เอ็กซิมแบงก์ของไทยแจง “ไม่พบรายการต้องห้าม” หลังการเปิดโปงของเครือข่ายผู้สื่อข่าวนานาชาติ ด้านแบงก์ชาติขอตรวจสอบข้อมูลก่อน

current exchange

ที่มาของภาพ, Getty Images

หลังจากที่มีเอกสารที่ว่าด้วยธุรกรรมทางการเงินรวมมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกปล่อยออกมาและเปิดเผยว่า มีธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่งปล่อยให้อาชญากรฟอกและโอน "เงินสกปรก" ไปทั่วโลก รวมทั้งธนาคารรายใหญ่ 4 แห่งของไทยด้วย มีเพียงธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยหรือ เอ็กซิมแบงก์ ที่ออกมาชี้แจงว่า "ไม่พบรายการต้องห้าม"

เอ็กซิมแบงก์เผยแพร่เอกสารข่าวเพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว เมื่อ 22 ก.ย. ชี้แจงว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นกระบวนการทำงานปกติ ซึ่งธนาคารได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว และไม่พบรายการต้องห้าม ทั้งยังได้ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างครบถ้วน จึงได้ดำเนินธุรกรรมตามขั้นตอนปกติ

สำหรับเอ็กซิมแบงก์ เป็น 1 ในธนาคารพาณิชย์ไทย 4 รายที่รายงานบนเว็บไซต์สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติที่ระบุว่า ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางในการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัยดังกล่าวจำนวน 92 ครั้ง รวมเป็นมูลค่า 41,308,752 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1,294,244,508 บาท โดยแบ่งเป็นการรับเงิน 9,558,752 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 299,853,270 บาท และการส่งเงิน 31,750,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 995,981,625 บาท ซึ่งกิจกรรมทางการเงินทั้งหมดที่มีการบันทึกไว้อยู่ในช่วงเดือน ธ.ค. 2555- ม.ค. 2559

ธนาคารพาณิชย์ 4 แห่งของไทย ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และเอ็กซิมแบงก์

FinCEN Files graphic

ในรายงานฉบับดังกล่าว ระบุว่า เอ็กซิมแบงก์ มียอดการโอนเงินเพียงหนึ่งครั้งจากธนาคาร Kbc Bank N.V. จากเบลเยียม มายังเอ็กซิมแบงก์ในวันที่ 14 เม.ย. 2557 เป็นมูลค่า 2,557,005 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 80,186,398 บาท

การเปิดโปงครั้งนี้เป็นความร่วมมือของเครือข่ายนักข่าวขุดคุ้ยทั่งโลกถึงความไม่ชอบมาพากลในธุรกิจการธนาคารทั่วโลกผ่านเอกสารที่ว่าด้วยธุรกรรมทางการเงินรวมมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ถูกปล่อยออกมา ได้เปิดเผยให้เห็นว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลกหลายแห่งปล่อยให้อาชญากรฟอกและโอน "เงินสกปรก" ไปทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังพบว่าธนาคารเหล่านี้ให้ชนชั้นนำรัสเซียใช้บริการเป็นช่องทางเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่ห้ามไม่ให้พวกเขาโอนเงินเข้าไปในประเทศตะวันตก นี่เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังมีเหตุเอกสารรั่วไหลหลายชุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่เปิดโปงการเจรจาลับ การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางการเงิน

แบงก์ชาติ ขอให้รอการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

ต่อมาในวันที่ 23 ก.ย. นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาชี้แจงกรณีมีข่าวสถาบันการเงินของไทย 4 แห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัย โดยใช้ข้อมูลจากรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่รั่วไหลจากหน่วยงานเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐอเมริกา (US Financial Crimes Enforcement Network หรือ FinCEN) นั้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สถาบันการเงินภายใต้กฎหมายของสหรัฐอเมริกามีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อ FinCEN เป็นปกติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอยู่แล้ว และไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมที่ถูกรายงานจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเสมอไป

thai baht

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของธปท.ฉบับนี้ ระบุอีกว่า แต่เนื่องจากข้อกล่าวหาที่เป็นข่าวอยู่นั้น ไม่ได้มาจาก FinCEN หรือหน่วยงานทางการใดๆ เรื่องนี้จึงขอให้รอการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้กำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงินให้มีกระบวนการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินแก่การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (AML/CPTF) ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความรู้จักตัวตนลูกค้า (KYC/CDD) การตรวจสอบและการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำหนดอย่างเคร่งครัด โดย ธปท. และ ปปง. ประสานงานกันเพื่อกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่มาของภาพ, ธปท.

คำบรรยายภาพ, นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยนายจาตุรงค์ ยกตัวอย่างว่า เมื่อสถาบันการเงินพบธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ที่ ปปง. กำหนด ก็มีหน้าที่ต้องรายงานต่อ ปปง. ซึ่งเรียกว่ารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ซึ่ง ปปง. จะนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และตรวจสอบ เพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกรรมที่ถูกรายงานใน STR จะเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเสมอไป จึงต้องตรวจสอบก่อนที่จะสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่

2px presentational grey line

อะไรคือเอกสาร FinCEN

FinCEN ย่อมาจาก US Financial Crimes Enforcement Network หรือเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินแห่งสหรัฐฯ

เอกสาร FinCEN มากกว่า 2,500 ชิ้น ที่ถูกปล่อยออกมา และส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่ธนาคารส่งให้ทางการสหรัฐฯ ระหว่างปี 2000-2017 เป็นกระบวนการสำหรับแจ้งไปยังทางการสหรัฐฯ หากธนาคารสงสัยว่าธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า ดูไม่ชอบมาพากล

เอกสารเหล่านี้เป็นความลับที่ระบบธนาคารนานาชาติหวงแหนที่สุด ธนาคารใช้เอกสารนี้เพื่อรายงานความไม่ชอบมาพากลแต่ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานการกระทำผิดได้

เอกสารเหล่านี้รั่วไหลไปถึงมือเว็บไซต์ข่าว Buzzfeed News และถูกนำไปให้กับกลุ่มนักข่าวสืบสวนทั่วโลก และส่งต่อไปรายการข่าว 108 แห่งใน 88 ประเทศทั่วโลกรวมถึงรายการ Panorama ของ BBC ด้วย

นักข่าวหลายร้อยชีวิตช่วยกันอ่านและวิเคราะห์เอกสารจำนวนมหาศาล พบธุรกรรมหลายประการที่ธนาคารไม่อยากให้สาธารณชนรู้

2px presentational grey line

แบงก์ไทยรายไหนทำธุรกรรมน่าสงสัยมากที่สุด

หากพิจารณาจากจำนวนการโอนเงินมากที่สุดและมีมูลค่าสูงจากต่างประเทศมายังไทย เป็นธุรกรรมการรับเงินเข้าจากธนาคาร Israel Discount Bank Ltd จากอิสราเอลมายังธนาคารกรุงเทพในช่วง 2 ก.ค. 2556 - 12 พ.ย. 2556 คิดเป็นจำนวนการโอนเงินทั้งสิ้น 45 ครั้ง คิดเป็นมูลค่ารวม 5,920,731 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 185,555,709 บาท

ตามมาด้วยการโอนเงินจากธนาคาร VP Bank AG จากลิกเตนสไตน์มายังธนาคารกสิกรไทยเป็นจำนวน 18 ครั้ง ในระหว่างวันที่ 1 ก.ย. 2558 - 12 ม.ค. 2559 โดยมีมูลค่าเป็นจำนวนทั้งสิ้น 511,606 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 16,047,289 บาท

captured photo

ที่มาของภาพ, www.icij.org

ส่วนในแง่การโอนเงินออกจากธนาคารในไทยไปยังต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงที่สุด เป็นการโอนเงินจากธนาคารกรุงเทพไปยังธนาคาร CIMB Bank Berhad ในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2556 คิดเป็นมูลค่า 22,300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 698,993,500 บาท

สำหรับรายละเอียดทั้งหมดของการโอนเงินเข้าออกดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.icij.org/investigations/fincen-files/download-fincen-files-transaction-data/

บีบีซีไทยสอบถามไปยังธนาคารกสิกรไทยและกรุงเทพ เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้รับคำตอบว่า "ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้"