การบินไทยดึงมือบริหารร่วมบอร์ดใหม่แทนพลเรือน

เครื่องบินการบินไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน ประชุมครั้งพิเศษวันนี้ (25 พ.ค.) มีมติตั้งคณะกรรมการบริษัทฯ ใหม่ 4 คน ดึงอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วมด้วย

กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเข้ามาใหม่ 4 คนได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แทน นายปิติพันธ์ เทพปฏิมากรณ์ นายบุญทักษ์ หวังเจริญ แทน นายพินิจ พัวพันธ์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร แทน นางปรารถนา มงคลกุล และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ แทน น.ส.ศิริกุล เลากัยกุล

นายปิยสวัสดิ์ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่การบินไทยในปี 2552-2555 ขณะที่นายไพรินทร์ เคยเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายบุญทักษ์ เป็นผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

ในปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทการบินไทยยังมีบุคคลจากกองทัพร่วมอยู่ ได้แก่ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เป็นประธานกรรมการ พลอากาศเอก ชาญยุทธ ศิริธรรมกุล เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 และ พลอากาศเอก อำนาจ จีระมณีมัย เป็นกรรมการอิสระ

สนามบินสุวรรณภูมิ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบิน รวมทั้งการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทย

การแต่งตั้งกรรมการใหม่นี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลสั่งให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทลงจาก 51% เหลือ 48% เพื่อให้พ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.คณะรัฐมนตรีมีมติให้บริษัทการบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย โดยศาลล้มละลาย ซึ่งจะเปิดทางให้มีคณะทำงาน ผู้บริหารมืออาชีพ เข้ามาจัดทำแผนฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ และอาจจะทำให้การบินไทยสามารถเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อหาทางออกได้อย่างเหมาะสม รวมไปจนถึงการหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาช่วยฟื้นฟูกิจการได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุก่อนหน้านี้ว่า จะให้โอกาสการบินไทยเป็น "ครั้งสุดท้าย" ในการฟื้นฟูกิจการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในงบการเงินปี 2562 ที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การบินไทยมีสินทรัพย์รวม 2.57 แสนล้านบาท มีหนี้สินรวม 2.45 แสนล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 1.18 หมื่นล้านบาท ถ้าคิดเป็นอัตราส่วนของหนี้สินต่อทุนคือเกือบ 21 เท่า

นายชูกอร์ ยูซอฟ แห่ง Endau Analytics บริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรมการบินในสิงคโปร์ บอกบีบีซีไทยว่า "การเมือง" เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้การบินไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่จำกัดและมีประสิทธิภาพน้อยกว่าสายการบินคู่แข่ง

นอกจากนี้ ฝ่ายราชการและการเมืองมีอิทธิพลต่อการดำเนินการของการบินไทยมาอย่างยาวนาน ในการตัดสินใจต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อเครื่องบิน การเลือกเส้นทางบิน เป็นต้น ทำให้อำนาจในการบริหารของผู้บริหารระดับสูงในองค์กรอ่อนแอ

นักวิเคราะห์รายนี้มองว่าการยอมขายหุ้นของกระทรวงการคลังถือเป็นสัญญาณที่สำคัญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการบินไทย ที่รัฐบาลมีเจตจำนงในการถอยออกไป ซึ่งจะเป็นการเปิดทางให้ผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารโดยปราศจากการแทรกแซง

"แม้ว่ากระทรวงการคลังจะไม่ได้ถือหุ้นในการบินไทย 51% อีกต่อไปแล้ว แต่หุ้นดังกล่าวยังมีแนวโน้มถูกถือครองโดยหน่วยงานของรัฐ ซึ่ง ก็สามารถมีอิทธิพลและเป็นแรงกดดันให้ต่อการบินไทยอีก แต่ประเด็นนี้สามารถทำให้ลดลงได้ หากว่ารัฐบาลกำหนดกฎระเบียบป้องกันไว้" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านการบินรายนี้เชื่อว่า หลังจากได้คณะกรรมการบริหารมืออาชีพด้านการบินแล้ว การบินไทยควรถูกปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาดและอุตสาหกรรมการบิน