อนาคตใหม่ : ปิยบุตรชี้ ส.ว. สมชาย "เสียมารยาท" กรณีอภิปรายโจมตี อนค.ในที่ประชุมวุฒิสภา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เปิดแถลงข่าวชี้แจง 3 ประเด็นร้อนทางการเมืองที่รุมเร้า อนค. ทั้งเรื่อง ส.ส.โหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณสวนมติพรรค ความขัดแย้งระหว่าง ส.ส.เขตกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรณีการโหวตคว่ำ พ.ร.ก.โอนกำลังพลและงบประมาณบางส่วนไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์
นายปิยบุตรยืนยันว่า ส.ส. อนค. ทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.เขต ยังมีเอกภาพและทำงานสอดคล้องกันเป็นอย่างดีเพื่อผลักดันอุดมการณ์ของพรรค และพรรคฝ่ายค้านยังมีเสถียรภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้บางเรื่อง อย่างเช่น พ.ร.ก.โอนกำลังพลและงบประมาณ อนค.จะมีมติต่างจากพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ ก็ตาม
สั่งห้าม "กวินนาถ" ทำกิจกรรมร่วมกับพรรค
กรณีกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส. อนค. เขต 7 ชลบุรี ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ซึ่งสวนกับมติ "งดออกเสียง" ของพรรค นายปิยบุตรกล่าวว่าตามข้อบังคับพรรคถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย ซึ่งคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณของพรรคจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง และส่งผลการสอบสวนให้คณะกรรมการบริหารพรรคมีคำสั่งวินิจฉัยหรือลงโทษต่อไป
"หากเราปล่อยให้ ส.ส. ลงมติได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมติพรรค แล้วเราจะมีพรรคการเมืองไปเพื่ออะไร แล้ว ส.ส.จะสังกัดพรรคการเมืองนั้นไปเพื่ออะไร...เราจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างมติของพรรคซึ่งดำเนินการตามแนวทางอุดมการณ์ทางการเมืองกับอิสระของ ส.ส.ในการลงมติ"
นายปิยบุตรกล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างนี้ อนค.ได้สั่งห้าม ส.ส.กวินนาถดำเนินกิจกรรมใด ๆ ของพรรค จนกว่าคณะกรรมการบริหารจะมีคำวินิจฉัย พร้อมกับกล่าว "ขอโทษ" ผู้ลงคะแนนเสียง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
"ผมในฐานะตัวแทนพรรคอนาคตใหม่จำเป็นต้องขอโทษพี่น้องประชาชนในเขต 7 ชลบุรี ที่ลงคะแนนเสียงเลือกคุณกวินนาถเข้ามาเป็น ส.ส.ด้วยความหวังว่าจะให้คุณกวินนาถมาร่วมทำงานตามอุดมการณ์ของพรรค จะมาร่วมกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. จะมาร่วมกันสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยกลับบมา ต้องขอโทษที่คุณกวินนาถลงมติสวนมติพรรคถึง 2 ครั้งติดต่อกันภายในเวลา 3 วัน"
ขณะที่ ส.ส. กวินนาถแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนวันเดียวกันนี้ว่า การตัดสินใจโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนั้นอยู่บนพื้นฐานของการฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการเห็นการพัฒนา
"การรับ (ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ) ครั้งนี้เพื่อจะเปิดโอกาสให้เราและทีมงานเราทำงานในพื้นที่ ว่าเราไม่ได้ขัดแย้งกับคนในพื้นที่นะ ไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐบาล" กวินนาถระบุ "ครั้งนี้ที่เรารับไม่ได้หมายความเราจะรับทั้งหมด เราไม่ได้เห็นด้วยกับทุกเรื่อง มันแค่วาระแรกในการรับหลักการเท่านั้น มันยังมีวาระที่ 2 วาระที่ 3 ถ้าไม่ดี ก็ไม่ใช่จะโหวตรับให้อีก เราอาจจะไม่รับก็ได้"
ส่วนกรณีโหวตอนุมัติ พ.ร.ก. โอนกำลังพลและงบประมาณฯ นั้น กวินนาถบอกว่าเป็นเพราะเขา "ไม่อยากไปก้าวล่วงหรือทำอะไรที่ขัดกับสถาบันสักเท่าไหร่"
"มันต่างคนต่างความคิด ของ อ.ปิยบุตรก็ถูก แต่เพื่อความสบายใจ เรารู้สึกว่าเราไม่อยากขัดอะไรมากมาย เราก็โหวตให้รับไป" ส.ส. ชลบุรีกล่าวและยืนยันว่าเขาจะไม่ลาออกจากการเป็น ส.ส. ส่วนจะต้องออกจากการเป็นสมาชิก อนค. หรือไม่ ขอให้เป็นการตัดสินใจของพรรค
ไม่มีความขัดแย้งระหว่าง ส.ส.เขต-ส.ส.บัญชีรายชื่อ
เลขาธิการ อนค. กล่าวถึงรายงานข่าวในสื่อมวลชนบางสำนักที่อ้าง "แหล่งข่าว" ว่า อนค.ปฏิบัติต่อ ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างไม่เท่าเทียมกัน โดยให้ความสำคัญกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากกว่า ซึ่งความไม่พอใจนี้ทำให้การลงมติ พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ และ พ.ร.บ.งบประมาณ ของ ส.ส. อนค. ไม่เป็นไปในทางเดียวกัน
นายปิยบุตรยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคไม่มีความขัดแย้งกันและยังคงทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี เห็นได้จากการช่วยกันหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งซ่อมใน จ.นครปฐม
"ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าหัวหน้าพรรค อนค. เป็นเผด็จการรวบอำนาจนั้นก็ไม่เป็นความจริง หัวหน้าพรรคเปิดโอกาสให้ ส.ส.พูดคุยแลกเปลี่ยนแสดงความเห็นอยู่เสมอ" นายปิยบุตรกล่าว ก่อนจะให้ ส.ส.บางคนที่มีชื่อปรากฏในข่าวว่าไม่พอใจการปฏิบัติของพรรค เช่น นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น มายืนยันว่ารายงานข่าวนั้นไม่มีมูลความจริง

ที่มาของภาพ, เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit
แม้จะปฏิเสธเรื่องความขัดแย้งระหว่าง ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.แบบแบ่งเขต แต่นายปิยบุตรก็ยอมรับว่า ความขัดแย้งระหว่าง ส.ส.เขตกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้นมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้เพราะ "เป็นผลโดยตรงมาจากการออกแบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560...เป็นจุดอ่อนของระบบเลือกตั้งที่ออกแบบมา ทำให้ ส.ส. เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน"
อัด ส.ว. สมชาย แสวงการ "เสียมารยาท"
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภากล่าวในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) วิจารณ์นายปิยบุตรที่อภิปรายคัดค้าน พ.ร.ก.โอนกำลังพลและงบประมาณบางส่วนไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์ รวมถึง ส.ส. อนค. 70 คนที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.ฉบับนี้ เลขาธิการ อนค. ตอบว่าการกระทำของนายสมชายนั้นเป็นเรื่อง "เสียมารยาท" เพราะเป็นการอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาที่ ส.ส.อย่างเขาไม่ได้อยู่ด้วยและไม่มีโอกาสใช้สิทธิพาดพิง
ทั้งนี้ นายสมชายวิจารณ์ว่าการอภิปรายของนายปิยบุตรนั้นสร้างความสับสนให้สังคม เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด "ปฏิกษัตริย์นิยม"
"ที่ประชุมของวุฒิสภา คุณจะว่าอย่างไรก็ว่ากันไป แต่คุณมาพูดถึง ส.ส.ซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ผมก็ไม่รู้ว่าประธานวุฒิสภาอนุญาตให้พูดอย่างนี้ได้อย่างไร ผมไม่มีโอกาสชี้แจง ถ้าผมอยู่ในที่ประชุมวุฒิสภา ผมก็จะยกมือขึ้นขอชี้แจง แต่นี่เขาประชุมวุฒิกันเอง ผมเป็น ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผมไม่ได้เป็น ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. ผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม พอเขาพูดถึงผม ๆ ก็ไม่มีโอกาสใช้สิทธิพาดพิง ผมว่าเรื่องนี้ เสียมารยาท" นายปิยบุตรกล่าว
เขาบอกด้วยว่าเนื้อหาที่นายสมชายพูด "ไม่เป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" และยังท้านายสมชายให้ขึ้นเวทีดีเบตกับเขาได้ทุกที่
"อย่าใช้วิธีการไปพูดข้างเดียวในวุฒิสภาแล้วมาใส่ร้ายป้ายคนอื่นแบบนี้" นายปิยบุตรกล่าว
ขณะที่วันนี้ (21 ต.ค.) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สมัยวิสามัญ) เมื่อ 17 ต.ค. 2562 ลงมติอนุมัติ พ.ร.ก. ดังกล่าว และในคราวประชุมวุฒิสภา (สมัยวิสามัญ) เมื่อ 20 ต.ค. 2562 ที่ประชุมได้ลงมติอนุมัติ พ.ร.ก. ดังกล่าวแล้ว จึงประกาศมาตามความในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2562
จึงถือว่า พ.ร.ก. ดังกล่าว ได้รับการรับรองให้มีผลบังคับใช้เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โดยสมบูรณ์











