โคโรนา : งานวิจัยชี้ กรุงเทพฯ เสี่ยงรับเชื้อไวรัสโคโรนาอันดับหนึ่งของโลก

ที่มาของภาพ, EPA
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตันในอังกฤษ บ่งชี้ว่า ไทยคือประเทศที่เสี่ยงได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ 2019-nCoV จากจีนแผ่นดินใหญ่มากที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนจากพื้นที่เสี่ยงการระบาดของโรคในเทศกาลตรุษจีน
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่า อัตราเสี่ยงที่ไทยจะเผชิญการแพร่ระบาดภายในประเทศจะสูงที่สุดในโลก เนื่องจากมีระบบสาธารณสุขที่ดีพอ
งานวิจัยชิ้นนี้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางของชาวจีน ระหว่างปี 2013-2015 ที่ได้จากบริการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Location-Based Services หรือLBS) ของเว็บไซต์ไป่ตู้ และข้อมูลการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศในปี 2018 จากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา
ทีมนักวิจัยมีเป้าหมายในการหารูปแบบการเดินทางของชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่นไปยังเมืองอื่น ๆ ในจีน เพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่จะแพร่ระบาดไปภายในประเทศและนอกประเทศในช่วงการเดินทางในเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายประจำปีของมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก
ทีมนักวิจัยเชื่อว่าการทราบรูปแบบการเดินทางของชาวจีนในช่วงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคได้
18 เมืองความเสี่ยงสูง
ผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563 พบว่า ในจีนแผ่นดินใหญ่มีเมือง 18 แห่ง ที่ถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงสูงที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย เมืองอู่ฮั่น และอีก 17 เมืองที่มีคนจากเมืองอู่ฮั่นเดินทางไปจำนวนมากในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้แก่ ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, กว่างโจว, เจิ้งโจว, เทียนจิน, หางโจว, เจียเซียง, ฉางชา, ซีอาน, หนานจิง, เซินเจิ้น, ฉงชิ่ง, หนานชาง, เฉิงตู, เหอเฝย์, ฝูโจว, ตงก่วน

ที่มาของภาพ, EPA
ไทยจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนจากพื้นที่เสี่ยงโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะได้รับเชื้อโครโรนาสายพันธุ์ใหม่เข้าประเทศ จากชาวจีนที่เดินทางมาจาก 18 เมืองเสี่ยงโรคระบาดดังกล่าว ในช่วง 3 เดือน คือ 15 วันก่อนวันตรุษจีนและ 2 เดือนครึ่งหลังจากนั้น
การศึกษาบ่งชี้ว่า กรุงเทพฯ คือจุดหมายยอดนิยมอันดับ 1 ของชาวจีนจากเมืองเสี่ยงเหล่านี้ โดยประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศในช่วงดังกล่าวราว 1.062 ล้านคน ตามด้วยภูเก็ต ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 7 เชียงใหม่อยู่ในอันดับที่ 13 และกระบี่ อันดับที่ 24
คาดว่ายอดรวมนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 3 เดือนของเทศกาลตรุษจีนจะอยู่ที่ประมาณ 2.031 ล้านคน หรือคิดเป็นอัตราความเสี่ยงที่ 15.3%
อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิจัยชี้ว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นการประเมินจากรูปแบบการเดินทางตามปกติของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงตรุษจีน และตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปในกรณีที่มีการจำกัดการเดินทางและการใช้มาตรการควบคุมต่าง ๆ
ส่วนเมืองใหญ่อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงในการรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากจีน มีอาทิ ฮ่องกง, ไทเป, โซล, โตเกียว, สิงคโปร์,โอซากา, กัวลาลัมเปอร์, มาเก๊า, ซิดนีย์, ลอสแอนเจลิส, นิวยอร์ก และลอนดอน เป็นต้น

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
เสี่ยงรับเชื้อเข้าประเทศมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเสี่ยงเชื้อแพร่ระบาดมากที่สุด
ศาสตราจารย์ แอนดรูว์ เจ มาเทม จากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตัน หนึ่งในคณะผู้ร่วมวิจัย ชี้แจงกับบีบีซีไทยว่า
"เรารวมเอาข้อมูลการเดินทางภายในจีน และการเดินทางทางอากาศจากเมืองต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง (ของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่) ซึ่งนี่บ่งชี้ว่า กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่อาจได้รับผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ"
"นี่ไม่ได้หมายความว่ากรุงเทพฯ จะมีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะเผชิญการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศ เพราะเมื่อเทียบกับประเทศรายได้ต่ำอื่น ๆ ทั่วโลก ระบบสาธารณสุขของไทยมีความแข็งแกร่งกว่า ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าจะสามารถตรวจพบ และจัดการกับผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้ามาในประเทศได้ดีกว่า และอันตรายของการที่เชื้อจะถูกแพร่กระจายออกไปจากผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศก็อาจน้อยกว่ากลุ่มประเทศยากจนกว่า เช่น ประเทศในภูมิภาคตอนใต้ทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา (Sub-Saharan Africa) เป็นต้น

ที่มาของภาพ, EPA
นักท่องเที่ยวจีนยังอยู่ในไทยกว่า 2 แสนคน
กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เผยแพร่ข้อมูลตัวเลขผู้เดินทางจากจีนเข้าไทย ตั้งแต่ 1 - 28 ม.ค. 2563 ว่ามีผู้เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้าไทย 20,271 คน ออกไปแล้ว 17,541 คน ยังไม่เดินทางออก 2,730 คน จากเมืองกวางโจวเข้าไทย 95,582 คน ออกไปแล้ว 70,813 คน ยังไม่เดินทางออก 24,769 คน และจากเมืองอื่น ๆ ของจีนเข้าไทย 815,112 คน ออกไปแล้ว 615,220 คน ยังไม่เดินทางออก 199,892 คน
สรุปรวมตัวเลขผู้เดินทางจากจีนเข้าไทย ในช่วง 28 วัน 930,965 คน ออกไปแล้ว 703,574 คน ยังไม่เดินทางออก 227,391 คน
รัฐบาลไทยยืนยันว่า ผู้ที่ยังไม่เดินทางออกนั้นรัฐบาลได้ติดต่อและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีมาตรการรองรับหากพบอาการป่วยหรือติดเชื้อ รวมทั้งยังคงเดินหน้ามาตรการคัดกรองและป้องกันการแพร่เชื้อของผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
สธ. ชี้การระบาดในประเทศ "มีความเป็นไปได้"
ก่อนหน้านี้ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศ (local transmission) แต่ให้ความมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว
"แต่ตอนนี้สิ่งเรากำลังเผชิญอยู่ก็คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ป่วยที่นำเข้าจากต่างประเทศ จากขั้นตอนนี้ สถานการณ์คงคล้ายญี่ปุ่นคือจะเริ่มพบว่ามีผู้ป่วยบางคนที่เป็นคนในพื้นที่ ไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศ เริ่มมีอาการป่วย คือ เริ่มมี local transmission ในลักษณะจำกัด คือ มีการแพร่ระบาดในวงจำกัดในประเทศ ถ้ามากกว่านั้นก็คือมีการระบาดในวงกว้างขึ้น แต่เป็นการระบาดในจังหวัดเดียวกัน ตอนนี้เราเตรียมรับมือไปจนถึงจุดนั้น" นพ.ธนรักษ์ กล่าวเมื่อวานนี้ (29 ม.ค.)
"เรารู้ว่าเรามีความเสี่ยงอยู่ระดับหนึ่ง โอกาสที่จะเริ่มเจอการระบาดในประเทศมีความเป็นไปได้...อาจเป็นวันนี้ พรุ่งนี้ หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้" รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว
สำหรับจังหวัดที่มีความเสี่ยงเกิดการระบาดก็คือจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจีนอยู่มากที่สุด ซึ่งในวันนี้ (30 ม.ค.) กระทรวงสาธารณสุขจะเชิญเจ้าหน้าที่จากทุกจังหวัดมารับทราบวิธีการรับมือการระบาดในวงจำกัด
ไวรัสแพร่ระบาดทั่วทุกภูมิภาคของจีน
ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตจากการระบาดของไวรัสโคโรนาในจีนเพิ่มเป็น 170 คน โดยหน่วยงานสาธารณสุขของจีนเปิดเผยว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว ณ วันที่ 29 ม.ค. มีจำนวน 7,711 ราย โดยได้พบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วในธิเบตแสดงให้เห็นว่าไวรัสโคโรนาได้ระบาดในทุกภูมิภาคของจีนแล้ว
ในส่วนของต่างประเทศนั้น พบผู้ติดเชื้ออย่างน้อยใน 16 ประเทศ และองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) จะประชุมกันในวันนี้ (30 ม.ค.) เพื่อพิจารณายกระดับเป็นภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขหรือไม่
นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกระบุว่า "ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา พัฒนาการของไวรัสในบางประเทศ โดยเฉพาะการถ่ายทอดจากคนสู่คนอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง" เขายังยกตัวอย่างเยอรมนี เวียดนาม และญี่ปุ่นที่มีผู้ติดเชื้อจากคนที่เคยเดินทางไปประเทศจีน
"แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนจะยังมีไม่มาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดในวงกว้างกว่าที่เป็นอยู่" นายกีบรีเยซุสระบุ
องค์การอนามัยโลกระบุก่อนหน้านี้ว่าการอพยพพลเมืองชาติต่าง ๆ ออกจากจีนเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ไวรัสโคโรนาแพร่กระจายออกไปมากขึ้น โดยในขณะนี้กำลังพิจารณาหาทางเลือกอื่นแทนการนำคนออกจากจีน ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้นำเชื้อไวรัสกลับไปประเทศบ้านเกิด

จีนยังไม่อนุญาตให้หลายชาตินำพลเมืองกลับ
ขณะนี้ทางการหลายประเทศกำลังอพยพพลเมืองที่ต้องการเดินทางออกจากเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศโดยสมัครใจ อย่างไรก็ดี ในกรณีของสหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ เที่ยวบินที่ส่งไปรับคนทั้งสองชาติยังไม่สามารถออกเดินทางจากจีนได้ เนื่องจากมีข้อติดขัดในขั้นตอนการอนุมัติจากทางการจีน
ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินสองลำนำชาวญี่ปุ่นกลับประเทศแล้วกว่า 200 คน สหรัฐฯ นำชาวอเมริกันราว 200 คน ออกจากเมืองอู่ฮั่นแล้วเช่นกัน ขณะที่จะมีเครื่องบินอีกสองลำนำพลเมืองของสหภาพยุโรปเดินทางกลับ โดยในจำนวนนี้เป็นชาวฝรั่งเศส 250 คน










