรษฐกิจปากท้องที่ไม่ถูกแก้ไข

ผศ.ดร. กนกรัตน์กล่าวว่า เงื่อนไขของการผ่อนปรนมาตรการของโรคโควิด-19 เอื้อต่อการที่ผู้เรียกร้องสิทธิทางการเมืองในการออกมาร่วมชุมนุม ทว่าอีกประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่แย่ลงกว่าปีที่แล้ว แม้ว่าจะเริ่มเปิดมากขึ้นจากโควิดแล้วก็ตาม

นักวิชาการจุฬาฯ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่แย่ลงกว่าปีก่อน ทำให้ชีวิตของเยาวชนที่ร่วมชุมนุม "ทะลุแก๊ซ" ซึ่งจากการลงพื้นที่ทำวิจัยแบบคร่าว ๆ เมื่อปีที่แล้ว เป็นกลุ่มลูกหลานชนชั้นล่างในเมือง เด็กที่หลุดออกจากการศึกษา เยาวชนที่พอจะลืมตาอ้าปากได้ก่อนโควิด ถูกดึงกลับมาสู่ความยากจนในช่วงโควิด เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบทันที เพราะพวกเขาเป็นทั้ง แรงงานในภาคไม่เป็นทางการและเป็นเยาวชนด้วย จึงเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐที่ผู้ใหญ่เข้าถึงได้ เช่น การมีเงินเยียวยา หรือสวัสดิการต่าง ๆ ที่รัฐให้ ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้เหมือนกับแรงงานในและนอกระบบที่เป็นผู้ใหญ่

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

"เศรษฐกิจแบบนี้เขายังถูกทอดทิ้ง ยังเป็นคนที่ตกอยู่ในความยากจนและไม่สามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ได้เลย เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับว่า สถานการณ์ของเยาวชนที่มาช่วงกลางคืน (วันที่ 11 มิ.ย.) ก็แย่กว่าเดิม หลายคนแทบจะกลายเป็นเด็กไร้บ้าน ไม่มีทั้งงาน ไม่มีทั้งบ้าน ถูกครอบครัวทอดทิ้ง หลังจากถูกดำเนินคดีแล้ว พูดง่าย ๆ ปัญหากลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข แถมยังหนักขึ้น"

แม้รัฐบาลใกล้หมดวาระ แต่กลุ่มนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงระยะสั้นทันที

แม้รัฐบาลใกล้หมดวาระในช่วงต้นปี 2566 และบรรยากาศเริ่มเข้าสู่การเตรียมตัวเลือกตั้ง ผศ.ดร. กนกรัตน์กล่าวว่า ปัญหาของกลุ่มเยาวชนในลักษณะมวลชนอิสระหรือ "ทะลุแก๊ซ" เป็นปัญหาที่ต้องการความเร่งด่วนในการแก้ปัญหา เป็นความเร่งด่วนที่แตกต่างกับข้อเรียกร้องในการชุมนุมของเยาวชนเมื่อปี 2563 ที่มาชุมนุมเพราะรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพทำให้โอกาสที่เขาจะไปถึงฝันประสบความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้ยาก แต่สำหรับกลุ่มทะลุแก๊ซ ความเร่งด่วนคือ เรื่องการดำรงชีวิต

"เยาวชนทะลุแก๊ซ ปัญหาของเขา มันเป็นปัญหาที่หมายถึง life or death ในวันนี้ เขาจะเป็นหรือจะตาย พรุ่งนี้จะมีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านไหม เขาจะต้องกลายเป็นคนไร้บ้านหรือเปล่า เขาจะเอาเงินที่ไหนไปผ่อนมอเตอร์ไซค์ สำหรับเขามันคือความเป็นความตาย เพราะฉะนั้นคือ ทางออกของเขา มันไม่ใช่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งใหม่เท่านั้น ซึ่งเขาก็อาจจะเรียกร้อง แต่ว่ามันไม่ใช่ทางออกในระยะสั้น คือยังไงก็ตาม พวกเขาต้องการทางออกในระยะสั้น และการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นทันที"

ผศ.ดร. กนกรัตน์ ยังเปิดเผยการสัมภาษณ์เชิงลึกถึงเหตุที่พวกเขาต้องใช้ความรุนแรง มีการใช้ประทัด เพราะ "สำหรับพวกเขาก็คือ อย่างน้อยทำให้รัฐบาลรู้ว่าเขามีตัวตน ทำให้รัฐบาล รู้ว่าปัญหาของพวกเขามันยังดำรงอยู่" ซึ่งเป็นวิธีที่เยาวชนกลุ่มนี้ใช้สื่อสารกับรัฐ

"นี่คือส่วนหนึ่งของการต่อสู้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา เขาเผชิญแบบนี้กับเจ้าหน้าที่รัฐ เขาเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐ ละเมิดในทุกมิติ นี่คือสิ่งที่เขารีแอคต่อเจ้าหน้าที่รัฐเป็นปกติ"

โซเชียลมีเดียของ "มวลชนอิสระ" เผยจุดยืน

เพจเฟซบุ๊ก "ทะลุแก๊ซ - Thalugaz" ซึ่งเมื่อปี 2564 เป็นเพจศูนย์กลางที่นัดหมายการชุมนุม มีความเคลื่อนไหวติดตามเหตุการณ์การชุมนุมตลอดคืนที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เพจโพสต์ข้อความเนื้อหาว่า ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากการบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ และต้องการให้ยุบสภาอย่างเร่งด่วน และไม่ให้ทหารและ "มือที่มองไม่เห็น" เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง พร้อมยืนยันถึงการเป็น "มวลชนอิสระ" ที่ไม่ต้องมีแกนนำ

"ทำไมการเรียกร้องให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญเท่าประเด็นอื่น ทุกครั้งที่มีคนออกมาประท้วงเรื่องน้ำมันแพง ของแพง ค่าครองชีพสูง ไรเดอร์ถูกกดขี่ค่าแรงถึงไม่ได้รับความสนใจจากคนในสังคม หรือต้องทำตามแกนนำ นักกิจกรรม และผู้ลี้ภัยอย่างเดียวจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง" เฟซบุ๊ก "ทะลุแก๊ซ - Thalugaz" ระบุ

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก "14 ขุนพลคนของราษฎร lll" ซึ่งมีการเคลื่อนไหวรายงานเหตุการณ์การชุมนุมที่ดินแดงเช่นกัน โพสต์ข้อความว่า การกลับมารวมตัวอีกครั้ง "คงเป็นความคับแค้นและความเกลียดชังที่มีต่อรัฐบาล"

"ตอนจบม็อบดินแดงปีที่แล้วเกิดคำพูดที่ว่า จะให้พวกเราไปยืนจับไมค์จัดม็อบแบบสันติ พวกเราคงทำไม่ได้ ใช่ครับพวกเราทำไม่ได้จริงๆเพราะเราเคยทำแล้วหลังจากจบม็อบที่ดินแดงผมและหลายๆกลุ่ม พยายามทำแล้วแต่ไม่เคยได้รับความสนใจจากขบวนการสันติ ไม่เคยได้รับความสนใจจากสื่อ..."

ลำดับเหตุการณ์

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วเเสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เเถลงข่าวสถานการณ์การชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินเเดง เมื่อเวลา 22.00 น. ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่ไม่เป็นไปด้วยความสงบ มีการใช้อาวุธก่อเหตุความวุ่นวาย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของราชการ และความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปที่เดินทางในบริเวณดังกล่าว พร้อมย้ำเตือนให้หยุดการกระทำดังกล่าวและจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

ลำดับเหตุการณ์ของคืนวันที่ 11 มิ.ย. 2565 ที่บันทึกการสังเกตการณ์โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และสื่อสำนักต่าง ๆ

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

18.10 ประชาชนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแยกย้ายกันกลับ บางส่วนยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม แต่มีบางส่วนกระจายตัวไปทางแยกดินแดง ซึ่งหากเลี้ยวซ้ายไปทางถนนวิภาวดี ก็จะไปยังกรมทหารราบที่ 1 ที่ตั้งบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บริเวณแยกดินแดงมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชน พร้อมรถเครื่องเสียง รถฉีดน้ำ และอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนตั้งแถวปิดถนนวิภาวดีขาออก ไม่ให้ผู้ชุมนุมเดินทางไปถึงหน้าราบ 1 ได้ ทำให้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่เป็นชายวัยรุ่น ประมาณ 60-80 คน รวมตัวก่อนถึงแยกดินแดง

18.45 ผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาสิ่งของไปทางแถวของตำรวจ บางส่วนปาประทัดลงบนถนนตกด้านหน้าแถวของตำรวจ เครื่องเสียงของตำรวจประกาศย้ำหลายครั้งว่า ขอให้ผู้ชุมนุมอย่ายั่วยุ เจ้าหน้าที่เพียงแค่ต้องการรักษาแนวเท่านั้น

19.07 น. ตำรวจตั้งแถวปิดล้อมทั้งสองฝั่ง โดยตำรวจส่วนใหญ่ใส่ชุดสีกากีและสวมเสื้อเกราะ ตำรวจถือโล่และปืนยิงกระสุนยาง โดยใช้รถกระบะตำรวจเปิดไฟฉุกเฉินเป็นพาหนะหลัก

19.15 น. บริเวณซอยบุญอยู่ หน้าโรงแรมมิตรภาพเทียร่า มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเข้าทุบรถกระบะของตำรวจที่จอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ และมีไฟลุกขึ้นที่รถตำรวจ

19.26 น. รถกระบะตำรวจบรรทุกตำรวจเต็มคัน ปิดถนนเพื่อเคลื่อนที่เข้าเคลียร์พื้นที่จากทางบริเวณแยกดินแดงมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ฯ ขณะที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ล่าถอยออกจากบริเวณดังกล่าวแล้ว ระหว่างการเคลื่อนที่ยังมีเสียงและแสงของพลุหรือประทัดเป็นระยะ

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

หลังจากนั้นผู้ชุมนุมแยกย้ายกันกลับ เหตุการณ์สงบลง และรถกระบะของตำรวจก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออก เปิดให้การจราจรกลับมาวิ่งได้ตามปกติ

หลังเวลา 20.30 น. ยังมีเหตุการณ์ปะทะกัน มีประชาชนตะโกนด่าตำรวจ มีเสียงประทัด และตำรวจยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง

เปิดงานวิจัย อ.กนกรัตน์ การชุมนุมดินแดงเมื่อปี 2564

การชุมนุมของ "มวลชนอิสระ" เมื่อปี 2564 ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาพงศ์ เกิ่งไพบูลย์ ได้ศึกษาวิจัยถึงที่มาของการเกิดขึ้นของการชุมนุมที่แยกดินแดง ในรายงานเบื้องต้นโครงการวิจัยเรื่อง "การก่อตัว พัฒนาการและพลวัตการชุมนุมบริเวณแยกดินแดง" ช่วงเดือน ส.ค. - ต.ค. 2564

จากการศึกษาโดยการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมการชุมนุม 30 ตัวอย่างพบว่า ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชน ชนชั้นล่างในสังคม ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ยากจน เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีงานแบบชั่วคราว งานที่ได้รับค่าจ้างต่ำและไม่มีความมั่นคงทางที่อยู่อาศัย จากการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่า พวกเขาหลุดออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อยและต้องเริ่มทำงานหนัก ทำให้ขาดโอกาสและทางเลือกในชีวิต

รายงานวิจัยระบุด้วยว่า จากการสัมภาษณ์พบว่า ผู้ชุมนุมที่แยกดินแดงทั้งหมดได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหนัก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบในภาคบริการและท่องเที่ยว เป็นกลุ่มคนแรก ๆ ที่ถูกให้ออกจากงานหรือลดเงินเดือน ที่ผ่านมารัฐบาลมีการเยียวยา แต่ไม่ได้เพียงพอและไม่ทั่วถึง ผู้ให้ข้อมูลจำนวนมากที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ได้รับการเยียวยาและไม่สามารถเข้าถึงระบบสวัสดิการของรัฐ เช่น ประกันสังคม

สำหรับเหตุผลที่พวกเขาเลือกการเคลื่อนไหวแบบเผชิญหน้า เพราะเห็นว่า สันติวิธีแบบเดิมไม่ได้ผล ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะเรียบร้อยและใช้สันติวิธีเพียงใด เจ้าหน้าที่รัฐก็ปฏิบัติรุนแรงไม่ต่างกัน