อาเซียน : ประยุทธ์ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ สร้างความเชื่อมั่น หลังไทยผ่านเลือกตั้ง “ด้วยความเรียบร้อย”

นายก

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ไม่มีการถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน และไม่มีการจับมือแบบอาเซียนเวย์
    • Author, ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 34 เริ่มขึ้นแล้ว และผ่านไปได้ดีตลอดทั้งวัน เน้นย้ำการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาคอาเซียน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมเป็นประธานประชุมหารือเต็มคณะ

สาระสำคัญเรื่องหนึ่งของการประชุมครั้งนี้ที่มีการหารือกันไปแล้วก็คือการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาคอาเซียน หรือที่เรียกว่า RCEP (อาเซป) ที่ประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ แต่ยังไม่มีรายละเอียดหรือความคืบหน้าเพิ่มเติมใด ๆ หลังจากการประชุมในช่วงเช้าเสร็จสิ้นลง

อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นที่จับตามองก็คือสถานการณ์โรฮิงญา โดยที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศได้พูดถึงสถานการณ์ในรัฐยะไข่ และมีเรื่องของเอกสารมุมมองของอาเซียน เรื่องอินโดแปซิฟิก

นอกจากนี้ ยังพูดถึงสถานการณ์ในภูมิภาค การขับเคลื่อนการเป็นประชาคมอาเซียน รวมถึงเรื่องที่มีข้อห่วงกังวล อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัวรับความท้าทายใหม่ ๆ การรองรับการปฏิวัติยุคที่ 4 ไปสู่ดิจิทัล อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมชายแดน

จับตานายกฯ แถลงผลประชุมพรุ่งนี้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวทักทายผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนเป็นภาษาอังกฤษ ในฐานะเจ้าบ้าน ก่อนขออนุญาตกล่าวต่อเป็นภาษาไทย

นายก

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

"ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมสำคัญในครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้แลกเปลี่ยนมุมมอง และวิสัยทัศน์ ร่วมกันพยายามบรรลุเป้าหมาย และทิศทางของอาเซียน สำหรับการประชุมเต็มคณะนี้ ผมขอเริ่มด้วยหัวข้อการขยายประชาคมอาเซียนของเรา เสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน และเป็นรากฐานของความมั่นคงในอนาคต"จากนั้นจึงขอให้สื่อมวลชน ออกจากห้องไป

หลังเป็นประธานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 แบบเต็มคณะแล้ว พลเอกประยุทธ์ มีกำหนดเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) และมีกำหนดแถลงข่าว ถึงผลสำเร็จของการประชุมที่ไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงบ่าย

ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เมื่อช่วงเช้า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน

"ยินดีต้อนรับเพื่อนพ้องสมาชิกอาเซียนทุกท่านสู่ประเทศไทย สู่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 34 การประชุมระดับผู้นำแรกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ" นายดอน กล่าวภายหลังร่วมถ่ายภาพหมู่ และจับมือแบบอาเซียน

อาเซียน

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

"ผมขอขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ที่สนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในทุกการประชุมกับประเทศคู่เจรจา ทุกประเทศต่างเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ของอาเซียน" และ "ส่งเสริมความเป็นเอกภาพของอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"

นายดอน ระบุว่า สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ยิ่งเป็นเหตุผลที่ทุกสมาชิกอาเซียนต้องผนึกกำลังกัน เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในวันที่ 22 มิ.ย. 62 นี้ ตลอดช่วงเช้ามีการประชุม 4 กรอบด้วยกัน คือ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน

อาเซียน

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

โดย นายดอน ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ หลังเสร็จสิ้นประชุมช่วงเช้าว่า รมว.ต่างประเทศอาเซียนเห็นพ้องเสนอตัวจัดประชุมฟุตบอลโลก ในอีก 15 ปี ตามที่สมาคมฟุตบอลของบรรดาชาติสมาชิกเห็นพ้องร่วมกัน ให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในนามอาเซียนในอีก 15 ปีหลังจากนี้

โดยจะนำเรื่องนี้เสนอเข้าสู่ที่ประชุมระดับผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) หากที่ประชุมให้การอนุมัติก็จะนำไปสู่กระบวนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกต่อไป

แก้ปัญหารัฐยะไข่แบบยั่งยืน

แม้หัวข้อการหารือจะหลากหลาย แต่มีวาระร้อนที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ 3 เรื่องหลัก หนึ่งในนั้นคือ วิกฤตผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมา

อาเซียน

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

การประชุมระดับผู้นำในครั้งนี้ เน้นเป็นการรายงานให้รับทราบ โดยประเด็นที่หนึ่ง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการอาเซียน ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานการณ์ และจัดทำรายงานฉบับแรกออกมาแล้ว ที่เหลือคือการดำเนินการเพื่อการส่งกลับ ต้องดูความพร้อม ถ้าเมียนมามีความพร้อม ก็จะเจรจากับบังกลาเทศ

โดยต้องดูว่าเมื่อเดินทางกลับไปแล้วมีความปลอดภัย มีอาชีพได้ เพื่อมีรายได้ เพื่อส่งเสริมการกินดีอยู่ดี ระยะยาวต้องคำนึงถึงการดูแลด้านมนุษยธรรม และบริบทด้านความยั่งยืนด้วย ซึ่งอาเซียนสนับสนุนกระบวนการเหล่านี้ ทางไทยเองได้คุยเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่ต้นปี และจะดูขั้นตอนต่อไปเพื่อดูอย่างใกล้ชิด กับเลขาธิการอาเซียนด้วย

วานนี้ (21 มิ.ย.) นายดอน ได้ร่วมหารือแบบทวิภาคีกับ เรทโน มัรชูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สรุปเนื้อหาการหารือว่า อาเซียนได้ร่วมมือกันเข้าไปฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ในรัฐยะไข่แบบยั่งยืน เพื่อเตรียมรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับมา โดยเน้นให้พวกเขามีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดี

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า กระบวนการส่งชาวโรฮิงญากลับถิ่นฐานจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่ นายซายิด อาลัม ประธานสมาคมชาวโรฮิงญาในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า พวกเขาอยากมีส่วนร่วมในกระบวนการส่งชาวโรฮิงญาจากบังกลาเทศกลับรัฐยะไข่ แต่หาช่องทางสื่อสารถึงผู้นำอาเซียนไม่ได้

อาเซียน

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

"พวกเราไม่กล้าออกไปยื่นจดหมาย เพราะกลัวตำรวจจับส่งกลับประเทศเมียนมา"

สหประชาชาติประเมินว่า มีผู้อพยพจากรัฐยะไข่อาศัยอยู่ในที่พักพิงบริเวณชายแดนบังกลาเทศประมาณ 900,000 คน ในจำนวนนี้ 740,000 คน หนีเหตุการณ์ความรุนแรงและ "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" จากรัฐยะไข่ช่วงเดือนสิงหาคม 2560 หลายพันคนเสียชีวิตและอีกจำนวนมากเผชิญหน้ากับความทรมาน บ้านเรือนถูกเผาทำลาย ผู้หญิงโดนข่มขืนและคนจำนวนหนึ่งถูกสังหารหมู่ ระหว่างการอพยพหนีตาย

รัฐบาลเมียนมาและบังกลาเทศตกลงกันเมื่อปลายปี 2560 ว่าจะส่งกลับผู้อพยพไปรัฐยะไข่ แต่การดำเนินการส่งกลับชุดแรก 2,000 คนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะชาวโรฮิงญาไม่ยอมกลับ ด้วยเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับการต้อนรับเนื่องจากพวกเขาไม่ได้มีสัญชาติเมียนมา

"ไม่มีใครอยากจะกลับไปเมียนมาหรอกเพราะกลับไปอาจจะตายหรือไม่ก็โดนจับอีก" นายซายิด อาลัม กล่าว

"ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน"

ในเรื่องเศรษฐกิจ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้มีการคุยตั้งแต่เมื่อคืน ถึงเมื่อเช้า เรื่องการขับเคลื่อน RCEP ซึ่งจะมีความคืบหน้าที่ดีในปลายปีนี้ ตามความตั้งใจที่ พลเอกประยุทธ์ได้ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะผลักดันให้สำเร็จภายในสิ้นปีนี้

อาเซียน

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC THAI

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาในโอกาสประชุมผู้นำธุรกิจอาเซียน ครั้งที่ 5 เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ในหัวข้อ "The Future of Thailand and ASEAN" หรือ อนาคตของไทยและอาเซียน ที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กจัดขึ้น

"ไทยได้ก้าวพ้นสถานการณ์ความไม่สงบ มีความปรองดอง และแก้ปัญหาคั่งค้างที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศหลายประการ" และ "ไทยได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไปตามกระบวนการประชาธิปไตยด้วยความเรียบร้อย" อ้างอิงจากการสรุปสาระสำคัญจาก พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับการเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ประเทศไทยนำเสนอแนวคิด "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" ด้วยเป้าหมายขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์ คือ

หนึ่ง การมุ่งสู่อนาคต คือ ความพร้อมในการเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4

สอง การส่งเสริมความเชื่อมโยงทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน

สาม การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าให้ประชาชนอยู่ดีกินดี