ประชามติ: ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ คาสภา หลังองค์ประชุมหวิดล่มจาก ส.ส.ภูมิใจไทย ลาประชุมยกพรรค กักตัวเฝ้าระวังโควิด

ประชาชนแสดงบัตรลงประชามติ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประชาชนแสดงบัตรลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2559

ที่ประชุมรัฐสภายังไม่อาจผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วาระที่ 2 ได้ เนื่องจากองค์ประชุมส่อไม่ครบ

สมาชิกรัฐสภาเข้าร่วมประชุมอย่างบางตาตลอด 2 วันที่ผ่านมานี้ (7-8 เม.ย.) เนื่องจาก ส.ส.ภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งพรรครวม 61 ชีวิต และ ส.ส. รัฐบาลบางส่วนทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อย่างน้อย 6 คน และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งลาการประชุมรัฐสภาเพื่อกักตัว หลังเป็นกลุ่มเสี่ยงติดโควิด-19 นอกจากนี้ยังมี ส.ส. และ ส.ว. รายอื่น ๆ ขอลาประชุมด้วย เพราะไม่มั่นใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในระลอกใหม่

สำหรับองค์ประชุมที่ต้องการคือ 366 จาก ส.ส. และ ส.ว. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 731 คน

ทว่าในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ วาระที่ 2 ซึ่งต้องพิจารณาและลงมติเป็นรายมาตรา ได้เกิดเหตุองค์ประชุมหวิดล่มเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายวันนี้ (8 เม.ย.) เมื่อเข้าสู่การพิจารณามาตรา 50 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุมเพียง 372 คน หรือเกินองค์ประชุมไป 6 เสียงเท่านั้น เป็นผลให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ต้องเอ่ยปากเตือนสมาชิกและขอความร่วมมือให้อยู่ในห้องประชุม ให้อดทนช่วยกันทำหน้าที่ เพราะเดินมาไกลกันแล้ว แต่ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

พอเข้าสู่การพิจารณามาตรา 50/1 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร นายชวนต้องกดออดถึง 3 รอบเพื่อเรียกสมาชิกให้แสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่ห้องประชุมก็ยังค่อนข้างร้าง ทำให้นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ขอหารือว่าหากต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่ และยังสอบถามด้วยว่าจะเปิดประชุมวิสามัญอีกครั้งได้หรือไม่ แต่นายชวนชี้แจงว่าจะไม่มีการเปิดประชุมวิสามัญเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ถ้าไม่ผ่าน เรื่องก็ค้าง ต้องไปเปิดประชุมอีกทีในสมัยสามัญ เหมือนเราไม่รับผิดชอบ จึงขอให้ทุกคนอดทน ช่วยกันทำหน้าที่ จากนั้นได้กดออดเรียกสมาชิกอีกเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตน 377 คน เกินองค์ประชุมไป 11 เสียง และได้พิจารณากันต่อ

afp getty

ที่มาของภาพ, AFP/getty images

คำบรรยายภาพ, ฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต้องการให้ พ.ร.บ. ประชามติอาจเปิดทางให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องทำประชามติได้ เพื่อนำไปสู่การลงประชามติยกเลิกรัฐธรรนูญ "ฉบับ คสช."

ต่อมาเมื่อเข้าสู่การพิจารณามาตรา 51 เรื่องการประกาศผลการออกเสียงประชามติ บรรยากาศห้องประชุมรัฐสภาเหงาหนัก ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นเสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล แต่นายชวนแย้งว่ามีสมาชิกเข้า ๆ ออก ๆ ห้องประชุม และพยายามขอร้องไม่ให้นับองค์ประชุม ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวเสริมว่า เห็นใจการประชุมวันนี้ เพราะมีเรื่องสถานการณ์โควิดเข้ามา ส.ส. หลายคนไม่สามารถมาประชุมได้ เพราะไปพบคนติดเชื้อโควิด จึงต้องเดินทางไปโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อ แต่ขอให้ระวังเรื่องการเสียบบัตรแทนกันด้วย เพราะไม่อยากเกิดเหตุขึ้น จนมีคนนำไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน เพราะสังเกตเห็นเสียงตอนแสดงตนเป็นองค์ประชุม กับเสียงตอนลงมติมีผลต่างห่างกันแบบผิดสังเกต เกรงจะมีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สวนกลับทันทีว่าเรื่องการเสียบบัตรแทนกันไม่มี "ท่านอย่ามาโยนขี้ให้กัน" ขณะที่นายชวนก็รีบตัดบทวิวาทะเข้าสู่สาระการประชุมต่อ

กระทั่งเข้าสู่การพิจารณามาตรา 53 มีสมาชิกอยู่แสดงตนเป็นองค์ประชุม 374 เสียง ทำให้นายชวนสั่งพักการประชุม 10 นาที เพื่อเรียกคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่ายมาหารือกันเพื่อแก้ปัญหาสมาชิกร่วมประชุมแบบโหรงเหรง

หลังพักประชุม นายชวนแจ้งว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เหลืออีก 2 หมวดคือ หมวด 8 และหมวด 9 ซึ่งหากอภิปรายไม่มากก็จะใช้เวลาไม่นาน ก่อนสั่งการให้ฝ่ายเลขานุการอ่านเนื้อหาในหมวด 8 การคัดค้านการออกเสียง และเอ่ยขึ้นว่า "ถ้าไปไม่รอด ผมก็ตัดสินใจได้... ผมไม่ไปตำหนิใครนะครับ เพราะรู้ว่าสถานการณ์ไม่ปกติ" ในระหว่างนั้น ส.ส. ฝ่ายค้านได้เรียกร้องให้สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาเป็นองค์ประชุม

"เมื่อเหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ ก็ต้องยอมรับความจริง ผมจะรอสักพักให้เพื่อน ๆ เข้ามาเพื่อให้ท่านได้แสดงตน ชื่อท่านจะปรากฏในนาทีสุดท้ายว่าใครอยู่ในห้องประชุม" นายชวนกล่าวย้ำว่า รัฐสภาได้เปิดวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้มา 2 ครั้งแล้ว คงไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ส่งกระดาษโน้ตให้นายชวน ซึ่งเข้าใจว่าน่าเป็นการรายงานจำนวนผู้อยู่ในห้องประชุมรัฐสภา และก็เป็นประธานรัฐสภานั่นเองที่แจ้งขอเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ไว้ไปในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากต้องให้องค์ประชุมสมบูรณ์ โดยที่ยังไม่มีการนับองค์ประชุมใด ๆ

นายชวนสั่งให้เลขาธิการสภาอ่านพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญทันควัน เป็นอันว่าการประชุมรัฐสภาปิดลงในเวลา 15.19 น.

ชวน หลีกภัย

ที่มาของภาพ, Facebook/วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายชวน หลีกภัย พยายามให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติต่อจนจบ

ประธานรัฐสภาต้องเรียกประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ต่อในวาระที่ 2 เป็นหนที่สอง หลังจากคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เสียงข้างน้อยพลิกมาชนะโหวตในมาตรา 9 ระหว่างการประชุมรัฐสภาเมื่อเดือน มี.ค. โดยเปิดทางให้รัฐสภาและประชาชนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดให้มีการออกเสียงประชามติได้ ทำให้คณะกรรมการกฤษฎีกาต้องปรับแก้เนื้อหาในมาตราอื่น ๆ ให้สอดคล้องกัน

แต่ท้ายที่สุดร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาลฉบับนี้ ก็ยังไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา จากปัญหาองค์ประชุมหวิดล่ม สรุป 2 วันพิจารณาเนื้อหาไปได้แล้ว 53 จากทั้งหมด 67 มาตรา เป็นผลให้ร่าง พ.ร.บ. ประชามติ คารัฐสภาต่อไป

สถานะล่าสุดของร่าง พ.ร.บ.ประชามติ

สำหรับมาตราสำคัญ ๆ ที่เสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภามีมติเห็นชอบในช่วง 2 วันนี้ อาทิ

  • มาตรา 11 จำนวนชื่อของประชาชนที่จะเข้าชื่อเสนอต่อ ครม. เพื่อขอทำประชามติ ต้องมีไม่น้อยกว่า 50,000 คน แม้ฝ่ายค้าน และ กมธ.เสียงข้างน้อยจะอภิปรายสนับสนุนการใช้เสียงประชาชน 10,000 คน ซึ่งเท่ากับการเสนอร่างกฎหมายทั่วไป
  • มาตรา 17 เขตการออกเสียงประชามติ ให้ใช้ "เขตจังหวัด" เป็นเขตออกเสียงประชามติ
  • มาตรา 20 กำหนดห้ามพระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช และผู้อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นผู้ออกเสียงประชามติ

ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เกี่ยวอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี พ.ร.บ.ประชามติ เสียก่อน ซึ่งนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ระบุว่า "ถ้าผ่านและให้ประชาชนเสนอให้ทำประชามติได้ การจะทำประชามติเพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ยังมีโอกาสเดินต่อ..."

ก่อนรัฐสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. รัฐสภามีมติเสียงข้างมาก เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กมธ.เสียงข้างน้อย ที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แปรญัตติเพิ่มในมาตรา 9 เปิดทางให้รัฐสภาและประชาชน เสนอ ครม. ขอออกเสียงประชามติได้

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
คำบรรยายภาพ, กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ก่อนหน้านั้น กมธ.เสียงข้างมาก ได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประชามติ กำหนดให้การทำประชามติจากทุกช่องทาง ยกเว้นประชามติตามบทบัญญัติที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นประเด็นที่ ครม. เห็นสมควร การแก้ไขดังกล่าวทำให้ ไอลอว์ ออกมาให้ความเห็นว่า ทำให้ความหวังที่ประชาชนและรัฐสภาจะมีอำนาจกดดันรัฐบาลให้ทำประชามติ "อาจกลายเป็นเพียงความฝัน"

สืบเนื่องจากมาตรา 9 ที่เปิดให้รัฐสภาและประชาชน เสนอ ครม. ออกเสียงประชามติได้ ทำให้ ส.ว.กลุ่มหนึ่ง และ ส.ส. พลังประชารัฐ เตรียมจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ไอลอว์วิเคราะห์ด้วยว่า "หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านเกมการจัดทำประชามติก็ยังเป็นเกมที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นคนกำหนดได้เบ็ดเสร็จ ดังนั้น อนาคตของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจึงเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น"