ราชวงศ์อังกฤษ : เจ้าชายแฮร์รีแฉใคร-อะไร ในหนังสือ Spare "ตัวสำรอง"

Front page of the Guardian
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

Spare บันทึกความทรงจำของเจ้าชายแฮร์รี สร้างความสั่นสะเทือนต่อสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษ ก่อนการวางจำหน่ายฉบับภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ม.ค.

เนื้อหาในหนังสือหลายเรื่องที่ การ์เดียน สื่ออังกฤษ และ นิวยอร์กโพสต์ สื่ออเมริกัน เผยแพร่ออกมาเมื่อ 5 ม.ค. โดยอ้างว่าได้ครอบครองหนังสือก่อนวันวางขาย และการยืนยันของข่าวเหล่านั้นจากหนังสือภาคภาษาสเปนที่ออกวางจำหน่ายในสเปนเมื่อ 5 ม.ค. อีกทั้งโฆษณาตัวอย่างบทสัมภาษณ์พิเศษของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีของอังกฤษกับเจ้าชายแฮร์รี ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สุดของสื่อในอังกฤษ ตั้งแต่หนังสือพิมพ์แนวสีสันของอังกฤษ ไปจนถึงบีบีซี

คำกล่าวอ้างที่น่าประหลาดใจที่สุดในบันทึกนี้ คือ เจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาทำร้ายร่างกายพระองค์ต่อหน้าเมแกน พระชายา

Front page of the Times
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

นอกจากนี้พระองค์ยังเขียนด้วยว่าตัวเองและพระเชษฐาขอร้องพระบิดาไม่ให้แต่งงานกับคามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์

พระองค์ตรัสถึงเรื่องเสพยา ฆ่านักรบตาลีบันขณะปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน และการเสียพรหมจรรย์

พระราชวังเคนซิงตันของเจ้าชายแอนดรูว์ และพระราชวังบัคกิงแฮมของกษัตริย์ชาร์ลส์ ต่างก็กล่าวว่าจะไม่แสดงความคิดเห็นต่อบันทึกของเจ้าชายแฮร์รี

บีบีซีไทย สรุปเนื้อหาสำคัญที่เจ้าชายแฮร์รีเขียนในบันทึกนี้ ดังนี้

Front page of the i
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

ความสัมพันธ์กับเจ้าชายวิลเลียม

จุดสนใจหลักของหนังสือเล่มนี้คือความสัมพันธ์ที่เลวร้ายของเจ้าชายแฮร์รีกับพระเชษฐา ซึ่งจบลงด้วยการที่ทั้งคู่วิวาทกันในปี 2019 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแฮร์รีกับเมแกน

หนังสือเล่มนี้ระบุว่า ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นจากความเห็นที่เจ้าชายวิลเลียมมีต่อเจ้าชายแฮร์รีที่พระตำหนักลอนดอนในปี 2019

เจ้าชายแฮร์รี ระบุว่า เจ้าชายแฮร์รีทรงวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตสมรสของพระองค์กับเมแกน มาร์เคิล และเจ้าชายวิลเลียมทรงนิยามเธอว่าเป็นผู้หญิงที่ "ยาก" "หยาบคาย" และ "ไม่สนใคร"

ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ทรงเขียนด้วยว่าพระเชษฐาของพระองค์ "พูดซ้ำ ๆ แบบนกแก้วนกขุนทอง" จากเรื่องเล่าของสื่อมวลชนต่อพระชายาของพระองค์ ขณะที่วิวาทะนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย

"เขาวางแก้วน้ำลง เรียกผมอีกชื่อ แล้วย่างเข้ามาหาผม ทุกอย่างเกินขึ้นเร็วมาก เร็วสุดสุด"

"เขาคว้าคอเสื้อผม กระชากสร้อยคอผมจนขาด และเขาก็ผลักผมลงกับพื้น"

"หลังผมไปกระแทกถาดอาหารสุนัขจนแตกกระจายมาโดนตัวผมเป็นแผลหลายแห่ง ผมนอนนิ่งงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นลุกขึ้นยืนและบอกให้เขาออกไป"

การเปิดเผยครั้งนี้ทำให้เห็นภาพที่หดหู่ของการทะเลาะกันในครอบครัวที่อยู่ในใจกลางของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งไม่มีวี่แววว่าจะคืนดีกันได้ เป็นอาณาบริเวณแห่งความแตกแยกที่เผ็ดร้อนมากกว่าความพยายามคืนดีกัน

คำบรรยายวิดีโอ, ราชวงศ์อังกฤษ : 6 เหตุผลที่บันทึกความทรงจำของเจ้าชายแฮร์รีถูกวิจารณ์

นอกจากนี้ เจ้าชายแฮร์รีทรงบันทึกด้วยว่าเจ้าชายวิลเลียมทรง "พระสรวลดังลั่น" เมื่อเห็นพระอนุชาแต่งกายด้วยชุดนาซีก่อนงานเลี้ยงแฟนซีในปี 2005 ซึ่งขณะนั้นเจ้าชายแฮรีมีพระชนม์มายุ 20 ชันษา และภาพนั้นถูกสื่ออังกฤษนำไปเผยแพร่

เจ้าชายแฮรีทรงตรัสถามเจ้าชายวิลเลียม และแคทเธอรีน พระชายาในอนาคตของเจ้าชายวิลเลียว่าพระองค์ควรใส่ชุดนี้หรือแต่งตัวเป็นนักบิน ทั้งคู่หัวเราะ และพูดว่าเครื่องแบบนาซี

เจ้าชายแฮร์รีทรงเขียนด้วยว่าพระเชษฐายุให้ตอบโต้ และพระองค์ปฏิเสธ แต่ภายหลังเจ้าชายวิลเลียมทรงดู "เสียใจและขอโทษ"

Front page of the Daily Express
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

ชีวิตในวัยเยาว์กับการใช้ยาเสพติด

เจ้าชายแฮร์รีทรงเปิดเผยเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดตั้งแต่อายุ 17 ปี ที่มีทั้งโคเคนและกัญชา และเปิดเผยด้วยว่าพระองค์ได้เสียพรหมจรรย์ให้กับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าในทุ่งหญ้าหลังผับแห่งหนึ่ง

เจ้าชายแฮร์รีตรัสอย่างตรงไปตรงมาถึงอาการตื่นตระหนกและความเครียดที่พระองค์รู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับราชกรณียกิจในที่สาธารณะ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์หรือการประทานสัมภาษณ์

แต่พระองค์ก็เปิดเผยเกี่ยวกับวิธีที่พยายามรับมือ รวมถึงการเสพยาด้วย

"พวกยาหลอนประสาทช่วยผมได้เยอะ เริ่มจากทดลองเพื่อความรื่นรมย์มาหลายปี แล้วเปลี่ยนมาใช้เป็นยาเพื่อการบำบัดรักษา"

พระองค์ทรงบันทึกด้วยว่าการใช้ยาช่วยให้เห็น "อีกโลกหนึ่งนอกเหนือจาก การรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่จำกัดมากของผม" และทรงสะท้อนด้วยว่านักปรัชญาหลายคนกล่าวว่า "ชีวิตประจำวันของเราคือภาพลวงตา"

เจ้าชายแฮร์รีทรงยอมรับด้วยว่าพระองค์เสพโคเคนเพื่อ "ทำให้ผมรู้สึกแตกต่าง"

Front page of the Daily Star
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

การสิ้นพระชนม์ของไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์

หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยการอุทิศให้กับเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ภรรยาของเขา ลูก ๆ ของพวกเขา และ ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ แม่ของเขา

ในหนังสือ เจ้าชายแฮร์รีทรงบรรยายถึงความโศกเศร้าต่อการสิ้นพระชนม์ของพระมารดา ทำให้พระองค์ขอความช่วยเหลือจากสตรีที่ "อ้างว่ามีพลัง" พิเเศษ

"เสด็จแม่ของพระองค์ตรัสว่าพระองค์ใช้ชีวิตในแบบที่ท่านไม่สามารถทำได้" เจ้าชายแฮร์รีอ้างถ้อยคำของหญิงผู้นั้น

"พระองค์กำลังดำเนินชีวิตในแบบที่เสด็จแม่ประสงค์ให้พระองค์เป็น"

ไดอานาสิ้นพระชนม์ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปารีสเมื่อ 31 ส.ค. 1997 ขณะนั้นเจ้าชายแฮร์รีมีพระชนมายุ 12 ชันษา

นอกจากนี้ เจ้าชายแฮร์รียังทรงเขียนเกี่ยวกับบทสนทนากับเจ้าชายวิลเลียม ที่พระองค์ทรงเปิดเผยความรู้สึกให้พระเชษฐาทราบถึงความรู้สึกที่ว่าพระมารดาทรงชี้นำให้พระองค์ไปรู้จักกับเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์

"วิลลี (ชื่อที่เจ้าชายแฮร์รีเรียกเจ้าชายวิลเลียม) ชะงักไปครู่ หน้าตาเขาดูกังวล ดูเหมือนว่าเรื่องไปกันใหญ่" เจ้าชายแฮร์รีย้อนอดีตแล้วอ้างคำพูดของพระเชษฐาว่า"อืม ฮาโรลด์ (ชื่อที่เจ้าชายวิลเลียมเรียกเจ้าชายแฮร์รี) ฉันไม่แน่ใจนะ ฉันคงไม่พูดแบบนั้น"

พระองค์ยังทรงเล่าถึงการจำลองการเดินทางด้วยรถยนต์ของไดอานาในปารีส ในช่วงก่อนการสิ้นพระชนม์ โดยหวังว่ามันจะทำให้พระองค์เลิกคิดเรื่องนี้ แต่สิ่งนั้นกลับกลายเป็น "ความคิดที่แย่มาก ๆ"

Front page of the Sun
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

"ตัวสำรอง"

หนังสือของเจ้าชายแฮร์รีให้รายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างไม่ขาดสาย และในตอนหนึ่งพระองค์บรรยายว่าพระบิดาทรงเรียกพระองค์ว่าเป็นพระโอรส "ตัวสำรอง"

ชื่อหนังสือเล่มนี้ Spare หรือ "ตัวสำรอง" น่าจะมาจากคำพูดในแวดวงอำมาตย์ของอังกฤษเกี่ยวกับความจำเป็นในการมีทายาทสืบทอด และทายาทสำรอง

เจ้าชายแฮร์รีตรัสว่าเป็นเรื่องโจษจันกันว่ากษัตริย์ชาร์ลส์ทรงตรัสกับไดอานาในวันประสูติของเจ้าชายแฮร์รีว่า เป็นเรื่องเยี่ยมที่ทรงให้กำเนิดพระโอรส และเมื่อเจ้าหญิงไดอานาทรงถวายทายาทสืบทอด และทายาทสำรองให้เจ้าชายชาร์ลส์ (ในขณะนั้น) ได้แล้ว ก็ถือว่างานของพระองค์ (ชาร์ลส์) ก็เสร็จสิ้นแล้ว

ทั้งพระราชวังเคนซิงตันและพระราชวังบัคกิงแฮมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างในหนังสือ

Front page of the Daily Telegraph
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023

การสังหารศัตรู

เจ้าชายแฮร์รีถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังบันทึกความทรงจำของพระองค์เปิดเผยว่า ทรงสังหารกองกำลังตาลีบันไป 25 คน ขณะทรงร่วมรบกับกองทัพบกอังกฤษในอัฟกานิสถาน

ทรงเรียกการสังหารนักรบเหล่านั้นว่าเหมื่อนการกำจัด "เบี้ยในกระดานหมากรุก" ในสมรภูมิสงคราม

ริชาร์ด เคมป์ ผู้บัญชาการทหารที่เกษียณแล้วกล่าวว่าสิ่งนี้อาจทำให้ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของพระองค์ และกระตุ้นให้คนไม่ดีเหล่านั้นมาแก้แค้น

กลุ่มตาลีบันออกมาให้ความเห็นทันควันต่อการเปิดเผยเรื่องการสังหารครั้งนี้

"ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัวของแฮร์รี บรรดากองกำลังของชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาครอบครองดินแดนเรา ล้วนก่ออาชญากรรมแบบเดียวกันในประเทศของเรา" บิลัล การิมิ รองโฆษกตาลีบันกล่าว

"น่าเสียดายที่ประเทศตะวันตกถือว่าตนเองเป็นผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชน แท้จริงแล้วพวกเขากลับก่ออาชญากรรมประเภทนี้เสียเอง"

"คำสารภาพนี้แสดงให้เห็นว่าบรรดาชาติที่เข้าครอบครองดินแดนเราล้วนแต่ก่ออาชญากรรมเช่นนี้"

Front page of the Daily Mail
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023
Front page of the Daily Mirror
คำบรรยายภาพ, หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 6 ม.ค. 2023
Britain's Prince Harry, Duke of Sussex (L) and Britain's Prince William, Duke of Cambridge attend the unveiling of a statue of their mother, Princess Diana at The Sunken Garden in Kensington Palace, London on July 1, 2021, which would have been her 60th birthday.

ที่มาของภาพ, Getty Images