ยังไม่ตั้งข้อหาทหารเกณฑ์รุ่นพี่ ซ้อมพลทหารคชาบาดเจ็บสาหัส

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ตำรวจเผยยังไม่มีการตั้งข้อหาทหารเกณฑ์รุ่นพี่ 3 คน ที่ทำร้ายร่างกาย พลทหารคชา พะชะ ทหารเกณฑ์ค่าย ร.31 พัน 3 รอ. จ.ลพบุรี ขณะที่ทีมแพทย์ รพ.อานันทมหิดล แถลงอาการล่าสุดของพลทหารคชาอยู่ในภาวะวิกฤตเนื่องจากสมองบวม เผยการตรวจร่างกายในวันแรกรับรักษา ไม่พบบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย
พล.ต.ชัชวาล บูรณรัช ผอ.โรงพยาบาลอานันทมหิดล จ.ลพบุรี พร้อมด้วยทีมแพทย์ แถลงอาการบาดเจ็บของพลทหารคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี ซึ่งถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางดึกเมื่อคืนวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ชัชวาล ระบุว่า พลทหารคชามีอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว แพทย์ห้องฉุกเฉินตรวจพบว่าไม่มีชีพจรและไม่หายใจ แพทย์จึงทำการช่วยชีวิต 2 ครั้ง เป็นเวลา 45 นาที ชีพจรจึงกลับมา แต่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ นอกจากนี้ยังมีอาการไตวาย จากการตรวจสอบสภาพร่างกายภายนอกไม่พบร่องรอยของบาดแผลฟกช้ำ

ที่มาของภาพ, facebook/บอย กรุงเก่า
"คนที่นำส่งแจ้งว่าคนไข้หมดสติที่กองร้อย เราเองก็ไม่ทราบว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่หรือเกิดเหตุอะไรก่อนมาถึงเรา ส่วนประวัติเรื่องการบาดเจ็บอื่น ๆ เราไม่ได้รับแจ้ง แต่จากการตรวจไม่พบร่องรอยใด ๆ" หนึ่งในทีมแพทย์ระบุ
พล.ต.ชัชวาล กล่าวอีกว่า พลทหารคชาไม่มีความเสียหายในอวัยวะภายในช่องท้อง ปอดทำงานได้ปกติ กระดูกซี่โครงอยู่ในสภาพปกติ
"ไม่มีเลือดออกในช่องท้อง ม้าม ตับ ปอดอะไรไม่มีฉีก"
ส่วนอาการล่าสุดวันนี้ สัญญาณชีพ ความดัน การเต้นของหัวใจหลังจากให้ยาอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนอาการทางระบบประสาท ยังไม่รู้สึกตัวเนื่องจากสมองบวมซึ่งเป็นภาวะเกิดขึ้นในวันหลังจากรับคนไข้เข้ามา อันเกิดจากการขาดอ๊อกซิเจนเป็นเวลานานจากการหยุดหายใจ แต่ภาวะสมองบวมยังทำให้ผู้ป่วยอยู่ภาวะวิกฤตอยู่
ด้าน น.ส.รุ่งฤดี สิหะวงศ์ แม่ของพลทหารคชา เปิดเผยว่า ได้เข้าไปดูบุตรชายตั้งแต่วันแรกบอกว่ารู้สึกตกใจเมื่อได้สภาพบุตรชาย เธอยืนยันว่าลูกชายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว อย่างไรก็ตามยืนยันว่าได้รับการดูแลจากทีมแพทย์และนายทหารผู้ใหญ่เป็นอย่างดี แต่ยังติดใจสาเหตุที่ลูกมีอาการสาหัสเช่นนี้
ตำรวจยังไม่ตั้งข้อหาทหารเกณฑ์รุ่นพี่
พ.ต.อ. ศักดิ์ชัย เกษโกมล ผกก.สภ.เมืองลพบุรี กล่าวกับ บีบีซีไทยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งข้อหากับทหารรุ่นพี่ทั้งสามคนแต่อย่างใด แต่ในขั้นตอนการสอบสวน ทั้งสามคนรับสารภาพว่าได้ทำร้ายร่างกายของพลทหารคชา
"เขาบอกว่าเป็นการวิวาทส่วนตัว และเขาก็ให้การว่ามีการทำร้ายร่างกาย แต่ไม่ได้รุนแรง แต่ไม่สามารถที่จะให้รายละเอียดได้ เพราะตอนนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวน"
เขากล่าวอีกว่าหลังการสอบสวน ทางตำรวจก็ได้ส่งเอกสารเพื่อขอความเห็นทางการแพทย์มาประกอบเพื่อตั้งข้อหาต่อไป พ่อแม่ของพลทหารคชาก็ได้มาแจ้งความเพื่อเอาผิดผู้ที่ทำร้ายร่างกายพลทหารคชาแล้ว ซึ่งหากว่าได้ความเห็นทางแพทย์มาประกอบว่าทั้งสามคนเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บทางตำรวจก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
พ.ต.อ. ศักดิ์ชัยกล่าวอีกว่า ตอนนี้ทั้งสามคนก็อยู่ในความควบคุมของทหารพระธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ที่โรงพัก
ทำร้ายร่างกายจากระบบซ่อม ?
ก่อนหน้านี้ ผู้บังคับบัญชาของพลทหาร ได้ยอมรับกับญาติว่า พลทหารคชาถูกทำร้ายร่างกายโดยทหารรุ่นพี่ 3 คน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่กรณีแรกและพบว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ซ้อมทรมานพลทหารจนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสหลายครั้ง ทั้งนี้ ในการสอบสวนควรกระทำโดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการควบคุมกำกับดูแลของผู้บังคับบัญชา และหากพบว่ามีผู้กระทำความผิดต้องนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษทั้งทางวินัยและทางอาญา ทั้งจะต้องชดใช้เยียวยาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงในกรณีนี้ต่อผู้เสียหายอย่างเพียงพอด้วย
ทางมูลนิธิย้ำอีกว่า "เหตุการณ์ในครั้งนี้และหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาจะเป็นความทรงจำที่ก่อให้เกิดบทเรียนแก่กองทัพ เพื่อสร้างมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก"
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พ.ท.มลชัย ยิ้มอยู่ ผู้บังคับกองพันฯ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับกองพัน ก็ไม่ได้ปิดบังความผิดตั้งแต้ต้น ซึ่งสามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา
ก่อนหน้านี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการกองทัพบก ออกมาบอกว่า การบาดเจ็บของพลทหารคชา "ไม่ใช่เป็นการซ่อม" แต่เป็นการวิวาทระหว่างพลทหารด้วยกันและบาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่า ระบบซ่อมต่าง ๆ ของกองทัพไม่มีแล้ว





























