โคโรนา : คนขับแท็กซี่ที่ติดเชื้อโคโรนาจากนักท่องเที่ยวจีนในไทยแนะเพื่อนร่วมอาชีพป้องกันตัวเอง

แถลงข่าว

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

คำบรรยายภาพ, คนขับแท็กซี่วัย 50 ปี เปิดใจรักได้รับการรักษาจนหายป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

คนขับรถแท็กซี่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากคนสู่คนรายแรกของไทย โดยเชื่อว่าติดเชื้อจากผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนหายจากอาการป่วยแล้ว โดยตรวจไม่พบเชื้อไวรัสตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

ในการแถลงข่าวสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ประจำวันนี้ (5 ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้นำชายไทยอายุ 50 ปี ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ซึ่งถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาเมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค. พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่ให้การรักษามาแถลงข่าวด้วย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ยกย่องชายคนดังกล่าวว่าเป็นตัวอย่างของผู้ป่วยที่ดีเนื่องจากมีการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มมีอาการ เช่น หยุดอยู่บ้านทันที หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลอื่น ส่งผลให้จำกัดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ขณะที่สมาชิกในครอบครัวก็ไม่มีการติดเชื้อ

"ฝากไปถึงเพื่อน ๆ ที่ขับรถแท็กซี่ ขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง ไม่ใช่ว่าหาเงินอย่างเดียว เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นรายได้หดหาย ถ้าไม่หาย ครอบครัวก็จะแย่ ขอวอนทุกท่านที่ขับรถสาธารณะที่เป็นด่านแรกให้นักท่องเที่ยว...เราจะรู้ได้อย่างไรว่านักท่องเที่ยวเขาเป็น (ติดเชื้อไวรัส) ไหม จับพวงมาลัยเมื่อไหร่ ในมาสก์ (หน้ากากอนามัย) เถอะครับ แล้วก็เอาหน้ากากอนามัยให้เขาใส่ด้วย" ชายคนขับรถแท็กซี่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาและได้รับการรักษาจนหายแล้วกล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันนี้

คนขับรถแท็กซี่ ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ความรู้สึกวันแรก (ที่รู้ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา) ก็น้ำตาไหล เราไม่คิดว่าจะเป็น"

นอกจากจะให้คำแนะนำเพื่อนร่วมอาชีพแล้ว เขายังให้คำแนะนำประชาชนทั่วไปด้วยว่าเมื่อรู้ตัวว่าป่วยควรหลีกเลี่ยงการออกไปในที่สาธารณะ และเมื่ออยู่ที่บ้านก็ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งไม่ใช้ภาชนะร่วมกับคนอื่น ๆ ในบ้าน

"เวลาผมป่วย ผมไม่ออกจากบ้านไปคุยกับใครเลยครับ เก็บตัวอย่างเดียว จะได้ไม่เป็นคนแพร่เชื้อ คนในครอบครัวผมไม่ติด (เชื้อไวรัส) เพราะหากใครในบ้านเป็นหวัด ผมจะแยกช้อนแยกแก้ว ขันที่บ้วนปากแปรงฟัน ก็แยกทันที ก็รู้สึกดีที่การใส่ใจครอบครัวเป็นการไม่แพร่เชื้อไปยังคนรอบข้าง" คนขับแท็กซี่กล่าว

เขาเรียกเสียงปรบมือจากบุคลากรทางการแพทย์และผู้สื่อข่าวเมื่อพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อนักท่องเที่ยวจีน

"ผมติดโคโรนาก็ไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีกับพี่น้องชาวจีน พูดตรง ๆ อู่ข้าวอู่น้ำของผมก็คือนักท่องเที่ยวครับ...ผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่แย่นะครับ ผมดูข่าวอยู่ในห้องแยกโรค ผมยังส่งกำลังใจไปให้ชาวอู่ฮั่นทุกวัน บอกให้สู้ ๆ ผมสู้แล้วยังหายเลย"

คนขับแท็กซี่ยังได้เสนอให้นายอนุทินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านการเงินแก่คนหาเช้ากินค่ำอย่างเช่นคนขับรถสาธารณะที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ต้องหยุดงานเมื่อรู้สึกว่ามีอาการป่วยหรือต้องเข้าสู่การกักกันโรคในช่วงเฝ้าระวัง เพราะพวกจะขาดรายได้

ข้าม Facebook โพสต์

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์

แพทย์เผยเบื้องหลังการรักษา

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ให้ข้อมูลว่า เริ่มแรก คนขับแท็กซี่รายนี้มีอาการไข้และไอมากผิดปกติ จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่มีสิทธิรักษาพยาบาลอยู่ ซึ่งแพทย์ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทางโรงพยาบาลต้นสังกัดจึงได้ส่งตัวผู้ป่วยรายนี้มารักษาต่อที่สถาบันบำราศนราดูรเมื่อวันที่ 28 ม.ค. แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหลายชนิด เพราะยังไม่สามารถแยกได้ว่าติดเชื้อไวรัสร่วมกับแบคทีเรียด้วยหรือไม่

แพทย์อายุรกรรมโรคปอดที่เป็นเจ้าของไข้กล่าวว่า เมื่อแรกรับ ผู้ป่วยยังคงมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย จึงต้องใช้อ็อกซิเจนช่วยในการหายใจ ต่อมาอาการดีขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งวันที่ 31 ม.ค.ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว และการตรวจซ้ำอีก 2 ครั้งก็ไม่พบเชื้อเช่นกัน จึงลงความเห็นว่าหายดีแล้วและให้กลับบ้านได้

วันแรกของคนไทยที่กลับจากนครอู่ฮั่น

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การนำคนไทยกลับสู่มาตุภูมิจากกรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กองทัพเรือ สัตหีบ จ.ชลบุรี วันนี้ (5 ก.พ.) ว่าคนไทยกลับบ้านเมื่อคืนที่ผ่านมา 138 คน เข้าสู่ที่พักเรียบร้อย

จากข้อมูลเมื่อคืนนี้ ที่แจ้งว่าผู้ที่มีไข้ 6 คน วันนี้สรุปตัวเลขอยู่ที่ 4 คน เนื่องจากเมื่อคืนมีความผิดพลาดในการนับซ้ำระหว่างเจ้าหน้าที่ภาคพื้นกับเจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน ขณะนี้ทั้ง 4 คน อยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สัตหีบ ยืนยันจากผลตรวจเบื้องต้นว่ายังไม่มีการติดเชื้อ

"3 ท่านที่เอกซเรย์ปอดมีความผิดปกติเล็กน้อย ส่วนอีกท่านมีการท้องเสีย" รมช.กระทรวงสาธารณสุข กล่าว

อาคารรับรอง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อาคารรับรองภายในฐานทัพเรือสัตหีบได้รับการดัดแปลงเป็นที่พักสำหรับสังเกตอาการของคนไทยกว่า 130 คนที่เดินทางกลับจากนครอู่ฮั่นเมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ.

ส่วนคนอีก 134 คนที่พักแรมที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ในจำนวนนี้มีหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็กด้วย ซึ่งนายสาธิตย้ำว่าทั้งหมด "ยังเป็นแค่กลุ่มเสี่ยง ยังไม่ได้เป็นผู้ป่วย" ทางคณะทำงานทีมแพทย์เตรียมเข้าไปซักซ้อมทำความเข้าใจในการปฏิบัติตัว ทั้งการดูแลตัวเองและส่วนของญาติที่ต้องการเข้าเยี่ยม

สำหรับระยะเวลาการเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน นายสาธิตกล่าวว่า การสอบสวนย้อนหลังค่อนข้างยาก จึงนับวันที่เริ่มเฝ้าระวังวันนี้ (5 ก.พ.) เป็นวันแรก และจะสิ้นสุดที่วันที่ 18 ก.พ.

ทหารเรือ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ทหารเรือคอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนบริเวณที่พักของคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า คนไทยกลับบ้าน 4 คน ที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน เป็นคนวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20-50 ปี อาการโดยรวมวันนี้ค่อนข้างดี แต่ผลการอ่านฟิล์มเอกซเรย์ในเบื้องต้นพบความผิดปกติของปอด

นพ.สุเทพ กล่าวอีกว่า ทีมแพทย์และลูกเรือ ทีมแพทย์พยาบาล 9 คน ที่เดินทางไปกับเที่ยวบินที่รับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่นกลับมา หลังจากลงเครื่องแล้วได้มีการเข้ากระบวนการปลอดเชื้อและกลับไปทำงานตามปกติแล้ว