นิโคลา เทสลา ผู้ค้นพบไฟฟ้ากระแสสลับ และชายผู้ประดิษฐ์อนาคต

Nikola Tesla with an early Tesla coil

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, โดย เพตรา ซิวิค
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

ผลงานการคิดค้นของนิโคลา เทสลา ช่วยส่งบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้มายังเครื่องมือสื่อสารที่คุณกำลังใช้อ่านอยู่

สำหรับไมเคิล เคราส์ นักประวัติศาสตร์และคนทำหนัง เทสลาไม่ใช่แค่บิดาแห่งไฟฟ้าและการสื่อสารข้ามโลกเท่านั้น "เขามีความคิดที่ไปไกลกว่ายุคสมัยตัวเอง เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ที่มีส่วนพัฒนามนุษยชาติ"

ไอวาน ริส มอรัส นักประวัติศาสตร์ ระบุในหนังสือ Nikola Tesla and the Electrical Future ของเขาว่า ก่อนหน้ายุคเทสลา ไฟฟ้าเป็นแค่เรื่องของอนาคต คนส่วนใหญ่ต้องไปยังสถานที่เฉพาะ เพื่อดูการสาธิตกระบวนการใช้กระแสไฟฟ้า

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ไฟส่องสว่าง

Inventor Nikola Tesla (1856 - 1943), lectures before the French Physical Society and the International Society of Electricians, Paris, France.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นิโคลา เทสลา ขณะบรรยายที่กรุงปารีส

เทสลา เกิดเมื่อปี 1856 ที่จักรวรรดิออสเตรียในสมัยราชวงศ์ฮับสเบิร์ก (บ้านเกิดของเขาอยู่ในโครเอเชียในปัจจุบัน ส่วนครอบครัวเขาเป็นชาวเซอร์เบีย)

เขาเดินทางมาที่นิวยอร์กเพื่อทำงานให้กับนักธุรกิจและ โททัส เอดิสัน นักประดิษฐ์ชื่อดัง

นักเขียนชีวประวัติ อิเนซ วิตเทเกอร์ ฮันต์ บอกว่า เทสลา มาสหรัฐฯ โดยแทบไม่มีเงิน แต่มีสูตรคำนวณที่จะทำให้เครื่องบินบินได้ติดตัวมาด้วย

แต่จะไม่ใช่เครื่องบินที่ทำให้เขามีชื่อเสียงที่สุด หลายปีก่อนหน้านั้นเขาได้ศึกษาเรื่องระบบไฟฟ้ากระแสสลับมาจนเชี่ยวชาญแล้ว และมาถึงนิวยอร์กอย่างถูกเวลาเพราะเป็นช่วงที่มีการแข่งขันกันระหว่างระบบกระแสไฟฟ้าสองแบบอยู่พอดี

คำบรรยายวิดีโอ, โล่ล่องหน, ดวงตา 3 มิติ, อาคารมีชีวิต นวัตกรรมที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต

ให้พลังงานไฟฟ้าแก่โลก

ในตอนนั้นโลกกำลังพัฒนาและต้องการพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ เลยมีการแข่งขันเพื่อจะหาหนทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการผลิตและส่งกระแสไฟฟ้าไปยังเครื่องมือและเปิดไฟเพื่อให้ความสว่าง

ในขณะที่โทมัส เอดิสัน กำลังลงทุนและพยายามผลักดันให้ส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current - DC) วิศวกรอย่าง จอร์จ เวสติงเฮาส์ พยายามผลักดันให้คนใช้ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternating Current - AC)

เทสลาได้ทดลองระบบไฟฟ้ากระแสสลับมาตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ยุโรปแล้ว ไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสที่ไหลไปหลายทิศทาง และสามารถเดินทางไปได้ไกลกว่า เมื่อสามารถเดินทางไปได้ไกลกว่า มันก็สามารถนำพลังงานไฟฟ้าไปสู่ที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น

A statue of Nikola Tesla in Nikola Tesla Museum in Belgrade, Serbia

ที่มาของภาพ, Museum of Nikola Tesla, Belgrade

คำบรรยายภาพ, พิพิธภัณฑ์นิโคลา เทสลา ที่กรุงเบลเกรด

หลังจากโทมัส เอดิสัน ยืนยันจะใช้ระบบไฟฟ้ากระแสตรง ทั้งสองก็แยกทางกัน และเวสติงเฮาส์ก็ซื้อสิทธิบัตรระบบหม้อแปลงไฟฟ้าและเครื่องยนต์แบบไฟฟ้ากระแสสลับจากเทสลาไป

ระบบดังกล่าวที่คิดค้นโดยเทสลาช่วยให้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าไปที่ที่อยู่ห่างไกลอย่างประหยัดงบ และก็เป็นระบบที่ยังใช้กันอยู่ถึงทุกวันนี้

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ

A statue of Nikola Tesla on the grounds of Wardenclyffe, Tesla's former research facility, located in Shoreham, New York, on August 31, 2022.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รูปปั้นของเทสลาที่บริเวณห้องทดลองของเขาในนิวยอร์ก

นอกจากนี้ ในปี 1891 เทสลายังคิดค้นขดลวดเทสลา (Tesla coil) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ปล่อยกระแสพลังงานไฟฟ้าออกมา โดยเป็นการพยายามที่จะส่งกระแสไฟฟ้าแบบไร้สายให้ได้ และระบบดังกล่าวก็ยังถูกใช้กันอยู่ทุกวันนี้ในวิทยุ โทรทัศน์ และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

สองปีต่อมา เขากลายเป็นคนดังขึ้นไปอีกหลังเป็นผู้สร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกของโลกที่น้ำตกไนแอการา โดยเทสลาเป็นเจ้าของสิทธิบัตร 9 จากทั้งหมด 13 ฉบับที่ใช้ในการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งนั้น

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ก่อตั้งห้องทดลองของตัวเองและเริ่มทดลองด้านการสื่อสารและการส่งกระแสไฟฟ้าแบบไร้สาย

อนาคตที่ไร้สาย

Inventor and scientist Nikola Tesla in his lab while his magnifying transmitter high voltage generator produces bolts of electricity. December 1899

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เทสลาในห้องทดลองด้านกระแสไฟฟ้าแบบไร้สาย

เงินลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่การคิดค้นประดิษฐ์นวัตกรรมต่าง ๆ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1890s เทสลาได้ทุนจากนักการเงินชาวอเมริกา เจ.พี. มอร์แกน และเขาก็เริ่มสร้างเสากระจายสัญญาณแบบไร้สาย โดยมีเป้าหมายให้คนทั่วโลกสื่อสารถึงกันได้ เป็นระบบไร้สายซึ่งจะทำให้คนสื่อสารทางเสียงและวิดีโอกันได้โดยทันที โดยข้อมูลจะถูกส่งไปถึงทุกคนได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลกก็ตาม

แต่แล้ว มอร์แกนก็เลิกสนับสนุนเขา

"โชคไม่ดีที่ความฝันสูงสุดของเขาซึ่งคือระบบที่ให้กระแสไฟฟ้าและการสื่อสารกับคนแบบข้ามชาติ ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะเขายังไปไม่ถึงจุดนั้น และก็ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ล้ำพอ" ไมเคิล เคราส์ กล่าว

จากนั้น เทสลาก็ยังคงทำการทดลองอีกหลายโครงการแต่ก็มักไม่มีทุนสนับสนุน ความคิดหลายอย่างของเขาถูกจำกัดอยู่บนหน้าสมุดโน้ตเท่านั้นเพราะเขาไม่เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการร่วมมือของคนหลายฝ่าย

นักประวัติศาสตร์อย่าง ไอวาน ริส มอรัส มองว่าความผิดพลาดใหญ่หลวงของเทสลาคือการคิดว่าเขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้ และไม่คิดจะร่วมมือกับคนอื่น

เขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะชายผู้แปลกประหลาด หมกมุ่นอยู่กับการกลัวเชื้อโรค และก็ถูกวิจารณ์เรื่องการคาดเดาเรื่องการติดต่อสื่อสารกับดาวดวงอื่น ๆ

การตายของเทสลา

On the left, Nikola Tesla Museum in Belgrade, on the right, museum vaults where some of Tesla's personal belongings are kept

ที่มาของภาพ, Nikola Tesla Museum, Belgrade

คำบรรยายภาพ, พิพิธภัณฑ์นิโคลา เทสลา ที่กรุงเบลเกรด

เทสลาเสียชีวิตเมื่อปี 1943 ที่โรงแรมในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นที่ที่เขาใช้เวลาทศวรรษสุดท้ายของชีวิต

ในปี 1955 พิพิธภัณฑ์นิโคลา เทสลา เปิดตัวที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ซึ่งที่เป็นเก็บเอกสาร แผนผัง ภาพร่าง และรูปถ่าย 160,000 ชิ้นไว้

Tesla belongings on display including a bed

ที่มาของภาพ, Nikola Tesla Museum in Belgrade

คำบรรยายภาพ, ภายในพิพิธภัณฑ์นิโคลา เทสลา

ในปี 1956 มีการตั้งชื่อหน่วยในสนามแม่เหล็กตามชื่อเขา ในเซอร์เบีย ถนน โรงเรียน และสนามบิน ถูกตั้งชื่อตามเขา และทั้งในเซอร์เบียร์ และโครเอเชีย หน้าของเทสลาไปปรากฏอยู่บนทั้งพันธบัตรและเหรียญ

ในปี 2018 บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังในสหรัฐฯ ของอีลอน มัสก์ ก็ถูกตั้งชื่อตามนักประดิษฐ์คนนี้

แม้เทสลาจะอยู่ไม่ทันเห็นความฝันเขาเป็นจริง แต่ชีวิตเราจะไม่เป็นอย่างทุกวันนี้หากไม่มีสิ่งประดิษฐ์โดยชายคนนี้